“5 หุ้นยอดฮิต” ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม ประจำเดือนเมษายน 2564

5 หุ้นยอดฮิตตลาดหุ้นสหรัฐฯ

Slide1 (3)1. Facebook (FB)

  • รายได้รวมไตรมาส 1 ปี 64 อยู่ที่ 26.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมากกว่าตลาดคาดการณ์ที่ 23.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โตขึ้นจากปีก่อน 48% และสำหรับกำไรสุทธิไตรมาสเดียวกันโตขึ้นกว่า 94% เทียบกับไตรมาส 1 ปี 63 แตะ 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีจำนวนผู้ใช้งานต่อวัน (DAUs) ในสหรัฐฯ และแคนาดา ไม่ต่างไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบปลายปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 195 ล้านรายต่อวัน ในขณะที่ในประเทศแถบยุโรป DAUs ไตรมาส 1 ปี 64 อยู่ที่ 309 ล้านรายต่อวัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 64 ซึ่งอยู่ที่  309 ล้านรายต่อวัน
  • นอกจาก ธุรกิจโซเชียลมีเดีย ที่เรารู้จักกันดี “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” CEO ของ Facebook ต้องการขยายธุรกิจผ่านการพัฒนาและจำหน่ายเครื่อง AR หรือ VR หลังจาก Facebook เข้าไปลงทุนใน Oculus บริษัท VR รายหนึ่งเมื่อก่อนหน้านี้ ปัจจุบันมีการพัฒนาและเปิดตัว Oculus Avatars 2.0 ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนที่สร้างขึ้น เพื่อนำไปใช้ร่วมกันกับ Facebook Horizon ซึ่งเป็นวิดีโอเกมออนไลน์เสมือนจริง คิดค้นโดยบริษัท Facebook

2. Tesla (TSLA)

  • ถึงแม้ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 64 ที่ทาง Tesla ประกาศออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลง 3% หลังตลาดปิด (After Hours) Tesla ประกาศรายได้รวมอยู่ที่ 10.39 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 10.29 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยรายได้โต 74% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้านกำไรแตะ 438 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โตขึ้นจากปีก่อนมากกว่า 2,600% กำไรต่อหุ้นไตรมาสเดียวกันอยู่ที่ 0.93 เหรียญสหรัฐฯต่อหุ้น มากกว่าคาดการณ์เช่นกันที่ 0.79 เหรียญสหรัฐฯต่อหุ้น จากการที่ยอดขายรถเพิ่มขึ้น โดยยอดส่งมอบรถรุ่น Model 3 และ Model Y ในไตรมาส 1 ปี 64 อยู่ที่ 184,800 คัน และอีกเหตุผลหนึ่งที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมากนัก นั่นก็คือ กำไรที่ได้จากการเข้าลงทุน Bitcoin
  • Tesla ประกาศลงทุนใน Bitcoin ราว 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเดือนก.พ. 64 และได้กำไรจากการขายทำกำไรที่ 101 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผลตอบแทนจากการลงทุนในครั้งนี้อยู่ที่ราว 6.7% และคิดเป็น 23% ของกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 64 อีกทั้ง Tesla ได้ออกมากล่าวถึงความต้องการในรับเงินสกุลคริปโตในการซื้อขายรถยนต์ EV ของบริษัทด้วยเช่นกัน ในขณะที่บางฝ่ายยังวิเคราะห์ว่า การนำคริปโตมาใช้ในการใช้จ่าย รวมถึงการซื้อรถยนต์ ยังดูมีเรื่องน่ากังวล อาทิ ความผันผวนของสกุลเงินนั้น ๆ หรือการเป็นที่ยอมรับของสกุลเงินคริปโตที่ยังไม่กว้างขวางมากพอ เป็นต้น

