2 บริษัทเทคฯยักษ์ใหญ่แห่งจีนและสหรัฐฯ Xiaomi (1810) และ Apple (AAPL) เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

สวัสดีเช้าวันเสาร์ค่ะ วันนี้ ทีม BLS Global Investing จะพาทุกท่านไปทำความรู้จัก 2 บริษัทเทคฯยักษ์ใหญ่ จีนและสหรัฐฯ อย่าง บริษัท Xiaomi (1810.HK) และ Apple (AAPL.US) ในหลากหลายแง่มุม พร้อมอัปเดตผลประกอบการล่าสุด สองบริษัทนี้จะมีความน่าสนใจอย่างไร ไปติดตามกันค่ะ

 

[FINAL] AW_Xiaomi vs Apple_140521 (1)

 

Xiaomi (1810)

Xiaomi บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน ผู้พัฒนาและจำหน่ายทั้งสินค้าฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ปัจจุบัน Xiaomi เน้นการเติบโต ด้วยการผสมผสานระหว่างฮาร์ดแวร์ เช่น สมาร์ทโฟน, แล็ปท็อป, สินค้าประเภท IoTs และระบบ AI เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด

สำหรับมูลค่าตลาด (Market capitalization) ของ Xiaomi ณ วันที่ 13 พ.ค. 64 อยู่ที่ 6.49 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 83.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยมีขนาดเล็กกว่าทั้ง Alibaba (9988) ผู้ให้บริการด้านแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์และธุรกิจอื่น ๆ ที่มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 0.57 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และ Tencent (700) บริษัทเทคฯจีนที่มีรายได้หลักมาจากแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ ที่มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 5.6 ล้านล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 0.72 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

 

ส่วนในแง่ของผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 64 คาดว่าจะออกมาดี เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 63 ที่มีรายได้ 49.7 พันล้านหยวนจีน และกำไร 2.3 พันล้านหยวนจีน เนื่องจากยอดขายสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศ อีกทั้งยอดขายสินค้า IoTs ที่อาจเพิ่มขึ้น จากกลยุทธ์ “Smartphone + AIoT” ส่วนผลประกอบการทั้งปี 64 คาดว่าจะเติบโตกว่าปี 63 โดย Bloomberg Consensus คาดการณ์รายได้และกำไรโต 35% และ 33.5% ตามลำดับ

รายได้รวมปี 63 อยู่ที่ราว 245.9 พันล้านหยวนจีน โตจากปีก่อน 19.4% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 13.0 พันล้านหยวนจีน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 12.8% ด้านอัตรากำไรขั้นต้นก็เพิ่มขึ้น โดยในปี 63 อัตรากำไรขั้นต้น (Gross margin) อยู่ที่ราว 15% และในปี 62 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.9% สำหรับรายได้จากต่างประเทศเติบโตที่ 34.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน

 

01

Source: Xiaomi FY20 Annual Report

Highlight ที่น่าสนใจในปี 63 ของ Xiaomi

ในปี 63 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต (Internet Services) โต 19.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเมื่อเดือนธ.ค. 63 Xiaomi ได้ปรับหน่วยงานในองค์กรอินเทอร์เน็ตและซอฟต์แวร์ใหม่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. Software & Experience ซึ่งเป็นส่วนงานที่ดูแลระบบปฏิบัติการของ “MIUI” 2. Internet Busines ส่วนงานที่ช่วยบริหารจัดการธุรกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ต และ 3. Data Services ส่วนงานที่เน้นไปที่การวิเคราะห์ Big Data (Big Data Analytics) เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจต่อไป

 

MIUI คืออะไร? MIUI (มี่ ยู ไอ) (UI มาจากคำว่า User Interface) คือ ระบบปฏิบัติการพื้นฐานของ Xiaomi (คล้ายกับ iOS ของ Apple) และรุ่นล่าสุดจะเป็น MIUI 12 ที่มีการพัฒนาให้มีความปลอดภัยในการใช้งาน หน้าตา Interface แบบใหม่ที่สวยงามมากขึ้น และระบบที่ลื่นไหลมากขึ้นอีกด้วย

02

Source: Blognone.com, as of 13/5/64

แม้ในปี 63 Xiaomi จะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แต่บริษัทยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีจำนวนส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 17.5% เทียบกับปี 62 แตะ 146.4 ล้านเครื่อง และมีจำนวนผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม “AIoT” (AI+IoT) ต่อเดือนในเดือนธ.ค. 63 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 43.5% แตะ 86.7 ล้านราย นอกจากนั้นยังมีจำนวนเครื่องที่มีการเชื่อมต่อกันในแพลตฟอร์ม “AIoT” ซึ่งไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็บ
ท็อปเติบโต 38% จากปีก่อน แตะ 324.8 ล้านเครื่อง

 

ในแง่ของส่วนแบ่งการตลาดในไตรมาส 4 ปี 63 สมาร์ทโฟนของ Xiaomi ติดอันดับ 1 ใน 3 แบรนด์ที่มีจำนวนส่งมอบ รองจาก Samsung อันดับ 1 และ Apple อันดับ 2 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 12.1% ขณะเดียวกัน Xiaomi ยังมีอัตราการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดใน 5 อันดับสมาร์ทโฟนของโลก (ข้อมูลจาก Canalys)

