5 หุ้นยอดฮิตประจำเดือนพฤศจิกายน 63 รวมทั้งประวัติ CEO ของบริษัทชั้นนำเหล่านี้

Facebook Cover - TOP 5 Stocks NOV2020 3.12.63

เริ่มจากหุ้นยอดฮิตของทางฝั่ง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กันค่ะ…

Slide1 4.12.63

1. “William Li Bin” CEO ของ Nio, Inc.

ผู้ที่ได้รับฉายาว่าเป็น “อีลอน มัสก์ แห่งเมืองจีน” นอกจากตำแหน่ง CEO แล้ว “วิลเลี่ยม หลี่” ยังเป็นผู้ก่อตั้งและประธานคณะกรรมการบริษัทผลิตรถพลังงานไฟฟ้า EV อย่าง Nio อีกด้วย และสำหรับประวัติการศึกษา “วิลเลี่ยม หลี่” เรียนจบปริญญาตรี คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Science Computer) และ สังคมวิทยา (Sociology) โดยมีวิชาเลือกคือกฎหมาย (Law) จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และขณะศึกษาอยู่ ได้ริเริ่มก่อตั้งบริษัท Start-up ด้านไอทีตั้งแต่อายุ 21 ปี ต่อมาได้ร่วมมือกับหุ้นส่วนในการก่อตั้งบริษัท BitAuto Internet ในปี 2543 โดยที่สามารถนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯและมีมูลค่าแตะ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2553 ขณะที่อีกสามปีต่อมา วิลเลี่ยม ลาออกจากการเป็น CEO ของ BitAuto และบริษัทได้ถูกขายไปในที่สุด จนในเดือน พ.ย. 2557 บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Nio ก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้น จากความตั้งใจของวิลเลี่ยม หลี่ ที่ต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ EV

2. “Tim Cook” CEO ของ Apple, Inc.

สำหรับประวัติการศึกษาของ ทิม คุก เขาเรียนจบระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Auburn สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial engineer) ในสหรัฐฯ และเรียนจบระดับ MBA จากมหาวิทยาลัย Duke (Fuqua School of Business) เมื่อเรียบจบได้เข้าทำงานที่บริษัท IBM เป็นเวลา 12 ปี และเป็นผู้บริหารอยู่ที่บริษัท Intelligent Electronics และ Compaq ต่อมาเขาได้ตัดสินใจย้ายมาทำงานให้กับบริษัท Apple ในปี 2541 และด้วยความสามารถอันโดดเด่นของ ทิม คุก ทำให้เข้าได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง CEO ต่อจาก Steve Jobs เมื่อปี 2554

3. “Elon Musk” CEO ของ Tesla, Inc.

บริษัท Tesla เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2546 โดย 2 วิศวกร Martin Eberhard และ Marc Tarpenning ต่อมาในปี 2547 อีลอน มัสก์ ได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท Tesla เช่นกัน และดำรงตำแหน่ง CEO ในปี 2551 นอกจากนี้ในปีเดียวกัน บริษัทได้ออกรถโมเดลแรกที่เป็นรถสปอร์ตมีชื่อว่า Roaster และเขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง SpaceX บริษัทผลิตและพัฒนายานอวกาศในปี 2555, บริษัท Neuralink บริษัทเทคฯ ที่ทำเกี่ยวกับประสาทและสมองของมนุษย์ ในปี 2559, และบริษัท The Boring Company บริษัทที่ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานและก่อสร้างอุโมงค์ด้วยเทคโนโลยี ของสหรัฐฯในปี 2559 อีกด้วย โดยก่อนหน้านี้ในปี 2552 เขาได้เคยก่อตั้ง X.com (ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Paypal) แล้วรู้หรือไม่… เขาเป็นเศรษฐีระดับหลายล้านตั้งแต่ปลายอายุ 20 ปี หลังจากที่ได้ขายธุรกิจ Start-up ของตนที่มีชื่อว่า Zip2 ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับแผนที่อินเตอร์เน็ตและให้บริการด้านเส้นทาง ให้กับบริษัท Compaq Computers

4. “Daniel Zhang” CEO ของ Alibaba Group Holdings Ltd.