3. Coinbase (COIN)

  • นับว่าเป็นบริษัทแถวหน้าของอุตสาหกรรมสกุลเงินคริปโต ที่เพิ่งจะทำการ IPO ไปเมื่อ 14 เม.ย. ที่ราคา 250 เหรียญสหรัฐญต่อหุ้น ซึ่ง ณ วันซื้อขายวันแรก ราคาหุ้นปรับขึ้นกว่า 31% แตะ 328.28 เหรียญสหรัฐฯ
  • มาย้ำกันอีกครั้ง Coinbase สร้างรายได้อย่างไร Coinbase เป็นตลาดคริปโต ที่มีขึ้น เพื่อให้คนเข้ามาซื้อและขาย Cryptocurrency ขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ โดยสกุลเงินหลัก ได้แก่ Bitcoin และ Ethereum โดยที่ Bitcoin เป็นเหรียญดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด วัดจากมูลค่าตลาด และในปีนี้ มูลค่าขึ้นมาแล้วกว่า 70% อีกทั้ง Ethereum มูลค่าเพิ่มขึ้นคิดเป็น 3 เท่าในปี 64 นี้ ซึ่งรายได้หลักกของ Coinbase มาจาก ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บ จากการซื้อขายและการฝากเหรียญเหล่านี้ โดยคิดเป็นกว่า 90% ของรายได้รวมในปี 63

4. Intel (INTC)

  • ทราบหรือไม่ว่า Intel เป็นผู้ผลิตชิปให้กับ บริษัท Apple แต่ในปัจจุบัน Apple เผยว่า พยายามจะเลิกใช้ชิปของ Intel กับสินค้าใหม่ ๆ ที่จะเปิดตัวในอนาคต ส่งผลให้ในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ Intel ลดลงมากว่า 11% หากมาดูผลประกอบการไตรมาส 1 ปีนี้ จะเห็นว่า รายได้อยู่ที่ 19.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ดี Intel ออกมาเผยว่า ในปัจจุบันมีการเร่งผลิตและคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ผลิตสินค้ามากขึ้น วางแผน Reinvestment มากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งกับคู่แข่งอื่นได้มากขึ้น

5. UpStart (UPST)

  • ย้ำกันอีกซักครั้ง… Upstart คือ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจอะไร Upstart เป็นบริษัท Holding ที่ลงทุนในบริษัทที่ให้บริการด้านแพลตฟอร์มการให้กู้เงิน (Lending platform) โดยใช้ระบบ AI และ Cloud โดย Upstart มีจุดประสงค์ เพื่อลดความเสี่ยงและต้นทุนที่เกิดขึ้นจากธุรกิจธนาคาร ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางของระบบการเงินในปัจจุบัน

001

Source: www.upstart.com

  • ล่าสุดในเดือนมี.ค. 64 Upstart ประกาศเป็นพาร์ทเนอร์กับ Drummond Community Bank สถาบันการเงินชั้นนำที่ให้บริการกับกลุ่มคนในรัฐ Florida ตั้งแต่ปี 2533 โดยการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ Drummond ให้ Upstart ได้ดูแลกลุ่มลูกค้าในการให้กู้เงิน ทั้งแบบสินเชื่อครัวเรือนและสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งบริการเหล่านี้จะทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มของ Upstart และเว็บไซต์ของธนาคาร ที่เป็นดิจิทัลทั้งสิ้น

5 หุ้นยอดฮิต ตลาดหุ้นฮ่องกง

Slide2 (4)

1. SMIC (981)

  • บริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของจีน มีแผนสร้างโรงงานผลิตที่มูลค่า 2.35 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Wafers) ให้ได้ 40,000 แผ่นต่อเดือน ภายในปี  65 โดยได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเซิ่นเจิ้น เนื่องจากรัฐบาลจีนต้องการสร้างศักยภาพในการส่งออกชิป และมุ่งหน้าให้ SMIC เป็นผู้ผลิตชิปของโลกเหนือสหรัฐฯ ในขณะที่เมื่อกลางเดือนมี.ค. SMIC ออกมาเตือนว่า ในปีนี้ไปจนถึงปี 65 ปัญหาขาดแคลนอาจมีอย่างต่อเนื่อง และอาจส่งกระทบต่อธุรกิจผลิตชิปหลายเจ้า หากประเทศไม่เร่งเพิ่มความสามารถในการผลิตชิป
  • SMIC จะประกาศงบไตรมาส 1 ปี 64 ในวันที่ 13 พ.ค. หลังตลาดปิดทำการ ซึ่งหากพูดถึงผลประกอบการในปี 63 รายได้ของ SMIC เพิ่มขึ้น 25.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนกำไรขั้นต้นปี 63 เพิ่มขึ้นมา 43.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 920.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23.6% หากเจาะรายประเทศ รายได้จากจีนและฮ่องกง โต 63.5% เมื่อเทียบกับปี 63

