SBL Monthly Update – Apr 2020 : ยอดชอร์ตหายไปร้อยละ 70 !!

1

ตัวเลขธุรกรรมการชอร์ตย้อนหลัง 12 เดือนนับถึง เม.ย.63 ตัวเลขมูลค่าสัดส่วนการชอร์ตในเดือนนี้ปรับตัวลงมาสู่ระดับ 1.34% โดยมาจากหุ้น NVDR 0.27% และจากหุ้นสามัญหรือหุ้น local ที่ 1.07% เทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลัก เรียกว่าสัดส่วนการขายชอร์ตเทียบกระดานหลักนั้นต่ำที่สุดในรอบ 27 เดือน

เดือน เม.ย.63 สถานการณ์ COVID-19 ในไทยยังอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่าการ์ดตกไม่ได้ เรายังคง lock down เมือง ปิดห้าง และแม้จะมียอดผู้ติดเชื้อวันละไม่ถึง 10 ราย อีกทั้งผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ใน รพ ก็มีไม่มาก สวนทางกับชาติตะวันตก แต่เราต้องไม่ลืมว่าโลกยังไม่สามารถค้นพบยารักษา ยาต้าน และวัคซีนในเวลานี้ สวนทางกับการปรับตัวขึ้นมาของดัชนีทั่วโลก ดัชนี SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น +15.61% เทียบจากเดือนก่อนปิดที่ระดับ 1,301.66 จุด (หากคิดจาก SET index ที่ปิดต่ำที่สุดในเดือน มี.ค. 63 จะฟื้นตัวมาแล้วร่วม +25.74%) มูลค่าขายชอร์ตรวมจึงลดลงต่อเนื่องรุนแรงสู่ระดับ 19,068 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนถึง -70.9% และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร่วม -46.7% เรียกว่าน้อยที่สุดในรอบ 20 เดือนเลยทีเดียวจากทั้งการฟื้นตัวของดัชนีและเกณฑ์การขายชอร์ตที่เข้มข้นขึ้นที่ประกาศมาตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. 63 (และจะอยู่ไปจนถึง 30 มิ.ย.63 หรือจนกว่าจะมีประกาศใหม่) ในนี้แบ่งเป็นหุ้น Local 15,173 ล้านบาท -63.1% MoM และ NVDR 3,895 ล้านบาท ลดลง -84.2% MoM (เฉลี่ยรวม 908 ล้านบาทต่อวัน แบ่งเป็นหุ้น local 723 ล้านบาทต่อวันและหุ้น NVDR 185 ล้านบาทต่อวัน)

จำนวนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ต ออกมาจำนวน 219 หลักทรัพย์ (มาจากหุ้น local 170 ตัว NVDR 49 ตัว) ลดลงจากเดือนที่แล้วที่ 230 ตัว

สัดส่วนการชอร์ตกระจุกอยู่ใน SET50 ถึง 74.5%, NVDR 20.4% และ Non-SET50 5.1% โดยสัดส่วน SET50 ที่ 74.5% มีมูลค่าชอร์ตใน SET50 ลดลงจากเดือนก่อนถึง -63.3% MoM ในขณะที่มูลค่าการชอร์ต NVDR ลดลง -84.2% MoM ดังข้างต้น Non-SET50 ก็มีมูลค่าชอร์ตลดลงจากเดือนก่อนราว -60.4% MoM เช่นกันด้วยยอดชอร์ตเพียง 973 ล้านบาทตลอดทั้งเดือน หดตัวลงทั้ง 3 ก้อนหลัก

23

เดือน เม.ย.63 PTT ยังมีมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันด้วยยอด 2,815 ลบ. ตามด้วย PTTEP ที่ 1,446 ลบ. หุ้น NVDR ติดยอดชอร์ต Top 10 Overall มาเพียง 2 ตัวคือ AOT-R และ PTTEP-R ในนี้มีคู่ AOT, AOT-R และ PTTEP, PTTEP-R ที่ยอดชอร์ตติด Top 10 Overall มาทั้งหุ้น local และหุ้น NVDR

4

มูลค่าขายชอร์ต NVDR สูงสุดเป็น AOT-R ด้วยยอดชอร์ต 940 ล้านบาท ตามมาด้วย PTTEP-R ด้วยยอดชอร์ต 456 ล้านบาทและ PTTGC-R ที่ 445 ล้านบาทตามลำดับ

