Sell in May จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ !!

เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี หรือในเดือนพฤษภาคมของทุกปี มักจะเกิดเหตุการณ์ “Sell in May” ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นในแง่ของการลงทุนที่ตลาดหุ้นต่างประเทศ รวมถึงตลาดหุ้นไทยนั้นจะปรับตัวลดลง (หรือให้ผลตอบแทนที่เป็นลบ) ในเดือนพฤษภาคมของทุกปี…เเล้วปีนี้เดือนนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ?

สถิติตลาดหุ้นไทย 10 ปีย้อนหลัง

เรานำข้อมูลผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยในอดีตย้อนหลัง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2010 – 2020 มาให้ดูกัน ซึ่งหากอ้างอิงจากสถิติจะเห็นได้ว่า SET Index ในเดือนพฤษภาคมให้ผลตอบแทนเป็นลบถึง 8 ครั้ง และในปี 2012 ผลตอบแทนเป็นลบถึง -7.08% มีเพียง 2 ครั้งที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเพียงเล็กน้อย หากอ้างอิงตามสถิติย้อนหลัง เป็นไปได้มากว่า Sell in May จะเกิดขึ้น

sellinmay pic1

ข้อมูลจาก bloomberg ณ เดือน เม.ย. 63

ต่างชาติไม่ซื้อหุ้นไทยนานแค่ไหนแล้ว ?

การซื้อๆขายๆที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยที่ทำให้ SET Index เคลื่อนไหวขึ้นๆลงๆ ซึ่งข้อมูลการซื้อขายจาก 4 กลุ่มนักลงทุน สามารถนำมาวิเคราะห์แนวโน้มทิศทาง SET Index ได้อีกด้วย…

1. สถาบันในประเทศ หรือ กองทุน : กองทุนรวมจะทำหน้าที่รวบรวมเงินจากนักลงทุนที่สนใจลงทุนผ่านกองทุนรวม แล้วนำมาลงทุนซื้อหุ้นตามกลุ่มต่างๆ ที่ระบุในนโยบายเงื่อนไขการลงทุน ใครก็ตามที่ลงทุนผ่านกองทุนรวม จะมีมืออาชีพคอยบริหารจัดให้

2. บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ หรือ โบรคเกอร์ : บริษัทหลักทรัพย์มีหน้าที่หลักในการดูแลการซื้อขายหุ้นของนักลงทุนทุกกลุ่มแล้ว โบรกเกอร์ยังมีฝ่ายซื้อขายหุ้นโดยเฉพาะเองอีกด้วย มีชื่อเป็นทางการว่า Proprietary Trade

3. นักลงทุนต่างประเทศ หรือ ต่างชาติ : นักลงทุนจากทั่วโลกที่นำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย การซื้อขายของกลุ่มนี้จะมีน้ำหนักต่อตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะซื้อหรือขายจะกระทบต่อราคาหุ้นและตลาดหุ้นไทยทันที

4. นักลงทุนทั่วไปในประเทศ หรือ รายย่อย : นั้นคือนักลงทุนอย่างพวกเราๆ เอง ข้อดีของการเป็นนักลงทุนรายย่อยก็คือ เป็นอิสระ สามารถซื้อขายได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละคน

ถ้าเรามาดูข้อมูลย้อนหลังกันดีๆ จะเห็นว่ามูลค่าการซื้อขายย้อนหลังจาก 4 กลุ่มนักลงทุน จะเห็นว่าต่างชาติไม่นำเงินมาซื้อหุ้นไทยนานถึง 4 ปีติดต่อกันเเล้ว ส่วนมูลค่าการขายสุทธิ 10 ปีย้อนหลัง ขายสุทธิถึง -688,211.19 ล้านบาท ทั้งนี้มีแต่กองทุนเท่านั้นที่ยังคงแบกตลาดหุ้นไทย ส่วนโบรคเกอร์และรายย่อยนั้นลักษณะการลงทุนเห็นได้ชัดว่าเป็นการเก็งกำไรซื้อๆขายๆ

sellinmay pic2.1

ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวงสามารถดูข้อมูลมูลค่าซื้อขายแยกตามนักลงทุนย้อนหลังได้ที่แอปเทรดหุ้นอัตโนมัติ Trade Master โดยหลังจาก Login เข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้วให้เลือกเมนูหลัก Market > Type  หรือโปรแกรม BSIS 2.2 โดย Login  เข้าสู่ระบบ www.bualuang.co.th จากนั้นเลือกเมนูหลัก Pre-Trade > เมนูย่อย BSIS 2.2

