รู้จัก TIE Ratio คืออะไร และดูประสิทธิภาพในการชำระดอกเบี้ยของบริษัทได้อย่างไร

TIE Ratio คืออะไร

อัตราส่วนแสดงสามารถในการชำระดอกเบี้ย หรือ Times Interest Earned (TIE) Ratio คือ เครื่องมือที่ใช้วัดความสามารถของบริษัทว่ามีกำไรพอจ่ายหนี้ที่กู้ยืมมาได้มากน้อยเพียงใด โดยตัวเลขผลลัพธ์จะแสดงถึงการนำกำไรมาจ่ายได้กี่เท่าของดอกเบี้ยทั้งหมดที่ค้างชำระ

1

วิธีการดูค่าของ TIE

  • ค่า TIE มาก หมายถึง บริษัทมีเงินสดเพียงพอหลังจากชำระหนี้เพื่อลงทุนในธุรกิจต่อไป แสดงว่า มีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ต่ำ
  • ค่า TIE น้อย หมายถึง บริษัทมีเงินสดไม่พอหลังจากชำระหนี้เพื่อลงทุนในธุรกิจต่อไป แสดงว่า มีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้สูง

โดย TIE Ratio ไม่มีเกณฑ์ตัวเลขที่แน่นอน จึงเหมาะสำหรับเปรียบเทียบตัวเลขปัจจุบันกับอดีต เพื่อดูแนวโน้มความสามารถในการชำระดอกเบี้ยของบริษัทว่าดีขึ้นหรือแย่ลง หรือ เปรียบเทียบธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน

ยกตัวอย่างการใช้ TIE จากสถานการณ์จริง

ยกตัวอย่างการอ่านค่า TIE ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงไตรมาส 1 ปี 2021 ของบริษัท บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)

2

ข้อมูล ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2021

  • ปี 2018 มีค่า TIE Ratio 24.95 เท่า หมายความว่า บริษัทสามารถชำระดอกเบี้ยที่ค้างจ่ายได้ 24.95 เท่า หรือกำไรของบริษัทสูงกว่าค่าดอกเบี้ยค้างชำระมากถึง 24.95 เท่า โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 18.23 แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถนำกำไรมาจ่ายหนี้ได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ที่ต่ำ
  • ปี 2019 มีค่า TIE Ratio 29.68 เท่า หมายความว่า บริษัทสามารถชำระดอกเบี้ยที่ค้างจ่ายได้ 29.68 เท่า หรือกำไรของบริษัทสูงกว่าค่าดอกเบี้ยค้างชำระมากถึง 29.68 เท่า โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2018 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 24.95 แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถนำกำไรมาจ่ายหนี้ได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ที่ต่ำ
  • ปี 2020 มีค่า TIE Ratio 35.30 เท่า หมายความว่า บริษัทสามารถชำระดอกเบี้ยที่ค้างจ่ายได้ 35.30 เท่า หรือกำไรของบริษัทสูงกว่าค่าดอกเบี้ยค้างชำระมากถึง 35.30 เท่า โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 29.68 แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถนำกำไรมาจ่ายหนี้ได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ที่ต่ำ
  • ในไตรมาส 1 ของปี 2021 มีค่า TIE Ratio 75.98 เท่า หมายความว่า บริษัทสามารถชำระดอกเบี้ยที่ค้างจ่ายได้ 75.98 เท่า หรือกำไรของบริษัทสูงกว่าค่าดอกเบี้ยค้างชำระมากถึง 75.98 เท่า โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2020 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 35.30 แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถนำกำไรมาจ่ายหนี้ได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ที่ต่ำ

สรุปได้ว่าจากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าบริษัทมีแนวโน้มการสร้างกำไรได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกปี ทั้งนี้เป็นเพราะบริษัทได้รับอานิสงค์จากสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากเป็นบริษัทที่จำหน่ายสินค้าไอที ดังนั้นจึงมียอดขายสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีประสิทธิภาพในการหากำไรเพื่อมาชำระดอกเบี้ย

หมายเหตุ : TIE Ratio บอกเพียงความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและความเสี่ยงของบริษัทเท่านั้น นักลงทุนควรดูอัตราส่วนทางการเงินอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อใช้ในประกอบการตัดสินใจลงทุน

แล้วเราสามารถดูค่า TIE Ratio ได้จากที่ไหน ?

วิธีที่ 1 เข้าใช้งานผ่านโปรแกรม TradeMaster

  1. Login เข้าโปรแกรม TradeMaster
  2. เลือกเมนู Market Info
  3. ไปที่ฟังก์ชัน Fundamental > Fin. Chart
  4. คลิกที่ Debt Ratio จากนั้นเลือก TIE Ratio

3

วิธีที่ 2 เข้าใช้งานผ่านโปรแกรม Stock Signals บนหน้า เว็บไซต์หลักทรัพย์บัวหลวง

  1. Login เข้าใช้งาน เว็บไซต์หลักทรัพย์บัวหลวง
  2. เลือกเมนู Stock Signals
  3. เลือกฟังก์ชัน Summary
  4. พิมพ์ชื่อหุ้นที่ท่านสนใจในช่องค้นหา เมื่อเลือกเรียบร้อยแล้ว สามารถดู TIE Ratio ของหุ้นตัวที่เลือกได้ด้านล่าง ดังหน้านี้

4

สแกนหา TIE Ratio ได้อย่างไร ?

เด็ดยิ่งกว่า!!! ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวงสามารถสแกนหาหุ้นอัตโนมัติด้วย Strategy Builder จากการสร้างเงื่อนไขที่คุณสนใจง่ายๆผ่านโปรแกรม Trade Master ดังนี้…

6

  • สร้างเงื่อนไขด้วยเมูด้านซ้ายมือ และเลือกตั้งค่าเงื่อนไข (condition) โดยหา TIE Ratio
  • เมื่อสร้างกลยุทธ์ (Strategy) ของเราเรียบร้อยแล้ว หน้าจอจะปรากฎหุ้นที่เข้าเงื่อนไขจากหน้า Results

รับชมคลิปวิดีโอ ทริปเด็ด ๆ จากกูรูหลักทรัพย์บัวหลวงต่อได้ที่นี่

หากนักลงทุนสนใจศึกษาวิธีการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินอื่น ๆ ต่อได้ที่นี่

ลิงก์ด้านใน VI#1

เปิดบัญชีหุ้นออนไลน์กับหลักทรัพย์บัวหลวง สะดวก ง่าย ไม่ต้องส่งเอกสาร 

เปิดบัญชีหุ้น ออนไลน์

ติดตามความรู้ทางด้านการลงทุนดีๆ กับพวกเราได้ที่…

Facebook_Logo_(2019) youtube-icon-logo-05A29977FC-seeklogo.com tt

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่