6

ด้านสัดส่วนมูลค่าขายชอร์ตเทียบกับมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักสูงสุดรายตัวกลับเป็น E1VFVN3001 ที่สัดส่วนการชอร์ต 22.25% แต่ไม่มีนัยยะอะไรจากผลของการทำ Market Making มูลค่าชอร์ตทั้งเดือนเพียง 7 ล้านบาทเช่นเคย ตามมาด้วยอันดับ 2 คือ DCC ที่ 7.44% ลำดับอื่นๆเกาะกลุ่มกันด้วยสัดส่วนในกรอบ 2.0%-3.50%

5

PTT ยังมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดเป็นเดือนที่ 6 ด้วยยอดเพียง 2,815 ล้านบาท ในขณะที่ top NVDR สลับเป็น AOT-R ด้วยยอดชอร์ต 940 ล้านบาทพร้อมอันดับที่ 5 ใน Top 10 Overall ด้านสัดส่วนการขายชอร์ตเทียบกระดานหลักกลับมาเป็น E1VFVN3001 ด้วยยอด 22.25% จากการทำ Market making

ภาพรวมตลาดทุนในเดือน เม.ย. 63 จึงมียอดมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 67,548 ล้านบาทต่อวัน มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว +80.3% yoy ยอดการขายชอร์ตทั้งเดือนยืนระดับอยู่ที่ 19,068 ล้านบาท -46.7% yoy ดังข้างต้น เฉลี่ยเพียง 908 ล้านบาทต่อวัน โดยสัดส่วนมูลค่าการขายชอร์ตเทียบมูลค่าซื้อขายบนกระดานหลักอยู่ที่ 1.34% และสัดส่วนแบบ Year-to-date ขยับลงต่อสู่ระดับสัดส่วน 4.27% และยอดขายชอร์ตตลอด 4 เดือนเฉลี่ยรายวันจึงไม่ต่างกับปีที่แล้วนัก

78

มูลค่าขายชอร์ตเดือน เม.ย. 63 อยู่ที่ 19,068 ล้านบาท เฉลี่ย 908 ล้านบาทต่อวัน ลดลง -46.7%  yoy หรือร่วม -70.9% mom จากเดือนก่อน ด้านสัดส่วนขายชอร์ตลดลงแรงสู่ระดับ 1.34%

9

บรรยากาศการลงทุนและโลกแห่งความจริงช่างแตกต่างกันเหลือเกิน การจะหาเหตุผลว่าเหตุใดหุ้นทั่วโลกถึงฟื้นตัวได้อย่างรุนแรงนั้นแทบจากหาไม่ได้เลย บ้างก็กล่าวถึงการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง บ้างก็ยกดอกเบี้ยที่ตกต่ำให้เป็นเหตุที่เงินไหลสู่สินทรัพย์เสี่ยง กระนั้นถ้าอ้างอิงพาดหัวหนึ่งจากทาง CNBC จะใช้คำว่า “Corona Virus divided Wall Street into two markets” นัยยะของประโยคดังกล่าวคือ กิจการบางกลุ่มได้รับประโยชน์มหาศาลจากการ lock down เมืองหรือการใชื Social Distancing ex. กลุ่ม Healthcare กลุ่ม Food delivery หรือกระทั่งการได้ประโยชน์จากการ Work From Home ในขณะที่อีกกลุ่มอยู่ท่ามกลางพายุครั้งนี้ แน่นอนว่ากลุ่มแห่งการเดินทาง ที่พัก ความบันเทิง สถานที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ การพักผ่อนหย่อนใจล้วนหายไปจากชีวิตปกติของเราทั้งสิ้น

ทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสครับ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทั้งวิกฤติและโอกาสย่อมเป็นระดับที่สมศักดิ์ศรีในรอบทศวรรษ หรือกระทั่งในรอบศตววรรษ (นาทีที่เขียนอยู่นี้ อังกฤษประกาศแล้วว่าคาดการณ์เศรษฐกิจจะย่ำแย่ที่สุดในรอบ 300 ปีเลย) แน่นอนเราได้เห็นจากสัมภาษณ์จากบุคคลหลายแวดวง หลากหลายอาขีพ ทุกเชื้อชาติทุกศาสนา ตั้งแต่ผู้บริหารบริษัทใหญ่ยันแม่ค้ากับข้าวตามสั่งว่า Covid-19 เกดิมาเพิ่งเคยเจอวิกฤติหนักเท่านี้ในชีวิต แต่อะไรก็ตามที่ฆ่าเราไม่ตาย จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นแน่นอนครับ โชคดีในการลงทุนเช่นเคยครับ รักษาสุขภาพนะครับทุกท่าน :)

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น