เวียดนามเมืองติดปีก ภาคพิเศษ…เยือนเมืองท่า “ดานัง”

backgroud

เห็นใครๆ เขาก็ได้ไปเที่ยวดานังกัน BLS Global Investing ก็ได้มีโอกาสไปกับเขาบ้างนะคะ อิอิ 

หากเปรียบเทียบง่ายๆ ดานังเป็นเมืองท่าของเวียดนาม จะมีลักษณะคล้ายกับ “พัทยา” ของบ้านเราเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนนั่นเองค่ะ โดยดานังจัดว่าเป็นเมืองใหม่ มีเศรษฐกิจดี  ถือว่าเค้าพัฒนาเมืองได้อย่างรวดเร็ว แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น มาติดตามกันได้ในบทความนี้เลยค่ะ 

สามารถติดตามบทความก่อนหน้านี้ ได้ที่ “ประสบการณ์จากเวียดนามเมือง “ติดปีก” ตอนที่ 1”  และ ประสบการณ์จากเวียดนามเมือง “ติดปีก” ตอนที่ 2 (ตอนจบ)”

4ดานังนั้นถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของชาวต่างชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลี เดินเล่นไปมาในดานังนั้นเผลอๆ แอบคิดว่าอยู่โซลกันเลยทีเดียว ในปี 2018 นั้นมีนักท่องเที่ยวมาดานังถึง 7.6 ล้านคน โดยครึ่งหนึ่งนั้นเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงในปีนี้ทางรัฐบาลของเวียดนามเค้าก็ตั้งเป้าว่า จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาดานังถึง 8.2 ล้านคน!!

7

สถานที่ฮอตฮิต ที่เราจะได้ยินคนพูดถึงกันบ่อยนั้นก็คือ บานาฮิลส์ (Bana Hill) ซึ่งเป็นหมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศสที่อยู่บนยอดเขา ประกอบไปด้วย สวนสนุก ร้านค้า โรงแรม ร้านอาหารต่างๆ ตั้งอยู่บนภูเขาสูงกว่า 1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล โดย BLS Global Investing ได้ลองขึ้นกระเช้าที่มีระยะทางกว่า 6 กม. เพื่อที่จะขึ้นไปที่บานาฮิลส์ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที (เสียวอยู่เหมือนกันนะคะ ฮ่าๆๆ) โดยกระเช้าไฟฟ้าที่บานาฮิลส์ได้ครองตำแหน่งกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งกลุ่มทุนของเวียดนามได้นำเทคโนโลยีจากสวิซเซอร์แลนด์มาใช้ และเนื่องจากวันที่เราไปบานาฮิลส์นั้นฝนตกพอดี ทำให้เราได้มีโอกาสพบกับเวียดนามทั้ง 3 ฤดูจริงๆ ช่วงเช้านั้นอากาศค่อนข้างร้อน แต่หลังฝนตกนั้นอากาศก็เย็นขึ้นมาทันที บอกเลยใครไม่เข้มแข็งจริง กลับมามีป่วย…แน่นอน!!3

นิตยสาร Times ได้จัดให้ Golden Bridge เป็นหนึ่งใน 100 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุดในโลกในปี 2018

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในบานาฮิลส์ คือ สะพานลอยฟ้า Golden Bridge ซึ่งเป็นสะพานที่มีรูปปั้นมือขนาดใหญ่ ตั้งอยู่สูง 1 กม. เหนือระดับน้ำทะเล โดยสะพานนั้นมีลักษณะแปลกตา เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี!!

9

หลังจากนั้นเราได้ไปแวะเดินเล่นในตลาดขายของในเวียดนามที่มีลักษณะคล้ายกับสำเพ็ง โดยของที่ขายนั้นราคาค่อนข้างถูกมาก
เลยตัดสินใจว่าจะซื้อหมวก ตอนแรกทางแม่ค้าได้บอกราคาไว้ว่า 3 ใบร้อย แต่เราก็ต่อราคาเพิ่มเป็น 4 ใบร้อย และทางแม่ค้าเค้าก็ตกลงขาย สุดท้ายซื้อหมวกมาแค่เพียงใบละ 25 บาทเท่านั้นเอง ลองคิดดูเล่นๆ ว่าหากกลับมาซื้อที่ไทยนั้น ราคาคงจะประมาณ 150 ถึง 200 บาท แน่ๆ และ อีกปัจจัยนึงที่ทำให้ราคาของที่เวียดนามถูกนั้น เพราะค่าแรงของประเทศเขานั้นถูก หากเทียบแล้วถูกกว่าไทยเกือบประมาณ 2 เท่า และยังถูกกว่าจีนอีกประมาณ 4 เท่าเลยทีเดียวค่ะ