2. Xiaomi (1810)

  • ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและสินค้า IoTs สัญชาติจีน และรั้งอันดับ 3 ของโลกในตลาดผู้ผลิตและจำหน่ายสมาร์ทโฟน ตามหลัง Apple และ Samsung โดยบริษัทเตรียมลุยเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยเน้นพัฒนาและจำหน่ายรถยนต์ EV อัจฉริยะคุณภาพสูง แข่งกับคู่แข่งอย่าง Apple และ Huawei ที่เริ่มมีแผนเข้าสู่ตลาด EV กันมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยล่าสุด บริษัทเผยกำลังพิจารณาเข้าลงทุนให้กับบริษัท Black Sesame Technologies ในการพัฒนารถยนต์ EV ที่ใช้ระบบ AI และระบบขับขี่อัจฉริยะที่มูลค่าเงินลงทุนราว 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่นับว่ายังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างชัดเจน ต้องรอดูกันต่อไปว่า Xiaomi จะไปจับมือกับบริษัทอะไร ลงทุนด้วยมูลค่าเท่าไหร่ จะตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในอนาคตอย่างไร

3. Yeahka (9923)

  • ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการชำระเงินชั้นนำของจีน ออกมาประกาศผลประกอบการปี 63 สิ้นสุด 31 ธ.ค. 63 โดยรายได้ปี 63 โต 1.5% เมื่อเทียบกับปี 62 แตะ 2.3 พันล้านหยวนจีน หนุนจากธุรกิจคิดค้นด้านเทคโนโลยี ทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 20.2% ของรายได้รวมปี 63 ในขณะที่ปีก่อนสัดส่วนรายได้จากธุรกิจส่วนนี้อยู่ที่เพียง 7.8% ของรายได้รวมเท่านั้น
  • นอกจากนั้น รายได้จากธุรกิจด้านการตลาด (Marketing services) เพิ่มขึ้นกว่า 234.1% เมื่อเทียบกับปี 62 ทำให้สัดส่วนรายได้ในปัจจุบันอยู่ที่ราว 16% ของรายได้รวม อีกธุรกิจหนึ่งก็โตเกือบสามหลักเช่นกัน ได้แก่ ธุรกิจให้บริการซอฟต์แวร์แบบรายเดือนกับร้านค้าต่าง ๆ (Marchant Software-as-a-Service) ซึ่งโตกว่า 99.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 29.9 ล้านหยวนจีน คิดเป็นเพียง 1.3% ของรายได้รวมเท่านั้น
  • แหล่งรายได้สุดท้ายมาจาก ธุรกิจให้บริการด้าน Fintech ซึ่งรายได้แตะ 68.7 ล้านหยวนจีน โตกว่า 30.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคิดเป็น 3% ของรายได้รวมปี 63

4. Meituan (3690)

  • บริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มขนส่งอาหารรายใหญ่ของจีน ถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการต่อต้านการผูกขาด (Antitrust) จากรัฐบาลจีน หรือพูดอีกอย่างก็คือ รัฐบาลจะเข้าไปตรวจสอบ Meituan ในกรณีที่ Meituan พยายามให้ร้านค้าหรือลูกค้าเลือก 1 จาก 2 เจ้าใดเจ้าหนึ่งเท่านั้น ปิดกั้นไม่ให้เข้าทั้ง 2 แพลตฟอร์มในเวลาเดียวกัน โดยหากมองเหตุการณ์ตัวอย่าง ก็คล้ายกับในกรณีของ Alibaba บริษัทซื้อขายสินค้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่ที่มีการตรวจสอบและปรับเงินราว 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯไปแล้ว โดยทาง Bloomberg มองว่า การต่อต้านการผูกขาดในครั้งนี้อาจไม่รุนแรงเท่ากรณีของ Alibaba อย่างไรก็ดี เราต้องมาติดตามกันต่อค่ะ คาดว่าจะสรุปได้ใน 1-2 เดือนนี้

5. Baidu (9888)

  • บริษัท search engine สัญชาติจีน ที่ปัจจุบันหันมาเน้นผลิตและพัฒนารถยนต์ไร้คนขับและรถ EV มากขึ้น โดยรถยนต์ไร้คนขับรุ่นหลักของ Baidu มีชื่อว่า Apollo Robotaxi ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งคนขับที่ควบคุมด้านความปลอดภัย ผู้ใช้สามารถเรียกรถและชำระเงินผ่านแอปฯ ได้เลย โดยจะเริ่มให้บริการในเมืองปักกิ่งเป็นวันแรกในวันที่ 2 พ.ค. นี้ ซึ่งนับว่าเป็นเจ้าแรกในจีนที่ให้บริการเหล่านี้
  • รูปของ Apollo Robotaxi