 

Apple (AAPL)

Apple บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ จากประเทศสหรัฐฯ ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก… Apple ก่อตั้งเมื่อปี 2519 โดย Steve Jobs, Ronald Wayne และ Steve Wozniak ปัจจุบันดำเนินธุรกิจด้านการจำหน่ายสินค้าฮาร์ดแวร์หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, AirPods, Apple Watch เป็นต้น และเมื่อหลายปีที่ผ่านมา Apple เริ่มให้ความสนใจด้านการให้บริการซอฟต์แวร์มากขึ้น ทั้ง iCloud, App Store, Apple Pay ที่เรารู้จักกัน และแต่ละอย่างนั้น สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้แตกต่างกัน อย่างไรก็ดี ณ วันที่ 13 พ.ค. 64 Apple มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 2.09 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 64 (ปีบัญชีของบริษัท ได้แก่ ไตรมาส 2 ปี 64) บริษัทประกาศรายได้และกำไรออกมาดีกว่าคาด โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 89.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 53.6% แบ่งออกเป็นรายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่อยู่ระดับ 72.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นราว 81% ของรายได้รวม และรายได้จากการให้บริการต่าง ๆ ที่ 16.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น 19% ของรายได้รวม (สัดส่วนนี้ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากในอดีตมากนัก) และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 23.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น 26.3% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 110% ขณะเดียวกันยังมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ราว 43% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ปีก่อนราว 38%

 

ชวนดูการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟน

จากผลกระทบโควิด-19 อาจทำให้ในปี 64 เกิดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ อาทิ ชิปเซต และหากการระบาดของโควิดยังคงรุนแรงต่อไป ก็อาจส่งผลต่อปัญหาด้านการขนส่งระหว่างประเทศด้วย ซึ่ง 2 ประเด็นนี้อาจเป็นปัญหาที่ทำให้ผู้เล่นในตลาด เริ่มเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการเติบโตสำหรับปีนี้ ทำให้นักลงทุนอย่างเรา อาจต้องติดตามกลยุทธ์ของทั้งสองบริษัทเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

การเติบโตของยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลก ในช่วงไตรมาส 1 ปี 64

04

 

ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกของบริษัทชั้นนำ  ในช่วงไตรมาส 1 ปี 64

05

 

คาดการณ์การเติบโตของธุรกิจเบื้องต้น

  • Xiaomi (1810)

ที่ผ่านมา Xiaomi สามารถตีตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศอินเดียและรัสเซียได้ดีมาโดยตลอด ซึ่งในอินเดีย Xiaomi ครองส่วนแบ่งสมาร์ทโฟนเป็นอันดับ 1 มายาวนานกว่า 13 ไตรมาส และในประเทศแถบยุโรปกลางและตะวันออก ส่วนแบ่งการตลาดก็ครองอันดับ 1 เช่นกัน แสดงให้เห็นว่า รายได้จากต่างประเทศ นอกประเทศจีนนั้น โตดีต่อเนื่อง พร้อมกับยอดขายสินค้าประเภท IoT และไลฟ์สไตล์ ราคาจับต้องได้ ก็เพิ่มขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นกลยุทธ์ที่แกร่ง ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตต่อไปได้

  • Apple (AAPL)

ข้อมูลจาก Canalys แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบัน Apple สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกได้เป็นอันดับ 2 ซึ่งคิดเป็น 15% ของยอดส่งมองสมาร์ทโฟนทั่วโลก และในไตรมาส 1 ปี 64 รายได้จากทุกกลุ่มสินค้าโตอย่างน้อย 21% บนฐานอัตราการเติบโตเฉลี่ย 2 ปีย้อนหลัง โดยรายได้จากการให้บริการโต 21%, รายได้จากการจำหน่าย iPhone และสินค้าสำหรับสวมใส่ (Wearables) โต 24%, iPad โต 27% และ Mac โต 28% จะเห็นว่าหลายแหล่งรายได้ฟื้นตัวดี และ Apple มีสินค้าที่หลากหลาย และค่อนข้างตอบโจทย์หลายกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี เราอาจเห็นการเติบโตแบบยั่งยืนจากการจำหน่ายสินค้าและการให้บริการอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต

 

ข้อมูลทางการเงินของหุ้น Xiaomi (1810) และ Apple (AAPL)

06

 

Source: Bloomberg, Mi.com, Apple.com, Canalys research, as of 13/05/64

อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ฮ่องกง เท่ากับ 0.13 ดอลลาร์สหรัฐฯ

 

📌 เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ BLS Global Investing ได้ที่ https://bls.tips/openglobalinvesting

📌 ขยายวันโอนเงินไปต่างประเทศกับหลักทรัพย์บัวหลวง ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ทุกวันอังคาร และ วันพุธตลอดวัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://bls.tips/globalinvesttransfer

#Xiaomi #Apple #BLSGlobalInvesting #หลักทรัพย์บัวหลวง

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่