แดเนียล เรียนจบระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ในสาขาการเงินและเศรษฐศาสตร์ (Finance and Economics) หลังจากเรียนจบ จึงตัดสินใจเริ่มทำงานให้กับบริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนที่มีชื่อว่า Barings Bank ธนาคารสัญชาติอังกฤษ หลังจากบริษัทล้มละลาย เขาจึงตัดสินใจไปทำงานให้กับบริษัท Big 5 ที่มีชื่อว่า Arthur Andersen ที่ล้มละลายอีกเช่นกัน หลังจากเกิดกรณีฉ้อโกงของบริษัท Enron หลังจากนั้นเขาได้เริ่มทำงานกับ PwC เป็นเวลา 2 ปี และจึงย้ายมาทำงานให้กับ Taobao บริษัทย่อยของ Alibaba และได้รับตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัทให้กับ Tmall ที่ถูก Spin-off มาจาก Taobao ในเวลาต่อมา แล้วทราบหรือไม่ว่า… เมื่อสมัยที่แดเนียลทำงานให้กับ Tmall เขาได้ริเริ่มวันช้อปปิ้งคนโสดให้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกและสร้างยอดขายได้เป็นจำนวนมาก

5. “Satya Nadella” CEO ของ Microsoft Corp.

สัตยา นาเดลลา นักธุรกิจชาวอินเดีย-อเมริกัน เกิดที่เมืองไฮเดอราบัด (Hyderabad) ประเทศอินเดีย และได้เข้าเรียนระดับปริญญาตรีด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer science) ที่มหาวิทยาลัย Wisconsin-Milwaukee และระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย Chicago Booth School of Business สำหรับชีวิตการทำงาน นาเดลลา ได้ตัดสินใจเข้าทำงานหลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยที่บริษัท Sun Microsystems ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ และการบริการด้านไอที ซึ่งต่อมาเป็นบริษัทได้ถูก Oracle ซื้อกิจการไป หลังจากนั้นนาเดลลาได้เริ่มทำงานให้กับ Microsoft ในปี 2535 ในตอนนั้นเขาเป็นวิศวกร และอีกประมาณ 8 ปีต่อมาเขาได้กลายมาเป็น Vice President ให้กับ Microsoft Central และได้ถูกเลื่อนขั้นเป็น Vice President ของบริษัท Microsoft Business Solutions และ Microsoft Online Services ในเวลาต่อมา จนกระทั่งเมื่อปีก.พ. 2557 บิล เกตส์ ได้ตัดสินใจให้นาเดลลา ขึ้นมาเป็น CEO ของ Microsoft หลังจากที่ Steve Ballmer CEO คนก่อนหน้า ก้าวลงจากตำแหน่ง

 

 มาดูทาง ตลาดหุ้นฮ่องกง กันบ้างค่ะ…

Slide2 4.12.63

1. “Lei Jun” CEO ของ Xiaomi Corp.

นอกจากการดำรงตำแหน่ง CEO แล้ว เหลย จุน ก็ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Xiaomi อีกด้วย เหลย จุน เกิดที่จังหวัดหูเป่ย์ (Hubei) ประเทศจีน ในด้านประวัติการศึกษา เขาเรียนจบระดับปริญญาตรีในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer science) จากมหาวิทยาลัยหวู่ฮั่น ก่อนที่จะเข้ามาบริหารบริษัท Xiaomi เขาเคยเป็น CEO ของบริษัท Kingsoft บริษัทที่ให้บริการซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการป้องกันไวรัสและได้นำบริษัท Kingsoft เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงในปี 2550 และล่าสุดเขาได้ถูกจัดอันดับว่าเป็นเศรษฐีจีนที่รวยที่สุดคนที่ 17 ของ “China Rich List 2020” อีกด้วย

2. “Daniel Zhang” CEO ของ Alibaba Group Holdings Ltd.

ผู้ที่มาสืบทอดตำแหน่ง CEO ของ Alibaba ต่อจาก แจ๊ค หม่า ในปี 2558 มีชื่อว่า แดเนียล จาง ประวัติของ แดเนียล จาง เราได้พูดถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่เราอยากจะเสริมเพิ่มเติมว่า ก่อนที่แดเนียลจะขึ้นมาเป็น CEO แห่งบริษัทเทคฯจีนยักษ์ใหญ่ เขาเคยได้รับตำแหน่ง CFO ของ Taobao Marketplace ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายของออนไลน์ และยังเป็นหนึ่งในธุรกิจของ Alibaba นอกจากการบริหารด้านการเงินในฐานะ CFO แล้ว เขายังทำงานอย่างจริงจัง และนำ Taobao Marketplace ไปสู่ธุรกิจใหม่ โดยการนำธุรกิจ Taobao ขยายไปสู่ธุรกิจ B2C (Business-to-Customer) และกลายมาเป็น Taobao Mall ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

3. “Sun Taoyong” CEO ของ Weimob Inc.