002

Source: Apollo.auto, as of 29/4/21

5 หุ้นยอดฮิต ตลาดหุ้นเวียดนาม

Slide3 (3)1. Century Land (CRE)

  • ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเวียดนาม โดยเข้าลงทุนในโครงการพัฒนาและจัดการด้านอสังหาฯ มากมาย รวมไปถึงให้บริการด้านการจัดการสินทรัพย์ การให้คำแนะนำทางธุรกิจ การทำการตลาด การติดต่อสื่อสาร ฯลฯ โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการรออยู่จำนวนมาก อาทิ Louis City, Hinode Royal Park, C-Sky View เป็นต้น อีกทั้งมุ่งการเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีต่อในอนาคต

2. Digiworld (DGW)

  • เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา Digiworld ประกาศรายได้ปี 63 โต 48% เทียบกับปี 62 แตะ 12.5 ล้านล้านเวียดนามดอง ในขณะที่กำไรสุทธิโตเด่น 64% เทียบปี 62 ที่ 267 พันล้านเวียดนามดอง หนุนจากการเติบโตของยอดขายสมาร์ทโฟนของ Xiaomi ที่ Digiworld เป็นคู่ค้า ที่ซึ่งในปัจจุบัน สมาร์ทโฟนของ Xiaomi ชิงส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนในเวียดนามไปแล้วกว่า 10%

3. PetroVietnam (POW)

  • บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานอย่างครอบคลุมและสามารถกระจายรายได้ โดยปัจจุบันเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า แก๊ส ปิโตรเคมี ปิโตรเลียม น้ำมันดิบ เป็นต้น ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของเวียดนาม ก่อตั้งเมื่อปี 2518
  • เมื่อวันที่ 7 เม.ษ. ที่ผ่านมา Fitch Ratings บริษัทผู้ประเมินและจัดอับดับเรตติ้งให้กับบริษัทจำนวนมากปรับ PetroVietnam จากเดิมที่มีอับดับเครดิตอยู่ที่ BB (BB Stable) เป็น BB+ (BB Positive) ในปัจจุบัน

4. Intimex Hoa Cam Concrete (HCC)

  • Hoa Cam คือ บริษัทที่ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสม อีกทั้งยังผลิตทราย หินที่ใช้ในการก่อสร้าง ดิน กรวด และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โลหะ สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
  • อัปเดตรายได้ไตรมาส 1 ปี 64 อยู่ที่ 46.3 พันล้านเวียดนามดอง เพิ่มขึ้นมาจากไตรมาสก่อนหน้า 7.2% อีกทั้งกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 64 อยู่ที่ 433 ล้านเวียดนามดอง ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 16% จากไตรมาส 4 ปี 63

5. Vinhomes (VHM)

  • ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เวียดนาม โดยปลายปี 64 บริษัทกำลังจะได้รับใบอนุญาต เพื่อทำการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแบบทาวน์โฮมขนาดใหญ่จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ Dream City, Coloa และ Wonder Park ซึ่งโครงการทั้งหมดนี้ อาจนำมาสู่มูลค่า Presale ที่ราว 16 ล้านล้านเวียดนามดอง ภายในปีนี้ อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจได้แก่ สวนสาธารณะแห่งแรกที่จะเปิดตัวในปลายปีนี้ และยังมีอีก 2 แห่งที่รอการเปิดตัวในอนาคต

 

สำหรับสัปดาห์หน้าทีม BLS Global Investing จะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามความรู้ด้านการลงทุนได้ในทุกวันเสาร์ เวลา 11.00 น.

📌 เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ BLS Global Investing ได้ที่ https://bls.tips/openglobalinvesting

📌 ใกล้หมดเวลาแล้วกับ… ขยายวันโอนเงินไปต่างประเทศกับหลักทรัพย์บัวหลวง ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ทุกวันอังคาร และ วันพุธตลอดวัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://bls.tips/globalinvesttransfer  

#5หุ้นยอดฮิต #April2021 #BLSGlobalInvesting #หลักทรัพย์บัวหลวง

Source: ฺBLS Global Investing, Bloomberg, Companies’ website, as of 29/4/64

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่