ชวนมาดู 4 บริษัทเทคฯ ที่เริ่มสร้างธุรกิจรถยนต์แบบไร้คนขับ หวังเพิ่มการเติบโตต่อเนื่อง

ในปีหลัง ๆ มานี้ “ธุรกิจยานยนต์” ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle) ที่มีผู้นำอย่าง Tesla และ Nio และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการโดยสาร (Transportation) และที่พิเศษกว่านั้นก็คือ การโดยสารแบบไร้คนขับ นั่นเอง!

[FINAL] AW - Turning to EV business

4 บริษัทเทคฯยักษ์ใหญ่ที่เรานำมาเสนอในสัปดาห์นี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น

1.  Alphabet (GOOGL)

2. Apple (AAPL)

3. Alibaba (BABA, 9988)

4. Baidu (BAIDU)

รู้หรือไม่ว่า… Baidu เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้าน Search Engine หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น Google แห่งเมืองจีนเลยก็ว่าได้

ดังนั้นความน่าสนใจก็คือ ทั้ง Google และ Baidu ที่ดำเนินธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน ทำไมถึงเลือกลงทุนจำนวนมากในรถยนต์แบบไร้คนขับที่ใช้เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous driving technology) เหมือนกันอีกด้วย ซึ่งก็อาจเป็นเพราะทั้ง 2 บริษัทต้องการใช้เทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญ อาทิ Artificial Intelligence (AI) เพื่อช่วยในการตัดสินใจเส้นทางบนถนน และเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการขับเคลื่อนไปบนถนนได้นั่นเอง

วันนี้เราจึงอยากจะชวนมารู้จักกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Waymo ธุรกิจรถยนต์ EV แบบไร้คนขับของ Alphabet กันก่อนเลยนะคะ

 Waymo One / Waymo Via ธุรกิจภายใต้ Alphabat Inc. (GOOGL)

Waymo one และ Waymo Via เป็นรถยนต์ที่ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติที่ถูกคิดค้นและพัฒนามาจากบริษัท Alphabet จาก Pain point ที่ว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์บนท้องถนนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และนำไปสู่การบาดเจ็บและชีวิตของมนุษย์จำนวนมากในแต่ละปี จึงทำให้ Alphabet สร้างรถยนต์ไร้คนขับนี้ขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนที่ใช้ถนน อีกทั้งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร ส่งผู้โดยสารให้ถึงจุดหมายที่ได้กำหนดไว้ โดย Alphabet สร้าง Waymo Driver ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นคนขับแทนมนุษย์และถูกเรียกว่าเป็น The World’s Most Experienced Driver ผ่านการทดสอบบนถนนมาแล้วกว่าล้านไมล์ ผู้ใช้สามารถเรียกใช้รถ Waymo One หรือแม้แต่ Waymo Via ซึ่งเป็นรถบรรทุกสำหรับขนส่งสินค้าข้ามเมืองได้ตามความต้องการ

 

011

Source: Waymo.com

Project Titan โปรเจกต์ของ Apple Inc. (AAPL)

เริ่มต้นพัฒนารถยนต์ไร้คนขับตั้งแต่ปี 57 และเคยเกือบจะล้มเลิกโปรเจกต์ไปในปี 61 โดยในปี 62 นั้นบริษัทได้ตัดสินใจลดจำนวนพนักงานที่ทำโปรเจกต์นี้ออกไปกว่า 190 คน แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทยังคงมุ่งหน้าต่อ และเผยเป้าหมายว่าจะเริ่มผลิตจริงในปี 67 อีกทั้งบริษัทยังเผยว่า รถยนต์ในโปรเจกต์ Titan นี้ จะผลิตขึ้นเป็นรถยนต์สำหรับใช้งานส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อการรับ-ส่งผู้โดยสาร ซึ่งจะแตกต่างกับ 3 ธุรกิจที่เหลือ ต้องมาดูกันว่าเมื่อถึงปี 67 นั้น Apple Car จะมีหน้าตาเป็นอย่างไรและผลตอบรับจะมากน้อยแค่ไหน

