SBL Monthly Update – Oct 2020 : ยอดชอร์ตกลับมายืนเหนือ 2,000 ล้านบาทต่อวัน หลังถูกกดไว้ 6 เดือน

1

เดือน ต.ค.63 ตลาดมีมูลค่าขายชอร์ตรวม 42,032 ล้านบาท มูลค่าชอร์ตเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน +251.3% MoM แต่ยัง -36.7 YoY ในนี้แบ่งเป็นหุ้น Local 32,089 ล้านบาท +258.8% MoM (-25.8% YoY) และ NVDR 9,934 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +229.0% MoM (-57.0% YoY) เฉลี่ยยอดชอร์ตรวม 2,102 ล้านบาทต่อวัน แบ่งเป็นหุ้น local 1,605 ล้านบาทต่อวัน และหุ้น NVDR 497 ล้านบาทต่อวัน

กลับสู่ภาวะใกล้เคียงยอดชอร์ตก่อนเข้าสู่ช่วงใช้เกณฑ์ up tick rules 6 เดือนที่ผ่านมา

สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ตเทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักรวมกลับมาอยู่ที่ 4.07% แบ่งเป็นหุ้น local 3.11% และ NVDR 0.96% เทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลัก ฝั่งจำนวนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตออกมามีจำนวน 275 หลักทรัพย์เป็นสถิติ All time high โดยมาจากหุ้น local 173 ตัว NVDR 102 ตัว เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วที่ 217 ตัว หากพิจารณาเพิ่มเติมจะพบว่าจำนวนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ต All time high นี้มาจากจำนวนหลักทรัพย์ NVDR ที่ขายชอร์ตออกมา All time high นั่นเอง

สัดส่วนความกระจุกตัวในการชอร์ตอยู่ใน SET50 67.0% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย, NVDR 23.6% และ Non-SET50 ลดลงเหลือ 9.4% โดยสัดส่วน SET50 ที่ 67.0% นี้คิดเป็นมูลค่าชอร์ตใน SET50 ราว 28,167 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า +283.4% MoM แต่ยัง -32.1% YoY

ในขณะที่มูลค่าการชอร์ต NVDR 9,934 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +229.0% MoM (-57.0% YoY) ในขณะที่ Non-SET50 ก็เพิ่มขึ้นราว +145.9% MoM (+122.6% YoY) ด้วยยอดชอร์ต 3,930 ล้านบาท กลับมาทั้ง 3 ก้อนสอดคล้องกัน

2
3
4
เดือน ต.ค.63 AOT ยังมีมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ครับ ด้วยยอดชอร์ต 2,741 ล้านบาท ตีคู่มาด้วย PTT ที่ยอดชอร์ต 2,739 ล้านบาทและ KBANK ที่ยอด 1,746 ล้านบาทตามลำดับ โดย Top 10 อันดับอื่นๆขายชอร์ตกันอยู่ในกรอบ 1,000 – 1,600 ล้านบาท โดยในเดือนนี้มีหุ้น NVDR ติด Top 10 Overall มาเพียง 1 อันดับ คือ KBANK-R ในลำดับที่ 10 (จะเห็นว่า Top 10 ยอดชอร์ตในเดือนนี้กลับมาเกิน 1,000 ล้านบาททุกตัว)
5

หากพิจารณาเฉพาะมูลค่าขายชอร์ต NVDR สูงสุดเดือนนี้ยังเป็น KBANK-R รั้งอันดับต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ด้วยยอดการขายชอร์ต 1,015 ล้านบาทดังข้างต้น ตามมาด้วย MINT-R ต่อเนื่องและ SCB-R กับยอด 956 ล้านบาทและ 814 ล้านบาทตามลำดับ

7

สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ตเทียบกับมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักสูงสุดรายตัวก็เป็น AOT ที่ควบอันดับสูงสุดเข้ามาในเดือนโดยมีสัดส่วนการชอร์ต 10.26% ตามมาด้วยอันดับ 2 อย่าง TMB กับสัดส่วน 9.72% และ ERW ที่ 9.61% ตามลำดับ ลำดับอื่นๆ เกาะกลุ่มกันมาด้วยสัดส่วนการชอร์ตในกรอบ 7.0% – 9.0% โดยประมาณ

