SBL Monthly Update – Feb 2021 : มูลค่าขายชอร์ต NVDR ยังโดดเด่นต่อเนื่อง

 

 

Untitled

ภาพรวมเดือน ก.พ.64 ตลาดมีมูลค่าขายชอร์ตรวม 81,591 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อน -20.0% MoM ซึ่งมียอดชอร์ต All time high แต่ยังมียอด +13.1% YoY ในนี้มาจากหุ้น Local 40,224 ล้านบาท -15.4% MoM (-4.0% YoY) และ NVDR 41,367 ล้านบาทลดลง -24.0% MoM แต่ยัง +36.7% YoY

เป็นเดือนที่ 2 ที่มูลค่าการชอร์ตฝั่ง NVDR มากกว่าฝั่งหุ้น Local ภายในเดือนติดต่อกัน

เฉลี่ยยอดชอร์ตรวม 4,533 ล้านบาทต่อวัน แบ่งเป็นจากหุ้น local 2,235 ล้านบาทต่อวัน และหุ้น NVDR 2,298 ล้านบาทต่อวัน NVDR ยังมียอดชอร์ตเฉลี่ยต่อวันเกิน 2,000 ล้านบาทติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 เช่นกัน

สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ตเทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักโดยรวมอยู่ที่ 4.99% ครับ มาจากหุ้น local 2.46% และ NVDR 2.53% เทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลัก ด้านจำนวนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตออกมามีทั้งสิ้น 279 หลักทรัพย์ลดลงจากเดือนก่อน มาจากหุ้น local 147 ตัว NVDR 132 ตัว เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่รวม 294 ตัว แน่นอนว่าจำนวนหลักทรัพย์ NVDR ที่ขายชอร์ตออกมา 132 ตัว เป็นยอด All time high ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5

Untitled 1

มูลค่าชอร์ตรายเดือน 81,591 ล้านบาท เฉลี่ย 4,533 ล้านบาทต่อวัน แบ่งเป็นฝั่ง NVDR 2,298 ล้านบาทต่อวัน เป็นเดือนที่ 2 ที่มูลค่าการขายชอร์ต NVDR ยังเกิน 2,000 ล้านบาทต่อวันและยังคงมากกว่ามูลค่าชอร์ตของหุ้น local ติดต่อกัน

สัดส่วนความกระจุกตัวในการชอร์ตอยู่ใน SET50 41.8% เริ่มทรงตัว, NVDR 50.7% ลดลงเล็กน้อย แน่นอนว่ายังเป็นสัดส่วนการกระจุกตัวใน NVDR ที่สูงที่สุดต่อเนื่อง ด้าน Non-SET50 ขยับขึ้นเป็น 7.5% กระนั้นสัดส่วน SET50 ที่ 41.8% นี้คิดเป็นมูลค่าชอร์ตใน SET50 ที่ 34,109 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้า -17.0% MoM และ -9.2% YoY ในขณะที่มูลค่าการชอร์ต NVDR 41,367 ล้านบาท ลดลง -24.0% MoM (แต่ยัง +36.7% YoY) ดังข้างต้น ในขณะที่ Non-SET50 มีมูลค่าการชอร์ต 6,115 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย -5.5% MoM (แต่ +41.0% YoY)

Untitled 2
Untitled 3
Untitled 4
Untitled 5
เดือน ก.พ.64 KBANK-R กลับมามีมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดในเดือน ด้วยยอดชอร์ต 4,303 ล้านบาท ตามมาด้วย PTT และ KBANK ที่ยอดชอร์ต 4,242 ล้านบาทและ 3,682 ล้านบาท ตามลำดับ โดย Top 10 อันดับอื่นๆขายชอร์ตกันอยู่ในกรอบ 1,500 – 1,800 ล้านบาท ทิ้งห่าง Top 3 พอสมควร มีหุ้น NVDR ติด  Top 10 Overall เข้ามา 5 ตัว
Untitled 6
หากดูเฉพาะยอดมูลค่าขายชอร์ต NVDR สูงสุดก็เป็น KBANK-R ที่ควบอันดับ Top 10 Overall ยอดชอร์ต 4,303 ล้านบาทดังข้างต้น ตามมาด้วย GPSC-R และ AOT-R กับยอด 1,708 ล้านบาทและ 1,691 ล้านบาทตามลำดับ