Screenshot_20200513-121336

ปัจจุบัน SET Index ยังเทรดบน PE แพง 

ความถูกความแพงของ SET Index หรือ หุ้นรายตัว โดยจะสามารถบอกได้ว่า…

  • นักลงทุนจะยอมจ่ายราคาหุ้นกี่บาทเพื่อให้ได้ต่อกำไร 1 บาท หรือแสดงถึงจำนวนปีที่คืนทุน
  • ยิ่งมีค่าต่ำยิ่งดี แสดงว่า สามารถคืนทุนได้เร็ว

ศึกษาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ PE อ่านเพิ่มเติมพร้อมวีดีโอสอน…คลิกที่นี่

peset

จากตัวอย่างข้างต้นที่เรานำมาให้ดูนั้น จะเห็นได้ว่าค่าเฉลี่ยของ PE ของ SET Index นั้นจะเฉลี่ยอยู่ประมาณ 15.5 เท่า แต่ในปัจจุบัน PE สูงมากขึ้นถึงประมาณ 16 – 17 เท่า จึงมองว่า ณ ระดับ PE ตอนนี้ อาจจะแพงเกินไป!!

ดูเหมือนว่านักลงทุนจะพยายามมองข้ามต่อแนวโน้มกำไรที่อ่อนตัวลงสำหรับไตรมาส 1/63 และ 2/63 และหันไปให้ความสนใจกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางธุรกิจแทนตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส 2/63 เป็นต้นไป บนสมมติฐานการปิดล็อคดาวน์จบลงในเดือน มิ.ย.-ก.ค. เราคาดว่ากำไรจะกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่ง QoQ (แต่ยังคงลดลง YoY)

เป้าหมาย SET Index ของเราอยู่ที่ 1,306 จุด สำหรับสิ้นปี 2563

จากบทความหลักทรัพย์บัวหลวง คาดการณ์ปรับลดกําไรปี 2563 จากการปรับลดกําไรของตลาดในเดือน เม.ย. ผลกระทบภายนอกและในประเทศของ COVID-19 และคําสั่งการปลดล็อคดาวน์ของภาครัฐ, โครงการคลินิกแก้หนี้ของสถาบันการเงิน (ส่งผลให้รายได้กลุ่มธนาคารลดลง) และราคาน้ำมันดิบที่ลดลงหนุนให้เราปรับลดประมาณการกําไรลงตามตลาด ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ การปรับลดประมาณการกําไรจะน้อยลงเมื่อเข้าสู่เฟสของการฟื้นตัว หากภาครัฐเริ่มผ่อนคลายการปลดล็อคดาวน์ในเร็วๆนี้ และธุรกิจกลับมาฟื้นตัวใกล้เคียงภาวะปกติในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า (ยกเว้น กลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งจะใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่ากลุ่มอื่น), การปรับลดประมาณการอาจจบลงในเร็วๆนี้ …เราคาดการณ์กําไรต่อหุ้นอยู่ที่ 72 สําหรับปี 2563 และ PER ที่ 16.5 เท่า ของประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2564 ที่ 87 สำหรับเป้า SET Index สิ้นปี 2563 คิดเป็นส่วนลดที่ 9%

ตัวอย่างการคำนวณเป้าหมาย SET Index ด้วย สูตร P/E = ราคาหุ้น (P) หารด้วย กำไรต่อหุ้น (EPS)

pee

กลับข้างสมการ เพื่อหาคำตอบกันหน่อย

peee

คำตอบที่ได้ คือ เป้าหมาย SET Index ของปี 2564 เท่ากับ 1,435.50 จุด

peeee

สำหรับเป้า SET Index สิ้นปี 2563 คิดเป็นส่วนลดที่ 9% และคาดการณ์กําไรต่อหุ้นอยู่ที่ 72 สําหรับปี 2563 สามารถคำนวณได้ ดังนี้ 1,435.50 – 9% = 1,306 จุดนั้นเอง (ที่มา : บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ณ วันที่ 27/05/63)

มาปูพื้นฐานลงทุนก่อนเข้าเรียน และกดติดตามพวกเราได้ที่ https://www.youtube.com/bualuangsec

Facebook_Logo_(2019) youtube-icon-logo-05A29977FC-seeklogo.com tt

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น