SBL Monthly Update – Dec 2020 : จำนวนหลักทรัพย์ที่โดนขายชอร์ตสูงสุด All time high

Cover 1

ขอเริ่มด้วยภาพรวมตลาดขายชอร์ตปี 2563 ครับ มูลค่าขายชอร์ตรวมทั้งปี 490,209 ล้านบาท -25.6% YoY เฉลี่ยวันละ 2,017 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเทียบการซื้อขายบนกระดานหลักที่ 3.00% โดยในนี้เป็นส่วนของ NVDR ราว 35.5% ของยอดชอร์ตทั้งปีหรือคิดเป็นมูลค่า 173,842 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละ 715 ล้านบาท ทั้งนี้ยอดชอร์ตเบาบางลงจากปีก่อนจากการประกาศใช้เกณฑ์ up tick rules ในการขายชอร์ตร่วม 6 เดือน (มี.ค.-ต.ค. 63) กับ SET Index ที่ปิดปีไปที่ระดับ 1,449.35 จุด ผลตอบแทน -8.26% YoY เป็นอันดับท้ายๆเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลก ด้วยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยวันละ 67,335 ล้านบาทเป็นมูลค่าซื้อขายที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ ในขณะที่ mai Index +8.61% YoY มูลค่าซื้อขายราว 1,272 ล้านบาทกับมูลค่าซื้อขายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว +75.6%

2.1

A.1

มาทางภาพรวมเดือน ธ.ค.63 ตลาดมีมูลค่าขายชอร์ตรวม 71,823 ล้านบาท เฉลี่ยยอดชอร์ตรวม 3,780 ล้านบาทต่อวัน ลดลงจากเดือนก่อน -8.7% MoM และ +50.8% YoY  ในนี้มาจากหุ้น Local 41,211 ล้านบาท -10.0% MoM +18.2% YoY และ  NVDR 30,612 ล้านบาท ลดลง -7.0% MoM (+107.9% YoY)  หรือคือจากหุ้น local 2,169 ล้านบาทต่อวัน และหุ้น  NVDR 1,611 ล้านบาทต่อวัน

1.1

สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ตเทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักรวมกลับมาอยู่ที่ 3.84% แบ่งเป็นหุ้น local 2.20% และ NVDR 1.64% เทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลัก ฝั่งจำนวนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตออกมามีจำนวน 281 หลักทรัพย์ (All time high) มาจากหุ้น local 165 ตัว NVDR 116 ตัว เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 256 ตัว แน่นอนว่าจำนวนหลักทรัพย์ NVDR ที่ขายชอร์ตออกมา 116 ตัว เป็นยอด All time high ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 นั่นเอง

จำนวนหลักทรัพย์ที่โดนขายชอร์ตในเดือน ธ.ค.63 281 หลักทรัพย์ เป็นจำนวน All time high มาจากหุ้น local 165 ตัว NVDR 116 ตัว ซึ่งเป็น NVDR นี่เองที่มียอด All time high เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ในขณะที่ยอดชอร์ตรวมทั้งเดือน ธ.ค.63 อยู่ที่ 71,823 ล้านบาท เฉลี่ยวันละ 3,780 ล้านบาท

สัดส่วนความกระจุกตัวของเดือน ธ.ค. 63 ในการชอร์ตอยู่ใน SET50 49.7% ลดลงต่อเนื่องครับ, NVDR 42.6% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและยังเป็นสัดส่วนการกระจุกตัวใน NVDR ที่สูงที่สุด All time high ครับ ด้าน Non-SET50 ขยับเป็น 7.7% โดยสัดส่วน SET50 ที่ 49.7% นี้คิดเป็นมูลค่าชอร์ตใน SET50 35,675 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า +18.2% MoM แต่ยัง -13.3% YoY ในขณะที่มูลค่าการชอร์ต NVDR 30,612 ล้านบาท ลดลง -7.0% MoM (แต่ +107.9% YoY) ดังข้างต้น ในขณะที่ Non-SET50 5,537 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อที่ +20.2% MoM (+103.8% YoY)

3.1
4.1
5.1
เดือน ธ.ค.63 KBANK กลับมามีมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดในเดือนนี้ ด้วยยอดชอร์ต 3,854 ล้านบาท ตามมาด้วย PTT และ KBANK-R ที่ยอดชอร์ต 2,717 ล้านบาทและ 2,304 ล้านบาทตามลำดับ โดย Top 10 Overall อันดับอื่นๆขายชอร์ตกันอยู่ในกรอบ 1,300 – 2,000 ล้านบาท แน่นอนหุ้น NVDR ติด Top 10 Overall เข้ามาถึง 3 ตัวด้วยกัน