Weimob เป็นธุรกิจผู้สร้างและพัฒนาระบบการให้บริการ Cloud ด้านการตลาดแบบครบวงจร ให้กับธุรกิจ SMEs ของจีน โดยสามารถทำรายการต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายบนแอปพลิเคชัน อีกทั้งแบ่งการให้บริการ Cloud ออกเป็น Commerce Cloud, Marketing Cloud และ Sales Cloud

สำหรับประวัติของ ซัน เถาหยง CEO ของ Weimob ก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับรางวัลมากมาย อาทิ “Top 10 Young IT Pioneers in Shanghai” ในปี 2558 “China E-Commerce Innovation Best Person of the Year–Service Vendor” ในปี 2559 และ “Forbes 30 Under 30 Asia List” ในปี 2560 สำหรับด้านประวัติการศึกษา เขาเรียนจบระดับปริญญาตรีในสาขาเทคโนโลยีการศึกษา (Educational Technology) จากมหาวิทยาลัย Anqing Normal และระดับปริญญาโทในสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ จากมหาวิทยาลัย Beijing Institute of Technology โดยเริ่มตำแหน่ง CEO ตั้งแต่ม.ค. 2561

4. “Ma Huateng” CEO ของ Tencent Holdings Ltd.

หลาย ๆ ท่านอาจรู้จักเขาในนาม โพนี่ หม่า (Pony Ma) ในปัจจุบันเขาเป็นทั้ง CEO และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Tencent บริษัทที่มีมูลค่าตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย สำหรับประวัติการศึกษาของ โพนี่ หม่า เขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเซินเจิ้น (Shenzhen University) ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer science) และเมื่อเรียบจบเขาได้เริ่มทำงานที่ China Motion Telecom Development Ltd. บรัษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต ที่เกี่ยวกับระบบส่งข้อความทันที (Instant messaging) และในช่วงเวลาเดียวกัน เขาก็ยังตัดสินใจทำงานให้กับ Shenzhen Runxun Communications Co., Ltd. ในส่วนของการวิจัยและพัฒนาการให้บริการโทรผ่านอินเทอร์เน็ต แล้วรู้หรือไม่ว่า? ทาง Celebrity Net Worth ได้เผยถึงรายได้สุทธิ (Net worth) ของ โพนี่ หม่า ที่ 59 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนับว่าเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 20 ของโลก (อันดับที่ 1 ยังคงเป็น Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและ CEO ของบริษัท Microsoft ที่มีรายได้สุทธิที่ 186 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

5. “Han Zhi Liang” CEO ของ Beijing Capital Int’l Airport Co Ltd.

บริษัทผู้ให้บริการธุรกิจการบินและบริการที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ในสนามบินปักกิ่ง (Beijing Airport) โดยให้บริการการเดินทางโดยเครื่องบินแก่ผู้โดยสาร อำนวยความสะดวก ความปลอดภัย อีกทั้งประกอบไปด้วยบริการการดับเพลิงและการจัดการภาคพื้นดิน เป็นต้น

โดย Han Zhi Liang เริ่มดำรงตำแหน่ง CEO ตั้งแต่เดือนส.ค. ปี 2559 และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก University of Inner Mongolia และระดับปริญญาโทจาก Chinese Academy of Agricultural Sciences และ Tsinghua University

 

มาต่อกันที่หุ้นยอดฮิตใน ตลาดหุ้นเวียดนาม กันบ้างนะคะ

Slide3 4.12.63

 

1. Vu The Phiet CEO ของ Airports Corporation of Vietnam JSC

Vu The Phiet มีประสบการณ์การบริหารงานด้านการบินมากว่า 23 ปี และก่อนหน้าที่จะเข้ารับตำแหน่ง CEO ของ Airports Corporation of Vietnam เขาเคยได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการ (Director) ให้กับ Noi Bai International Airport ซึ่งเขาได้ทุ่มเทและพัฒนาบริษัทจากเดิมที่เป็นบริษัทดำเนินการสนามบินที่มีเรทจากการประเมินต่ำในปี 2558 กลายมาเป็นบริษัทสนามบินที่ดีที่สุดอันดับ 28 ของเอเชีย