1

สุดท้ายเลยเราได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมอาณาจักร Vingroup อีกครั้ง ซึ่ง Vingroup ถือเป็นบริษัทจดทะเบียนใหญ่สุดในตลาดเวียดนาม ดำเนินธุรกิจในรูปแบบของบริษัท Conglomerate โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และธุรกิจค้าปลีก โดยเราได้เข้าไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าอย่าง Vincom Retail ซึ่งถือเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำในเวียดนาม (คล้ายๆ กับ Central ของไทย) ซึ่ง Vincom Rertail นั้นมีสาขากระจายอยู่ทั่วเวียดนาม รวมถึงแหล่งนักท่องเที่ยวอย่างดานังด้วยเช่นกัน พอได้เดินเล่นไปรอบๆ ห้างของ Vincom นั้น เพิ่งสังเกตเห็นว่าเค้าก็มีลานสเก็ตน้ำแข็งอยู่ในห้างอีกด้วย (Vincom Ice Rink)

5

Vingroup นั้นพูดง่ายๆ ก็แทบจะครองทั้งเวียดนามเลยที่เดียว เนื่องจากมีธุรกิจที่หลากหลายมากๆ ได้เดินเล่นตามท้องถนนก็ได้เห็นร้านค้าสะดวกซื้อ ภายใต้แบรนด์ VinMart อีกด้วย นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมา Vingroup ยังได้ขยายมายังธุรกิจยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ VinFast ซึ่งมีทั้ง Model หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบรถ 4 ประตู แบบ SUV  โดยจะมุ่งเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าระดับกลาง  รวมถึงยังมีจักรยานยนต์ไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ ซึ่งมีลูกเล่นเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การเชื่อมต่อ Internet นอกจากนี้ Vingroup ยังมีธุรกิจผลิตและจำหน่าย Smartphone โดยถือว่าเป็นมือถือสัญชาติเวียดนามแบรนด์แรกเลยทีเดียว…

6

หลังจากที่เราได้ไปเยี่ยมชมเมืองท่องเที่ยวอย่างดานังกันแล้วนั้น ทำให้รู้สึกได้เลยว่าเวียดนามเป็นประเทศที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วมาก จากปัจจัยหลายๆ อย่างที่สนับสนุน เช่น ค่าแรงที่ต่ำ ประชากรที่ยังอายุน้อย ประกอบกับเป็นประเทศที่เน้นธุรกิจการท่องเที่ยวอีกด้วย

ลงทุนในหุ้นชั้นนำของเวียดนาม 30 ตัวแรก ผ่าน DR : E1VFVN3001
…แล้วยังซื้อขายด้วยโปรแกรม Streaming ง่ายๆ ได้อีกด้วย!!

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bualuang.co.th/dr หรือ knowledge.bualuang.co.th/article-categories/dr

ข้อดีของการลงทุนใน DR : E1VFVN3001

  • ลงทุนในหุ้นเวียดนามได้ง่ายๆ ด้วยบัญชีหุ้นไทยที่เปิดกับบริษัทหลักทรัพย์ทั่วไป
  • ลงทุนในหุ้นเวียดนามได้โดยไม่ติด Foreign limit
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีเงินได้สำหรับการลงทุนต่างประเทศ เนื่องจาก DR จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย
  • ใครก็ซื้อขายได้ด้วยเงินเริ่มต้นจำนวนน้อย (หน่วยการซื้อขายคือ 1 หน่วย DR )
  • ซื้อขายสะดวกเป็นสกุลเงินบาท
  • ซื้อขายได้ทุกวัน ตามวันและเวลาซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ไทย

หรือ หากท่านใดสนใจลงทุนในเวียดนามเป็นรายตัวกับ BLS Global Investing
สามารถเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศได้

สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวง

  • ดาวน์โหลดชุดเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ คลิกที่นี่
  • สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ยังไม่มีบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวง : ต้องดำเนินการเปิดบัญชีหุ้น พร้อมเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ

** เมื่อกรอกรายละเอียดแล้ว…กรุณาส่งเอกสารถึงผู้แนะนำการลงทุนของท่าน

หรือ ฝ่ายบัวหลวงอินเวสเมนท์สเตชั่น (1-7 อาคารซิลลิคเฮ้าส์ Unit 1A ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500)

สอบถามข้อมูลได้ที่ BLS Customer Service หรือ 02-618-1111

หรือ อ่านบทความเกี่ยวกับ BLS Global Investing… คลิกที่นี่

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น