สรุปภาพรวม TFEX & Block Trade (เมษายน 2564) : สถานะคงค้าง “เพิ่ม” ปริมาณการซื้อขาย “ลด” แต่ภาพรวมให้ระมัดระวัง “Sell in May”

สถานะคงค้าง “เพิ่ม” ปริมาณการซื้อขาย “ลด”

แต่ภาพรวมให้เริ่มระวัง “Sell in May”

 Highlight ภาพรวม SET50 INDEX FUTURES และ Block Trade

  • ระวัง Sell in May (นักลงทุนขายหุ้นทำกำไรในช่วงเดือนพ.ค.) แม้ว่าปริมาณการซื้อขายรวมของ SET50 INDEX FUTURES ในเดือนเม.ย.จะลดลง สวนทางกับสถานะคงค้างที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องงเบื้องต้นอาจประมาณการณ์ได้ว่านักลงทุนยังมีการถือครองสถานะฝั่ง Long เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากดัชนีตลอดช่วงเดือนเม.ย.ยังมีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสิ้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา แต่เราเริ่มให้ระมัดระวังความเสี่ยงช่วงเดือนพ.ค.ซึ่งยังต้องระวังแรงขาย โดยเฉพาะ S50M21 เข้าใกล้บริเวณ 965-970 จุด มีฐานแรกรอทดสอบ ณ ระดับ 935 จุด
  • มูลค่าสถานะคงค้างเฉลี่ยรายวันของ Single Stock Futures (SSFs) เพิ่มขึ้น 6.14% จากเดือนก่อนหน้า และทำ New High (ทำราคาสูงสุดใหม่) สูงสุดในรอบ 20 เดือนที่ระดับ 34,400 ล้านบาท สะท้อนปริมาณการสะสมหุ้นในตลาดของนักลงทุนโดยกลุ่มที่มีปริมาณการซื้อขายและสถานะคงค้างปรับตัวขึ้นโดดเด่นคือ กลุ่มปิโตรเคมี นำโดย SCC และ IRPC
  • ธุรกรรม Block Trade ที่มีการซื้อขายมากที่สุด เริ่มกลับเข้ามาที่หุ้นใหญ่ของกลุ่มอุตสาหกรรมหลักคือ กลุ่มพลังงาน, กลุ่มธนาคาร และกลุ่มอาหาร-เครื่องดื่ม
  • หุ้นอ้างอิงตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่นในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มไปต่อในเดือนพ.ค. คือ IRPC, KTC และ CPF
  • เดือนพ.ค. เริ่มจับตามองหุ้นอ้างอิงที่มีสัญญาณบวก อย่าง HMPRO, STEC, OSP และ BBL ราคามีรอบที่จะยืนได้แข็งแกร่งกว่าภาพรวมตลาดฯ ที่มีโอกาสพักตัวระยะสั้น

 

สรุปภาพรวมของ “SET50 INDEX FUTURES” เดือนเม.ย. 64 

เนื่องจากในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีวันหยุดค่อนข้างเยอะ โดยมีวันที่ตลาดเปิดทำการเพียงแค่ 18 วันเท่านั้น ทำให้ปริมาณการซื้อขายรวมของตลาดลดลงจากเดือนก่อน ขณะที่ SET Index ปิดที่ระดับ 1,583.13 จุด ณ วันที่ 30 เม.ย. 64 ปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังจากที่ดัชนีไม่สามารถทะลุแนวต้านจิตวิทยาบริเวณ 1,600 จุดได้ แต่ภาพรวมยังคงสดใสเนื่องจาก
SET Index ยังคงเคลื่อนไหวในระดับยก Low และ High (ทำจุดต่ำและจุดสูงสุดสูงขึ้น) สูงกว่าเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 1529.29-1606.41 จุด แต่เมื่อมาดูเจาะจงเฉพาะที่ SET50 Index ซึ่งปิดที่ระดับ 955.97 จุด ณ วันที่ 30 เม.ย. 64 กลับพบว่า ดัชนียังไม่สามารถทำ New High ใหม่ได้ แสดงให้เห็นว่า การดีดตัวขึ้นมาของ SET Index รอบนี้ไม่ได้มาจากหุ้นใน SET50 ซึ่งอาจนำมาสู่ความเปราะบางในเดือนพ.ค. 64