6

AOT ยังมีมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ด้วยยอด 2,741 ล้านบาท ในขณะที่ top NVDR ยังเป็น KBANK-R ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เช่นกันด้วยยอดชอร์ต 1,015 ล้านบาท ด้านสัดส่วนการขายชอร์ตเทียบกระดานหลักควบอันดับโดย AOT ที่ 10.26%

SET index ในเดือน ต.ค. เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway down ต่อลงหลุดระดับ 1,200 จุด สวนทางกับตลาดในภูมิภาคโดยเฉพาะ TIP Market ที่ทั้งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ต่างปรับตัวขึ้นสวนทาง แม้ว่าภาพรวมจะมี fund flow ไหลออกไม่ต่างกัน ในเดือนนี้มียอดมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยเป็น 51,592 ล้านบาทต่อวัน ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว -4.6% yoy โดยมียอดขายชอร์ตทั้งเดือนกลับมาที่ระดับ 42,032 ล้านบาท ยัง -36.7% yoy ดังข้างต้น เฉลี่ยกลับมายืนที่ระดับ 2,102 ล้านบาทต่อวันครั้งแรกในรอบ 6 เดือน โดยมีสัดส่วนมูลค่าการขายชอร์ตเทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลัก 4.07% และสัดส่วนแบบ Year-to-date ขยับมาสู่ระดับสัดส่วน 2.69%

810

มูลค่าซื้อขายหุ้นต่อวันในเดือนกระเตื้องเป็น 51,592 ล้านบาทต่อวัน ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว -4.6% yoy ยอดการขายชอร์ตทั้งเดือนกลับมายืนที่ระดับ 42,032 ล้านบาท ยังหดตัว -36.7% yoy แต่ +251.3% MoM เฉลี่ยวันละ 2,102 ล้านบาท ด้านสัดส่วนขายชอร์ตขยับกลับมาเป็น 4.07% กลับมาครั้งแรกฝนรอบ 6 เดือน

9

เมื่อพิจารณาเพิ่มเติมในส่วนของ Daily Short Sale Value ในเดือน ต.ค.63 นี้ ค่าเฉลี่ยการชอร์ตทั้งเดือนที่ 2,102 ล้านบาทต่อวัน จะพบว่าใน 20 วันทำการ มีเพียง วันทำการเท่านั้น ที่มูลค่าชอร์ตรายวันต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท โดยมียอดต่ำสุดอยู่ที่ 1,452 ล้านบาท สูงสุดอยู่ที่ 3,274 ล้านบาท จึงพอจะบอกได้ว่าในช่วง เดือนที่มีการประกาศใช้เกณฑ์ up tick rules จากทางตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มียอดชอร์ตเฉลี่ยเหลือเพียง 400-600 ล้านบาท policy ดังกล่าวกดยอดขายชอร์ตไว้ได้จริงๆ

11

จบเดือน ต.ค. เข้าสู่ช่วงปลายปีแห่งการ lock down กับความร้อนแรงทั้งการเมืองไทยการเมืองสหรัฐ ทีอีกไม่กี่วันเราคงได้ข้อสรุปกันว่าเราและโลกจะเดินในทิศทางใดกันต่อไป แม้ว่านาทีนี้ก็ยังไม่มีความแน่ชัด แต่เราเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งดีๆกำลังรอเราอยู่ การเตรียมความพร้อมเพื่อรับโอกาสที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นเรื่องของการคัดสรรทางธรรมชาติที่แท้จริง เพราะหากเราไม่สามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ย่อเพื่อกระโดดในครั้งใหม่ เหตุการณ์ที่พลิกชีวิตใครหลายคนได้ (ทั้งแง่ดีและแง่ร้าย) ก็จะเป็นเพียงวันเวลาที่ผ่านไปอีกหนึ่งเหตุการณ์เท่านั้นเอง คงได้แต่เพียงกล่าวว่า โชคดีในการลงทุนเช่นเคยนะครับทุกท่าน :)

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น