ล่าสุด! ในวันที่ 23 ธ.ค. 63 คุณอีลอน มัสก์ ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของบริษัท Tesla ได้ออกมาทวิตข้อความใน Twitter กล่าวถึงบริษัท Apple ที่กำลังจะมุ่งหน้าผลิตรถยนต์ไร้คนขับว่า สมัยที่ธุรกิจของ Tesla กำลังต้องการความช่วยเหลือ (มูลค่าตลาดในเวลานั้น คิดเป็น 1 ใน 10 เท่าของมูลค่าบริษัท Tesla ในปัจจุบัน) อีลอน เคยต้องการให้ “ทิม” CEO คนปัจจุบันของ Apple เข้าลงทุนและช่วยเหลือ แต่ “ทิม” กลับปฏิเสธการประชุมกับเขา แต่ตอนนี้กลับตัดสินใจพัฒนาโปรเจกต์ Titan ซึ่งถือว่าตามหลัง Tesla อยู่หลายก้าว เมื่อมีคนทวิตข้อความเกี่ยวกับแผนของ Apple ที่จะเริ่มผลิตรถยนต์ไร้คนขับจริงในปี 65 ทำให้ “อีลอน มัสก์” คอมเมนต์ต่อว่า “Strange, if true” แปลกนะ ถ้าจริง…เหมือนจะพูดเป็นนัยว่า ในสมัยก่อนไม่ลงทุน และไม่แม้แต่จะเข้าประชุม แต่ตอนนี้กลับจะมาลงทุน ขณะที่ Tesla ในตอนนี้ก้าวหน้าไปไกลมากแล้วและมูลค่าเพิ่มขึ้นมาแล้ว 10 เท่าจากวันนั้น

 

022

Source: Flashfly

AutoX บริษัทสตาร์ทอัพที่ Alibaba (BABA, 9988) เข้าไปลงทุน

ไม่น้อยหน้าใครจริง ๆ สำหรับ Alibaba บริษัทเทคฯ จีนยักษ์ใหญ่ ที่ล่าสุดได้นำรถยนต์ไร้คนขับกว่า 100 คันทดสอบแล่นอยู่บนถนนจริงแล้วในกว่า 5 เมืองในประเทศจีน และในปัจจุบันคนในเมืองเซิ่นเจิ้นจะมองเห็นรถยนต์ไร้คนขับแล่นไปมารอบเมืองจำนวนกว่า 25 คัน อีกทั้งบริษัทได้รับการอนุญาตให้ทำการทดสอบแล่นบนถนนสาธารณะในเมืองแซนโฮเซและแคลิฟอเนียในสหรัฐฯแล้ว รถยนต์ AutoX ใช้ระบบ AI ในการควบคุมการขับ และธุรกิจมุ่งพัฒนาโดยผสมผสาน Hardware และ Software เข้าด้วยกันอย่างลงตัว จะเห็นว่า AutoX สามารถนำไปใช้กับรถยี่ห้ออะไรก็ได้ อาทิ Ford และ BYD เป็นต้น

 

033

Source: Techcrunch

Apollo ธุรกิจภายใต้ Baidu Inc. (BAIDU)

Apollo ดำเนินธุรกิจประเภทรถยนต์ไร้คนขับและระบบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคงจะไม่พูดถึง Robotaxi ไปไม่ได้ ซึ่งก็คือ รถแท็กซี่แบบไร้คนขับนั่นเอง (Self-driving taxi) มีระบบเซ็นเซอร์เกือบรอบคันและผ่านการทดสอบมาแล้วหลายครั้ง โดยในวันที่ 10 ต.ค. ปี 63 ที่ผ่านมา ได้เริ่มวิ่งบนถนนแล้วใน 3 เมืองใหญ่ อาทิ ปักกิ่ง ประเทศจีน Robotaxi สามารถรับผู้โดยสารได้ครั้งละ 2 คน ผู้ใช้สามารถเรียกรถได้ง่าย ๆ ผ่านแอปฯ Baidu Maps หรือ Apollo Go และ รถยนต์ Apollo มีระบบ AI ทำหน้าที่แทนคนขับ ควบคู่ไปกับการใช้ 5G ที่ช่วยในการควบคุมการขับขี่จากทางไกล

 

044

Source: Medium

ใครจะไปรู้ อนาคตเราอาจจะไม่จำเป็นต้องขับรถเป็น เพียงแค่นั่งอยู่เฉย ๆ ก็สามารถถึงปลายทางได้

จบไปแล้วนะคะ สำหรับบริษัทที่เริ่มหันหน้าเข้ามาสู่ธุรกิจยานยนต์เทคฯ จะเห็นว่าบริษัทหน้าคุ้นอีกเช่นเคย ที่เข้ามาเล่นในตลาดใหม่นี้ ซึ่งเป็นตลาดที่คาดว่าจะสามารถเติบโตสูงในอนาคต อีกทั้งอาจสร้างรายได้และกำไรให้กับผู้เล่นเหล่านี้ได้ในระยะยาว…

📌 เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ BLS Global Investing ได้ที่ https://bls.tips/openglobalinvesting

📌 ขยายวันโอนเงินไปต่างประเทศกับหลักทรัพย์บัวหลวง ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ทุกวันอังคาร และ วันพุธตลอดวัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://bls.tips/globalinvesttransfer

Source: CNBC, CNN, Techcrunch, Baidu, Apple, Apollo, Waymo.com, Motortrivia, AutoX, Yahoo Sports

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น