6.1

ข้อมูลปี 2563 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าขายชอร์ตมากที่สุด คือ PTT, AOT และ KBANK ตามลำดับ ด้วยมูลค่า 28,289 ล้านบาท (เฉลี่ยวันละ 116 ล้านบาท), 23,219 ล้านบาท (เฉลี่ยวันละ 96 ล้านบาท) และ 20,841 ล้านบาท  (เฉลี่ยวันละ 86 ล้านบาท) ตามลำดับ

7.1

KBANK มีมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดในเดือน ธ.ค.63 ด้วยยอดชอร์ต 3,854 ล้านบาท ขณะที่ตลอดทั้งปี 2563 PTT AOT และ KBANK มียอดชอร์ตสะสมสูงสุด

มูลค่าการชอร์ตเฉพาะหลักทรัพย์ NVDR เดือน ธ.ค. 63 ยังเป็น KBANK-R ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยหลักทรัพย์ NVDR ติด Top 10 Overall มาถึง 3 ตัวด้วยกัน รวมถึง Big Event อย่าง DELTA-R ที่มีมูลค่าขายชอร์ตสูงถึง 1,920 ล้านบาท ในขณะที่ DELTA เองก็มียอดชอร์ตเดือน ธ.ค. สูงถึง 375 ล้านบาท เป็นมูลค่าชอร์ตรายเดือนของ DELTA-R และ DELTA สูงที่สุดในปีเลยทีเดียว (ปี 2020 DELTA-R มีมูลค่าชอร์ตเฉลี่ยเดือนละ 188 ล้านบาท และ DELTA มีมูลค่าการชอร์ตเฉลี่ยเดือนละ 99 ล้านบาท)

8.1

ทางข้อมูลปี 2563 หากพิจารณาเฉพาะหลักทรัพย์ NVDR จะมีมูลค่าขายชอร์ตมากที่สุดเป็น KBANK-R ที่มูลค่า 15,213 ล้านบาท (เฉลี่ยวันละ 63 ล้านบาท), SCB-R และ PTTGC-R ที่ 11,180 ล้านบาท (เฉลี่ยวันละ 46 ล้านบาท) และ 10,387 ล้านบาท  (เฉลี่ยวันละ 43 ล้านบาท) ตามลำดับ

9.1

KBANK-R ยังมีมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดในเดือน ธ.ค.63 ด้วยยอดชอร์ต 2,304 ล้านบาท พร้อมควบอันดับยอดชอร์ตสูงสุดเฉพาะ NVDR ตลอดทั้งปี 2563 ด้วยยอดสะสม 15,213 ล้านบาท

สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ตเทียบกับมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักสูงสุดรายตัวยังเป็น E1VFVN3001 ด้วยสัดส่วนมูลค่าการชอร์ต 16.26% ตามมาด้วยอันดับ 2 และ 3 อย่าง BBL และ GLOBAL กับสัดส่วน 7.72% และ 7.73% ตามลำดับ ลำดับอื่นๆเกาะกลุ่มกันมาด้วยสัดส่วนการชอร์ตในกรอบ 6.0%-8.0% โดยประมาณ

10.1

ข้อมูลปี 2563 สัดส่วนการชอร์ตเทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักในปี 2563 E1VFVN3001 มีสัดส่วนการชอร์ต 12.70% ตามด้วย AOT ที่ 4.30% และ PTT ที่ 4.17% ตามลำดับ

11.1

E1VFVN3001 มีสัดส่วนมูลค่าการชอร์ต 16.26% ในเดือนธ.ค.63 พร้อมควบตำแหน่งสัดส่วนการชอร์ตเทียบการซื้อขายบนกระดานหลักในปีที่ 12.70%

เมื่อพิจารณาในส่วนของ Daily Short Sale Value เดือน ธ.ค.63 นี้ ค่าเฉลี่ยมูลค่าการชอร์ตทั้งเดือนที่ 3,780 ล้านบาทต่อวัน จะพบว่ามีเพียง 4 วันจาก 19 วันทำการ ที่มีมูลค่าขายชอร์ตรายวันต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท โดยต่ำสุดอยู่ที่ 2,329 ล้านบาท สูงสุดยังอยู่ในระดับ 5,360 ล้านบาท