 

ปริมาณการซื้อขายรายเดือนของ SET50 Index Futures

 1

Source : www.tfex.co.th

สถานะคงค้าง (OI) รายเดือนของ SET50 Index Futures

 2

Source : www.tfex.co.th

สำหรับ SET50 INDEX FUTURES เราพบว่า ปริมาณการซื้อขายรวมลดลงจากเดือนก่อนเช่นเดียวกัน โดยมีปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 2,838,359 สัญญา สวนทางกับสถานะคงค้างที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 335,041 สัญญา หรือเพิ่มขึ้น 5.65% จากเดือนก่อนหน้า

มูลค่าการซื้อขายสะสมแบ่งตามประเภทนักลงทุนของ SET50 Index Futures

 3
         Source : www.tfex.co.th

เมื่อมาดูมูลค่าการซื้อขายสะสมของ SET50 Index Futures ของนักลงทุนแต่ละประเภท เราพบว่า ในเดือนที่ผ่านมามูลค่าการซื้อขายสะสมค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนรายย่อยผลัดกันทำการซื้อ-ขาย (Long- Short) ในขณะที่นักลงทุนสถาบันยังคงเป็นผู้ซื้อหลัก (Long) อยู่อย่างต่อเนื่อง มูลค่าการซื้อขายสะสมที่ทรงตัวสอดคล้องกับ SET50 Index Futures  ที่่แกว่งตัวอยู่ในกรอบบ 933.20-974.80 จุด หากเราขยายภาพให้กว้างขึ้น เราจะพบว่า การดีดตัวของดัชนีตั้งแต่ต้นปีมาจากเม็ดเงินของนักลงทุนสถาบันเป็นส่วนใหญ่ สวนทางกับนักลงทุนต่างชาติที่มีมูลค่าการซื้อขายสะสมเป็นขายสุทธิ (Short) อยู่ ซึ่งอาจจะทำให้การปรับตัวขึ้นของดัชนีในรอบที่ผ่านมาขาดความยั่งยืน ดังนั้นนักลงทุนควรระมัดระวังการลงทุนในช่วงเดือนพ.ค.

สรุปภาพรวม “Block Trade” เดือนเม.ย. 64 

มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของ SET เทียบกับมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของหุ้นอ้างอิงบนกระดานหลัก

 4

Source : BLS Futures & Options

จากรูปจะเห็นว่า มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของหุ้นอ้างอิงของ Single Stock Futures (SSFs) ทั้ง 121 ตัว ตั้งแต่เดือนก.พ.- เม.ย. 64 มีปริมาณใกล้เคียงกัน โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของเดือนเม.ย. อยู่ที่ 54,666 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 62.36% เมื่อเทียบกับมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยของตลาด

มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของธุรกรรม Block Trade เทียบกับ (%) มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของหุ้นอ้างอิงบนกระดานหลัก

 5

Source : BLS Futures & Options

นอกจากนี้ เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มีมูลค่าการซื้อขายรวมของ Block Trade SSFs คิดเป็น 6.34% ของมูลค่าการซื้อขายหุ้นอ้างอิงรวม โดยมูลค่าการซื้อขายผ่านธุรกรรม Block Trade เฉลี่ยต่อวันลดลงจากเดือนมี.ค. ณ ระดับ 5,192 ล้านบาท มาอยู่ที่ 3,467 ล้านบาท หรือลดลงจากเดือนก่อนถึง 33.22%

(%) จำนวนสัญญาคงค้างตลาดรวม ณ สิ้นเดือนเทียบกับ Single Stock Futures (Contract)