2. Le Nhu Linh CEO ของ PetroVietnam Power Corp.

Le Nhu Linh เป็นอีกท่านที่มีประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมตั้งแต่ปี 2537 รวมกว่า 26 ปี โดยเขาเรียนจบปริญญาเอก ในสาขาเศรษฐศาสตร์ปิโตรเลียม (Petroleum Economics) แล้วรู้หรือไม่ว่า PetroVietnam Power ตั้งเป้าปี 2565 – 2566 ว่าบริษัทจะเพิ่มความสามารถในการผลิตไฟฟ้าจากเดิมที่ 4,200 เมกะวัตต์ เป็น 6,900 เมกะวัตต์ ซึ่งนับเป็น 14-16% ของความสามารถในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศเวียดนาม

3. Mai Kieu Lien CEO ของ Vietnam Diary Products JSC

Mai Kieu Lien นักธุรกิจหญิงที่ได้รับรางวัล Top 50 Powerful Businesswoman in Asia ในปี 2555 โดยเขาได้เริ่มทำงานให้กับบริษัท Vinamilk ตั้งแต่ปี 2519 และได้รับตำแหน่ง CEO เมื่อปี 2535 อีกทั้งเขายังมีความตั้งใจสร้างแบรนด์ Vinamilk เป็น “Not only one of Vietnam’s most profitable brands but also a respected name across Asia” หรือสามารถพูดง่าย ๆ ก็คือ เขาต้องการให้แบรนด์ Vinamilk ไม่ใช่แค่เป็นเพียงแบรนด์ที่สร้างกำไรมากที่สุดในเวียดนามเท่านั้น แต่ต้องการให้แบรนด์ได้รับการเคารพและไว้วางใจในระดับเอเชียอีกด้วย แล้วรู้หรือไม่ว่า… นมวินนามิลค์สามารถซื้อได้แล้วผ่าน 7-Eleven ในราคาประมาณ 20 บาทต่อ 1 กล่อง

4. Tran Mai Hoa CEO ของ Vincom Retail JSC

Tran Mai Hoa เกิดเมื่อปี 2517 อาศัยอยู่ที่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม โดยเขาเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก National Economics University และ Hanoi University of Foreign Languages อีกทั้งเว็ปไซต์ Bizhub ยังเปิดเผยข้อมูลในเดือนมี.ค. 63 ที่ผ่านมาว่า ธุรกิจของ Vincom ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้า กระจายธุรกิจไปกว่า 43 จังหวัด และครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.6 ล้านตารางเมตรแล้ว

5. Neo Gim Siong CEO ของ Saigon Beer Alcohol Beverage Corp.

Neo Gim Siong นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Bennett ในปัจจุบันเขาบริหารธุรกิจกว่า 7 บริษัท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือบริษัท ไซง่อนเบียร์ โดยดำรงตำแหน่ง CEO ตั้งแต่ปี 2561 อีกทั้งในปี 2560 ที่ผ่านมา คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของบริษัท ไทยเบฟ ของไทย ได้เข้าซื้อบริษัทไซง่อนเบียร์กว่า 53.59% ที่มูลค่า 4 ล้านล้านเวียดนามดอง หรือราว 5.3 พันล้านบาท รู้หรือเปล่าว่า… ราคาไซง่อนเบียร์ 1 ขวดอยู่ที่ 14,000 – 15,000 เวียดนามดอง หรือราว 18 – 20 บาทเท่านั้น (อัตราแลกเปลี่ยน 765.81 เวียดนามดอง เท่ากับ 1 บาทไทย)

 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการอ่านข้อมูลและโมเดลธุรกิจของบริษัทเหล่านี้เพิ่มเติม คลิก  

จบไปแล้วนะคะ มาดูกันว่าในเดือนธันวาคม ปี 63 ที่จะถึงนี้ หุ้นตัวไหนจะเป็นหุ้นยอดฮิตและมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับหุ้นเหล่านี้บ้าง ติดตามกันเดือนหน้านะคะ

 

📌 เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ BLS Global Investing ได้ที่ https://bls.tips/openglobalinvesting

📌 ขยายวันโอนเงินไปต่างประเทศกับหลักทรัพย์บัวหลวง ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ทุกวันอังคาร และ วันพุธตลอดวัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://bls.tips/globalinvesttransfer

 

Source: Biography, CNBC, Forbes, Ladders, Britannica, Brandinside, Weimob, Celebrity Net Worth, Vyapaar Jagat, Columbia Southern, Nang Luong Vietnam, People Pill, Vietnam Investment Review, Wikipedia, Business Standard, Tesla, The Tradable, 7-Eleven

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น