Untitled 7

สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ตเทียบกับมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักสูงสุดรายตัวยึดหัวหาดโดย NVDR เช่นกันเป็น SAWAD-R ด้วยสัดส่วนการชอร์ต 11.43% ตามมาด้วยอันดับ 2 และ 3 อย่าง BGRIM-R และ MTC-R กับสัดส่วน 10.77% และ 10.42% โดย Top 3 ในเดือนนี้เป็นตัวเดิมถึง 2 ใน 3 ส่วน KKP-R อันดับที่ 1 เดือนก่อนก็ยังไม่หลุดตำแหน่งไปไกลตามมาเป็นอันดับที่ 4 ลำดับอื่นๆเกาะกลุ่มกันมาด้วยสัดส่วนการชอร์ตในกรอบ 8.0%-9.0% เกาะกลุ่มกันแทบทั้งหมด

Untitled 8

KBANK-R กลับมามีมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดในเดือนด้วยยอดชอร์ต 4,303 ล้านบาท Top 10 อันดับอื่นๆ ขายชอร์ตกันอยู่ในกรอบ 1,500 – 1,800 ล้านบาท โดยมีหุ้น NVDR ติด  Top 10 Overall เข้ามา 5 ตัว ด้านสัดส่วน % การชอร์ตเป็น SAWAD-R ที่ 11.43%

SET index เดือน ก.พ. 64 ยัง Sideway ในกรอบแคบต่อเนื่องเกาะโซน 1,500 จุดแบบยังไม่เลือกข้าง โดยเดือนนี้มียอดมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยยังสูงถึง 90,860 ล้านบาทต่อวัน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน +32.0% yoy ฝั่งยอดขายชอร์ตทั้งเดือนยังอยู่ที่ระดับ 81,591 ล้านบาท +13.1% yoy ดังข้างต้น เฉลี่ย 4,533 ล้านบาทต่อวัน มีสัดส่วนมูลค่าการขายชอร์ตเทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลัก 4.99% ทำให้ตัวเลขสัดส่วนการชอร์ต YTD 2 เดือนขยับลงมาเล็กน้อยแต่ยังอยู่ที่ 5.09%

Untitled 9

Untitled 10

มูลค่าซื้อขายหุ้นต่อวันยังอยู่ที่ 90,860 ล้านบาทต่อวัน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน +32.0% yoy ยอดการขายชอร์ตทั้งเดือนอยู่ที่ 81,591 ล้านบาทเฉลี่ยวันละ 4,533 ล้านบาท        เพิ่มขึ้น +13.1% yoy สัดส่วนการชอร์ต 4.99%

เมื่อพิจารณาเพิ่มเติมในส่วนของ Daily Short Sale Value เดือน ก.พ.64 นี้ ค่าเฉลี่ยทั้งเดือนที่ 4,533 ล้านบาทต่อวัน มีเพียง 3 วันทำการเท่านั้น ที่มีมูลค่าขายชอร์ตรายวันต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท โดยต่ำสุดอยู่ที่ 3,178 ล้านบาท สูงสุดไปถึง 5,713 ล้านบาท

Untitled 11

แม้ดัชนีบ้านเราจะใกล้เคียงในกรอบแคบ แต่ราวสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.พ.64 เริ่มเกิดเหตุการณ์สำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตา นั่นคือการปรับคัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ที่แม้จะมีการปรับตัวขึ้นมาทีละนิดจากจุดต่ำสุดในช่วงเดือน ส.ค. ปีก่อนที่ราว 0.5% มาสู่ระดับ 1.5% ในอีกครึ่งปีถัดมา ตามภาวะ risk on ของสินทรัพย์ทั่วโลก กระนั้นผลที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นการเปรียบเทียบ Real yield และ Equity Yield Gap ส่งผลโดยตรงกับตลาด Technology อย่าง Nasdaq ที่มีการปรับฐานแทบจะในทันทีจาก valuation และความคาดหวังผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง อีกมุมนึงที่ relate กันคือการไหลของเม็ดเงินจากฝั่ง Growth Stock เข้าสู่ Value Stock ซึ่งสอดคล้องกับธีม reflation และ restocking อันส่งผลต่อการส่งสม Commodity และกิจการในทิศทางของ Consumer มากขึ้น เพราะทั้งโลกก็เริ่มมีบรรยากาศที่ดีจากการเริ่มรับวัคซีน และสถานการณ์ผู้ติดเชื้อที่พอจะใช้คำว่าทุเลาลงไปได้รวมถึงในประเทศไทยเองเช่นกัน คงได้แต่หวังว่าสถานการณ์โควิดจะจบลงในเร็ววันเพราะรอยแผลเป็นทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในวงกว้าง ยังรอการรักษาและกลับมาฟื้นฟูตัวเองให้กลับเป็นดังเดิม  โชคดีในการลงทุนเช่นเคยนะครับทุกท่าน :)

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่