SBL Monthly Update – Sep 2020 : สิ้นสุดการใช้เกณฑ์ขายชอร์ต up tick rules

1

เดือน ก.ย.63 ตลาดมีมูลค่าขายชอร์ตรวม 11,965 ล้านบาท มูลค่าชอร์ตเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน +6.9% MoM แต่คิดเป็น –83.3 YoY ในนี้แบ่งเป็น หุ้น Local 8,946 ล้านบาท -1.3% MoM และ NVDR 3,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +42.2% MoM (คิดเฉลี่ยยอดชอร์ตรวม 589 ล้านบาทต่อวัน แบ่งเป็นหุ้น local 447 ล้านบาทต่อวันและหุ้น NVDR 142 ล้านบาทต่อวัน)

สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ตเทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักรวมอยู่ที่ 1.30% (แบ่งเป็นหุ้น local 0.97% และ NVDR 0.33% เทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักฝั่งจำนวนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตออกมามีจำนวน 217 หลักทรัพย์ (มาจากหุ้น local 143 ตัว NVDR 74 ตัว) เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วที่ 197 ตัว

สัดส่วนการชอร์ตกระจุกอยู่ใน SET50 ลดลงมาเหลือ 61.4%, NVDR 25.2% และ Non-SET50 ขยับเป็น 13.4% โดยสัดส่วน SET50 ที่ 61.4% คิดเป็นมูลค่าชอร์ตใน SET50 ราว 7,347 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้า -4.7% MoM ในขณะที่มูลค่าการชอร์ต NVDR ที่เพิ่มขึ้นถึง +42.2% MoM สอดคล้องกับ Non-SET50 ที่เพิ่มขึ้นราว +17.7% MoM ด้วยยอดขายชอร์ต 1,598 ล้านบาทตลอดทั้งเดือน ลดลง ก้อนแต่เพิ่มขึ้น ก้อนที่เล็กกว่า

โดยเกณฑ์การชอร์ต up thick rules สิ้นสุดลงเป็นที่เรียบร้อย กลับมาใช้เกณฑ์ zero plus tick rules (โยนซ้ายได้) ดังเดิมครับ ยอดชอร์ตวันที่ 1-2 ต.ค. ดีดกลับมาทันทีที่ 2,106 ล้านบาทและ 2,129 ล้านบาทตามลำดับกับส่วนเฉลี่ยวันละ 4.31% และจำนวนหลักทรัพย์ที่โดนขายชอร์ต 160 หลักทรัพย์ครับ จากตลอด เดือนที่ผ่านมาจะอยู่ใน range 480-900 ล้านบาทต่อวันโดยประมาณ เรียกว่ายืนเหนือ 2,100 ล้านบาททั้ง 2 วัน และคาดว่าจะมียอดชอร์ตกลับมาเกิน 2,000 ล้านบาทตลอดช่วงที่เหลือของปี โดยหลักทรัพย์ที่โดนชอร์ตออกมา 3 อันดับแรกใน 2 วันทำการเดือน ต.ค. คือ AOT,MINT และ KBANK รวม 2 วันตัวละ 220 – 270 ล้านบาท ด้าน NVDR เป็น PTTEP-R มียอดชอร์ตสูงสุดรวม 2 วัน 125 ล้านบาท ต้องตาต่อตลอดทั้งเดือน ต.ค. รวมถึงช่วงเวลาไตรมาส 4 ที่เหลือของปีว่าจะเป็นอย่างไรครับ

23
4
5
เดือน ก.ย.63 AOT ยังมีมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ด้วยยอดชอร์ต 1,323 ล้านบาท ตามห่างๆมาด้วย MINT ที่ 640 ล้านบาทและ PTT ที่ 589 ล้านบาทตามลำดับ โดย Top 10 อันดับอื่นๆขายชอร์ตกันอยู่ในกรอบ 300 – 500 ล้านบาท โดยในเดือนนี้มีหุ้น NVDR ติด Top 10 Overall เข้ามาถึง 3 อันดับด้วยกัน คือ KBANK-R, MINT-R และ
CPF-R ตามลำดับครับ
6