 6

Source : BLS Futures & Options

จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่า แม้ปริมาณการซื้อขายรวมของตลาดและธุรกรรม Block Trade ในเดือนเม.ย.จะลดลง แต่จำนวนสัญญาคงค้างรวมของตลาด TFEX และ SSFs กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เดือนธ.ค. 63 – เม.ย. 64 โดยจำนวนสัญญาคงค้างของ SSFs ในเดือนเม.ย. 64 ที่ผ่านมาคิดเป็น 84.50% ของสัญญาอนุพันธ์คงค้างรวม

มูลค่าสถานะคงค้างเฉลี่ยของ Single Stock Futures

 7

Source : BLS Futures & Options

นอกจากนี้ มูลค่าสถานะคงค้างเฉลี่ยรายวันของ SSFs เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1,988 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6.14% และทำ New High สูงสุดในรอบ 20 เดือนที่ระดับ 34,400 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงปริมาณการสะสมหุ้นในตลาดของนักลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มูลค่าการซื้อขายสะสมแบ่งตามประเภทนักลงทุนของ Single Stock Futures

8

Source : www.tfex.co.th

หากเราเจาะจงมาดูมูลค่าการซื้อขายสะสมแบ่งตามประเภทนักลงทุน เราจะพบว่าจำนวนสัญญาคงค้างของ SSFs ที่เพิ่มขึ้นมานั้นมาจากการซื้อขายของนักลงทุนในประเทศเพียงผู้เดียว ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศและสถาบันรวมมือกันเป็นผู้ขาย (Short) ให้กับรายย่อย ซึ่งยอดดังกล่าวมีมูลค่าการขายสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่จึงอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่บอกเราได้ถึงความอ่อนแอในการดีดตัวของ SSFs ในช่วงที่ผ่านมา

มูลค่าสัญญาคงค้างเฉลี่ยรายวัน (ล้านบาท) ตามหุ้นอ้างอิง

 9

Source : BLS Futures & Options

เมื่อมาดูมูลค่าสัญญาคงค้างเฉลี่ยต่อวันบนหุ้นอ้างอิงรายตัวจะพบว่า หุ้นอ้างอิง 5 อันดับสูงสุดยังคงเป็นหุ้นตัวเดิมกับเดือนก่อนหน้า โดยหุ้นอ้างอิง KTC ยังคงครองแชมป์หุ้นที่มีมูลค่าสูงสุด ส่วนอันดับ 2 เป็นหุ้น RS ที่ขึ้นมาแซงหน้าหุ้น CBG ซึ่งเป็นหุ้นอันดับ 2 ของเดือนก่อน และตามมาด้วยหุ้น CPF และ ADVANC ตามลำดับ

สัดส่วน (%) มูลค่าการซื้อขายของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งหมดในธุรกรรม Block Trade

 10

Source : BLS Futures & Options

โดยกลุ่มที่นักลงทุนเข้ามาซื้อขายในธุรกรรม Block Trade มากที่สุดในเดือนเม.ย. คือ กลุ่มพลังงาน, กลุ่มธนาคาร และกลุ่มอาหาร-เครื่องดื่ม ตามลำดับ ซึ่งการซื้อขายของกลุ่มธนาคารผ่านธุรกรรม Block Trade เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนถึง 65.60%

สัดส่วน (%) มูลค่าการซื้อขายธุรกรรม Block Trade บนหุ้นอ้างอิงย้อนหลัง 12 เดือน

11

Source : BLS Futures & Options

หากดูจากข้อมูลจะพบว่า กลุ่มที่มีปริมาณการซื้อขายและสถานะคงค้างปรับตัวขึ้นโดดเด่นคือ กลุ่มปิโตรเคมี นำโดย SCC ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงถึง 5.57% ถือเป็นขาขึ้นของกลุ่มปิโตรเคมี โดยนักลงทุนต่างเข้ามาเก็งกำไรผลประกอบการที่กำลังจะประกาศ หลังมีคาดการณ์ว่าจะออกมาดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ผ่านมา ประกอบกับส่วนต่างราคาของธุรกิจปิโตรเคมีขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง SCC เตรียมสุ่ม IPO “SCG Chemicals” เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ช่วงต้นปีหน้า ทำให้นักลงทุนต่างเข้าซื้อ SCC เพื่อเก็งกำไรใน Sentiment ไปดังกล่าวไปก่อนล่วงหน้า หนุนให้ปริมาณการซื้อขาย SCC ขึ้นติดอันดับ 1 ของ Block Trade

