รวมเรื่องน่ารู้…โค้งสุดท้ายจากโครงการ The Stock Master Exclusive

วันนี้เรานำเรื่องราวดีๆ ที่น่ารู้จากห้องเรียนการลงทุน The Stock Master Exclusive …ที่เข้าสู่โค้งสุดท้ายของโครงการ มาฝากกันนะคะ :)

“วันที่เธอเปลี่ยนไป” ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่เปลี่ยนไป แต่เป็นตลาดหุ้นไทยที่เปลี่ยนแปลง…“คุณนิด ชัยพร” รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานค้าหลักทรัพย์ มาเราสู่กันฟังถึงการเปลี่ยนไปของตลาดหุ้นไทย จากเดิมมีมูลค่าซื้อขาย 7-8 พันล้านบาทต่อวัน แต่ปัจจุบันค่าเฉลี่ยมูลค่าการซื้อขายอยู่ราวๆ 3-4 หมื่นล้านบาทต่อวัน หากช่วงไหนตลาดหุ้นพีคๆ มูลค่าการซื้อขายก็จะสูงขึ้นไปแตะถึง 5-6 หมื่นล้านบาทต่อวัน ไม่ใช่ตลาดหุ้นอย่างเดียวที่เปลี่ยนไป มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดคือ “นักลงทุน” สมัยก่อนการเข้าถึงข้อมูลน้อย นักลงทุนส่วนใหญ่จะรู้ข้อมูลไม่มากนัก บ้างก็เชื่อจากเสียงเชียร์ บ้างก็ฟังจากนักวิเคราะห์ (Analysis) อย่างเรื่องเทคนิคอลจะใช้ได้ดี และแม่นยำในยุคแรกๆ เพราะนักลงทุนยังไม่รู้จัก ยังเข้าไม่ถึง!! เพราะฉะนั้นใครที่รู้ข้อมูลในส่วนนี้จะค่อนข้างได้เปรียบ… ซึ่งในปัจจุบัน นักลงทุนเข้าใจเรื่องของกลไกตลาดหุ้นมากขึ้น มีข้อมูลด้านการลงทุนให้ศึกษามากขึ้น …โลกที่เปิดกว้าง การเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น ต้องการรู้ข้อมูลอะไร ก็ค้นหาผ่านทางอินเทอร์เน็ต อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์เอง ก็มีการเสริมสร้างทักษะความรู้ด้านการลงทุนให้กับนักลงทุนอย่างสม่ำเสมอ!!

…นักลงทุนอย่างพวกเราๆ ในตลาดหุ้นจะถูกจัดกลุ่มในกลุ่มรายย่อยหรือนักลงทุนทั่วไป (Individual) โดยปัจจุบันมีการแบ่งประเภทนักลงทุน (Investor Type) ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสถาบัน (Institution), บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (Proprietary), ต่างชาติ (Foreign) และ รายย่อย (Individual) โดยจากมุมมองของทางคุณนิด ชัยพร จะให้น้ำหนักมากที่สุดจากอดีต-ปัจจุบัน โดยให้น้ำหนักเน้นไปที่ “ต่างชาติ” 

2121221ที่มา : SET SMART

เราจึงนำข้อมูลการเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าการซื้อขายย้อนหลังแบ่งตามประเภทของนักลงทุน และ SET TRI (SET Total Return Index) หรือ ดัชนีผลตอบแทนรวม คือ การคำนวณผลตอบแทนทุกประเภทของการลงทุนในหลักทรัพย์ให้สะท้อนออกมาในค่าดัชนี ทั้งผลตอบแทนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหลักทรัพย์ที่ลงทุน (Capital gain/loss) สิทธิในการจองซื้อหุ้น (Rights) และเงินปันผล (Dividends) จะเห็นได้ชัดว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา สถาบันซื้อสะสมตลอด ตรงกันข้ามกับต่างชาติที่ขายสุทธิออกมาเรื่อยๆ ข้อมูลนี้จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่น่าติดตามว่าจะมีผลต่อดัชนีอย่างไร ?

23112

…ทิ้งท้ายก่อนจากกัน คุณแพท ภาววิทย์ ยังได้ฝากข้อคิดการลงทุนดีๆ ในการเล้นหุ้นให้มีประสิทธิภาพสูงสุด!!

1. ต้องมีมุมมองการลงทุนที่ชัดเจน กล้าตัดสินใจ!!

กำหนดจุดเข้า (Entry), จุดออก (Exit), จุดตัดขาดทุน (Stop loss)

2. ถนัดแบบไหน…วางกลยุทธ์แบบนั้น!!

เล่นสั้น เทรดเร็ว ดูกราฟสายเทคนิค หรือจะเลือกดูปันผล ถือหุ้นลงทุน เน้นพื้นฐานถือยาวสบายใจ!! เลือกทางให้ชัดเจน…ไม่ใช่เข้าเทรดเล่นสั้น แต่มันดันติด (ขาดทุน) จำเป็นต้องถือนาน กลายเป็น VI ซะอย่างนั้น!!

3. ถ้ามีจุด Stop loss คนส่วนใหญ่ไม่เจ๊ง

คนที่ลงทุน…แล้วไม่รู้จัก Stop Loss ส่วนใหญ่เจ๊ง หันหลังให้ตลาดหุ้น เกิดความคิดแง่ลบต่อการลงทุนในหุ้น!! การลงทุนที่ดี มีคุณภาพและประสบความสำเร็จได้นั้น ต้อง Stop loss ให้เป็น!! จุด Stop loss ของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน บางคนกำหนดจากขาดทุนที่รับได้ 2% 5% หรือ 10% ก็ว่าไป บางคนอาจศึกษาดูกราฟและลงมือปฏิบัติ!! การลงทุนในหุ้น เลือกหุ้นถูก เป็นเรื่องที่น่ายินดี …แต่การเลือกหุ้นผิดก็ไม่ใช่เรื่องแปลก “บทเรียน” นั้นจะมีค่าหากเราเรียนรู้ด้วยตนเอง!!

ติดตามข้อคิดและมุมมองดีๆ ของผู้เข้าร่วมโครงการ The Stock Master Exclusive 2018 ได้ที่นี่ #TheStockMaster #BLS #หลักทรัพย์บัวหลวง #KnowledgeSharing

————————————————

The Stock Master Exclusive 2018 โครงการเรียนรู้ด้านการลงทุนแบบเข้มข้นและ “ครบทั้ง 3 มิติ” การลงทุนระยะยาว การเทรดเก็งกำไรระยะสั้น และการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น