มูลค่าขายชอร์ต NVDR สูงสุดเดือนนี้เป็น KBANK-R ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ด้วยยอดชอร์ต 50ล้านบาทดังข้างต้น ตามมาด้วย MINT-R และ CPF-R ตามลำดับโดยหลักทรัพย์ NVDR ติด Top 10 Overall มูลค่าการชอร์ตในเดือนนี้มาถึง 3 ตัวด้วยกันทั้ง KBANK-R, MINT-R และ CPF-R ครับ

7

สัดส่วนมูลค่าการขายชอร์ตเทียบกับมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักสูงสุดรายตัวเดือนนี้เป็น MFEC ที่มีสัดส่วนมูลค่าการขายชอร์ต 9.93% ตามมาด้วยอันดับ 2 อย่าง DTAC-R กับสัดส่วน 3.97% และ AOT ที่ 3.95% ตามลำดับ ลำดับอื่นๆเกาะกลุ่มกันมาด้วยสัดส่วนการชอร์ตในกรอบ 2.5%-3.5% โดยประมาณ

8

AOT มีมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ด้วยยอด 1,323 ล้านบาท ในขณะที่ top NVDR ยังเป็น KBANK-R ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เช่นกันด้วยยอดชอร์ต 507 ล้านบาท ด้านสัดส่วนการขายชอร์ตเทียบกระดานหลักเป็น MFEC ที่ 9.93%

SET index ในเดือน ก.ย. เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway down ลงหลุดระดับ 1,300 จุดลงมาราว 50 จุดด้วยกันวนเวียนอยู่ในแนวรับ 1,250 จุด ในเดือนนี้มียอดมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยลดลงเหลือ 45,933 ล้านบาทต่อวัน ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว -22.9% yoy โดยมียอดขายชอร์ตทั้งเดือนในระดับ 11,965 ล้านบาท หดตัว -83.3% yoy ดังข้างต้น เฉลี่ย 598 ล้านบาทต่อวัน โดยสัดส่วนมูลค่าการขายชอร์ตเทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลัก 1.30% และสัดส่วนแบบ Year-to-date ขยับลงต่อสู่ระดับสัดส่วน 2.57%

9

10

มูลค่าซื้อขายหดตัวต่อเหลือ 45,933 ล้านบาทต่อวัน ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว -22.9% yoy ยอดการขายชอร์ตทั้งเดือนในระดับ 11,965 ล้านบาท หดตัว -83.3% yoy แต่ +6.9% MoM ด้านสัดส่วนขายชอร์ตขยับขึ้นต่อเล็กน้อยเป็น 1.30%

11

จบเดือน ก.ย. เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่มีหลายประเด็นให้ต้องติดตามกัน ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศ เศรษฐกิจ การเมือง การพักชำระหนี้อันจะมีผลต่อการประกาศจ่ายปันผลของกลุ่มธนาคาร การเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างจำกัด ในขณะที่ปัจจัยต่างประเทศก็ยังคงต้อง monitor สถานการณ์โควิดและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งไม่ว่าฝั่งใดชนะก็ตามจะมีผลดีต่ออุตสาหรรมบางกลุ่มและไม่ดีกับกลุ่มขั้วตรงข้ามทันที ตัวอย่างเช่น นโยบายเกี่ยวกับกลุ่มน้ำมันและกลุ่ม Green energy จากนี้จนจบปีจึงต้องประคองสถานะการลงทุนให้อยู่รอดทนทานต่อความผันผวนไปได้ก่อน หรือรักษา wealth ที่สร้างมาจากการกลับตัวของตลาดในช่วงกลางปี เพราะจากนาทีนี้ เราทุกคนคงไม่มีใครคาดการณ์ได้ถูกต้องว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง โชคดีในการลงทุนเช่นเคยนะครับทุกท่าน :)

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น