12

จบเดือน ธ.ค.63 และปี 2563 กันไปแล้ว แม้ว่า SET Index จะยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้ ประกอบกับสถานการณ์ Covid-19 ที่กลับมาระบาดอีกครั้งในไทยส่งท้ายช่วงร่ำลาปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่นับว่าเป็นครั้งแรกของหลายท่านที่ตั้งแต่จำความได้ต้องงดจัดงาน count down ปลายปี แต่หลายพื้นที่ก็ยังมีกับประดับประดาไฟ แสง สี และจุดพลุเฉลิมฉลอง ร่วมส่งท้ายกันแบบ New Normal ส่งความสุขการแบบ Online แต่ผลตอบแทนการลงทุนของหลายท่านกลับชนะตลาดได้อย่างน่าทึ่ง SET Index performance ที่ติดลบราว -8.26% อาจแตกต่างจากหลายท่านที่มีการจัดการพอร์ตโฟลิโอที่ดี หมุนรับธีม work from home ได้ทันในช่วงปิดห้าง lock down ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ขายคอมพิวเตอร์ มือถือ ทั้งยังรับอานิสงส์ iphone 12 ช่วงปลายปีที่จองไม่ทันคือหมด เกือบอดลดหย่อนภาษี หรือธีมการซ่อมแซมบ้าน ตกแต่งบ้าน ซื้อเก้าอี้ โต๊ะ และอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อมกับการจัด station การเรียนการทำงาน ขณะเดียวกันฝั่ง consumer เองก็นำทัพโดยกลุ่มเครื่องดื่มหลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นกระแสน้ำวิตามินและน้ำ plus ทั้งหลาย อีกกลุ่มที่ร้อนแรงไม่แพ้กันคือ กลุ่มสินเชื่อเน้นไปทาง Non Bank และ AMC หรือบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดการสินทรัพย์ บริหารหนี้ เพราะเงินกู้คงอยู่คู่กับคนไทยไปแล้วโดยเฉพาะสถานการณ์เช่นนี้ แถมปิดท้ายปลายปีด้วยกลุ่มบัตรเครดิตที่คร่อมกับสินเชื่อส่วนบุคคลรวมไปถึงบัตรกดเงินสดเช่นกัน กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวผู้อยู่กลางพายุในวิกฤติครั้งนี้ก็ไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่แย่นักหาก take action ได้ถูกที่ถูกเวลา ในขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มโรงไฟฟ้า กับกลุ่มธนาคารและปิโตรเคมีก็ยังหาช่วงเวลาที่มีผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะธนาคารและปิโตรเคมีมีการรับ Fund flow จากต่างชาติในช่วงท้ายปีพอดี กลุ่มที่ดูเงียบๆหน่อยจะเป็นพลังงาน กลุ่มสื่อสาร และค้าปลีกบางส่วน รวมถึง big event อย่างหุ้นอิเล็กทรอนิกส์และ free float ต่ำในช่วงเดือนสุดท้ายของปี แต่เรื่องหลายคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว แถมหากใครมีเพื่อนฝูงที่ลงทุนในต่างประเทศ ทั้งจีน อเมริกา เวียดนาม จะพบว่าผลตอบแทนต่างกันหลายเท่า หรืออาจจะผลตอบแทนใกล้เคียงแต่ใช้พลังในการทำผลตอบแทนต่างกันมาก

ใดๆ แล้วคำถามก็คือ What’s next ? แล้วจะเอายังไงต่อ การลงทุนไม่ว่าไทยหรือนอกคงต้องกลับมาทบทวนกลยุทธการลงทุนกันใหม่ สิ่งที่ผ่านไปแล้วคงต้องปล่อยให้ผ่านไป ทั้งความสำเร็จและความผิดพลาดในปีที่ผ่านมา การสร้างสมดุลทั้งฝั่ง Growth Stock และ Value Stock การทำเกมให้เติบโตแต่ balance ด้วยหุ้นแข็งแกร่งปันผลดี ก็น่าจะตอบโจทย์ในช่วงเวลาแห่งความผันผวน จนกว่าโลกของเราจะผ่านพ้นจากมหันตภัยและเดินทางท่องทเี่ยวใช้ชีวิตกันปกติได้ การเน้น survive คงดีกว่าการเน้นทำกำไรเชิงรุกเป็นไหน กระนั้นก็ต้องไม่ความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนตามสถานการณ์ รวมถึงการล้มและลุกให้ไวดังที่ปี 2563 บริษัทหรือธุรกิจส่วนใหญ่ที่ปรับตัวได้มักจะใช้คำว่า Resilience และ Agility คงได้แต่พูดว่าโชคดีในการลงทุนเช่นเคยนะครับทุกท่าน สวัสดีปีใหม่ครับ :)

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น