ในส่วนของอันดับที่ 2 หุ้นอ้างอิง IRPC ซื้อขายสูงถึง 4.27% ด้วยเหตุผลเดียวกันที่ทำให้ปริมาณการซื้อขายติดอันดับ Top เนื่องจากส่วนต่างราคาของกลุ่มปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น
คาดว่าจะดันรายได้ 1Q64 จากขาดทุนพลิกกลับมาเป็นกำไรได้เลยทีเดียว บวกกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำให้การสต็อกน้ำมันเกิดเป็นกำไร ส่งผลให้ IRPC มีความโดดเด่นขึ้นมาทันที นอกจากนี้ สถานะคงค้างของหุ้น IRPC ยังปรับเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 ซึ่งมียอดสูงถึง 128%

อันดับที่ 3 หุ้นอ้างอิง BBL ปริมาณการซื้อขายสูงถึง 3.52% ด้วยความโดดเด่นเรื่องความ Conservative ของแบงค์ที่ตั้งสำรอง NPL สูง ทำให้นักลงทุนต่างหมดความกังวล หลัง BBL ออกมาอธิบายถึงสัดส่วนหนี้ที่เข้าโครงการบรรเทาหนี้ว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับหลายแบงค์ และประเด็นจากการเข้าลงทุนใน Permata ต่างมองว่าระยะยาวอนาคตจะสดใส

สรุป : แม้ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปิดทำการค่อนข้างเยอะ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายของธุรกรรม Block Trade ลดลง แต่สถานะคงค้าง (OI) ของ SSFs กลับปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและทำ New High สูงสุดในรอบ 20 เดือน แสดงให้เห็นถึงปริมาณการสะสมหุ้นในตลาดของนักลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มที่มีปริมาณการซื้อขายและสถานะคงค้างปรับตัวขึ้นโดดเด่นคือ กลุ่มปิโตรเคมี นำโดย SCC และ IRPC อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเริ่มระมัดระวังความเสี่ยงช่วงเดือนพ.ค. เนื่องจากภาพรวมตลาดมีโอกาสพักตัวระยะสั้น แม้ปริมาณการซื้อขายและสถานะสัญญาคงค้าง (OI) ของหุ้นจะเพิ่มขึ้นก็ตาม

จากสถิติข้างต้นชี้ให้เห็นว่าธุรกรรม Block Trade ยังถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุน ที่มีจุดเด่นในการทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้น-ขาลง และเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น ๆ ด้วยอัตราทดที่ทำให้วางเงินน้อย แต่ได้รับอัตราผลตอบแทนสูง
ทำให้สามารถกำหนดจุดเข้า-ออกได้แคบขึ้น ทั้งนี้นักลงทุนควรศึกษาถึงความเสี่ยงของโปรดักส์อย่างรอบคอบ โดยยหลักทรัพย์บัวหลวงได้มีการจัดสัมมนาให้ความรู้ รวมไปถึง Update สถานการณ์ให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักลงทุนสามารถติดตามข่าวสารและรายงานบทวิเคราะห์ Futures & Options ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านลิงก์  >> https://knowledge.bualuang.co.th/knowledge-base/futuresoptionsresearch/

สนใจลงทุน และใช้บริการ Block Trade กับหลักทรัพย์บัวหลวง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม BLS Customer Service โทร 0-2618-1111

Article Attachments

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่