Peer-to-Peer Lending (P2P) : ทางเลือกการขอสินเชื่อและการลงทุนรูปแบบใหม่ที่ สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน โดย Share Loan by NestiFly

P2P Cover 3 + No BLS Logo

     อีกหนึ่งทางเลือกของการขอสินเชื่อและการลงทุนรูปแบบใหม่ที่อยากแนะนำให้นักลงทุนทุกท่านรู้จัก…สินเชื่ออเนกประสงค์ Share Loan by NestiFly ที่เปิดโอกาสให้คุณนำหุ้นใน SET100 มาใช้เป็นหลักประกัน เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินกู้ระยะสั้น 3 หรือ 6 เดือน (ตามแต่คุณกำหนด) ที่มีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.75% ต่อปี และยังเป็นการลงทุนระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจสูงสุด 4% ต่อปี ซึ่งอยู่ภายใต้ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย

สินเชื่อ Share Loan by NestiFly ดีอย่างไร..

  • สะดวก รวดเร็ว : ขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน โดยไม่ต้องไปที่สาขา ไม่ต้องใช้ Bank Statement หรือสลิปเงินเดือน และทราบผลอนุมัติสินเชื่อภายใน 1 วันทำการ วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท
  • อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า : อัตราดอกเบี้ยต่อปีเริ่มต้นที่ 4.75% – 6.00% ต่อปี (รวมค่าธรรมเนียม) และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในหุ้นยังคงเป็นของคุณ
  • มั่นใจในความปลอดภัย : รักษาหลักทรัพย์และดูแลการโอนเงินโดยบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ และระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระดับมาตรฐาน Blockchain

ขอสินเชื่อได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน

  1. ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น Share Loan by NestiFly และทำการพิสูจน์ตัวตนออนไลน์ (e-KYC)
  2. เชื่อมต่อบัญชีหลักทรัพย์ฯ ผ่านแอปพลิเคชั่น Share Loan by NestiFly
  3. ยื่นคำขอสินเชื่อ ด้วยการเลือกหลักทรัพย์ที่จะใช้ค้ำประกัน (SET100) กำหนดเงื่อนไขการขอสินเชื่อต่าง ๆ และนำส่งรายงานข้อมูลเครดิต (NCB Report)
  4. รอการจับคู่กับเงินลงทุน โดยจะทราบผลการพิจารณาสินเชื่อในวันทำการถัดไป และรอจับคู่เงินลงทุน 
    หมายเหตุ : หลักประกันครอบคลุมไปถึงผู้ถือหลักทรัพย์ BMSCITH BSET100 และ E1VFVN3001 โดยรายชื่อหลักประกันเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ณ วันที่ขอสินเชื่อ

       สนใจสินเชื่อ ShareLoan by NestiFly คลิก https://www.nestifly.com/borrower 

P2P 1.1 + w disclaimer

Peer-to-Peer Lending (P2P) สินเชื่อออนไลน์ระหว่างบุคคลรูปแบบใหม่คืออะไร ?

     ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมถึงแวดวงบริการทางการเงินเองก็เช่นเดียวกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนอาจคงเคยได้ยินนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ Peer-to-Peer Lending หรือ P2P Lending กันมาบ้าง แม้จะดูเป็นเรื่องใหม่ในเมืองไทย แต่บริการดังกล่าวก็เป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อเนื่อง

P2P 2 + w disclaimer

     Peer-to-Peer Lending หรือ P2P Lending คือ ธุรกรรมการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลทั่วไปผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางอย่างธนาคารหรือสถาบันการเงินอีกต่อไป ซึ่งหมายถึงจากนี้ บุคคลทั่วไปจะสามารถกู้ยืมเงินกันเองได้โดยตรง โดยมีแพลตฟอร์ม P2P Lending ทำหน้าที่เสมือนเป็นตลาดสินเชื่อออนไลน์ที่เชื่อมต่อระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้ให้มาเจอกัน ดังนั้นแนวคิดหลักของ Peer-to-Peer Lending จึงคือ การทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้สะดวกขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีทางเลือกในการลงทุนที่มากขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน

Peer-to-Peer Lending (P2P Lending) จะทำให้บุคคลทั่วไปสามารถกู้ยืมเงินกันเองได้โดยตรง ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องเดินไปธนาคารอีกต่อไป

     ตั้งแต่ปี 2562 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้อนุญาตให้ผู้ให้บริการทำธุกรรม P2P Lending ได้ ประเทศไทยมีผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจบนระบบ P2PLending ด้วยกันแล้ว 3 ราย โดยทุกรายจะยังอยู่ในช่วงเข้าร่วมทดสอบใน Regulatory Sandbox กับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ 1 ใน 3 นั่นก็คือ บริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด ซึ่งมีทีมงานมืออาชีพคร่ำหวอดในวงการการเงินการธนาคารทั้งในและนอกประเทศจำนวนมาก

      บริษัทดังกล่าวได้ชักชวนหลักทรัพย์บัวหลวง ให้ทำหน้าที่ Custodian ดูแลเงินและหลักทรัพย์ของนักลงทุนและผู้กู้ ซึ่งเป็นลูกค้าของ BLS ผ่านแอปพลิเคชั่น Share Loan by NestiFly ที่ บจ.เนสท์ติฟลาย เป็นผู้พัฒนา มีหน้าที่หลัก คือ จับคู่ระหว่าง ผู้กู้ และ นักลงทุน โดยลูกค้าทั้งสองฝั่งจะต้องส่งคำสั่งผ่านแอป และผู้กู้จะต้องนำหลักทรัพย์มาค้ำประกันการกู้เงิน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.nestifly.com/

P2P 3 + w disclaimer

Peer-to-Peer Lending ต่างจากการกู้ยืมเงินแบบดั้งเดิมอย่างไร ?

      การกู้ยืมเงินแบบดั้งเดิม เป็นรูปแบบที่เราต้องไปทำเรื่องขอสินเชื่อผ่านธนาคาร หรือสถาบันการเงิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดหาแหล่งเงินทุนให้กับเรา แน่นอนว่าต้องผ่านกระบวนการหลากหลายขั้นตอนและใช้เวลานาน ในขณะที่ P2P Lending จะแตกต่างจากการเดิมตรงที่กระบวนการเหล่านั้นจะถูกยกไปไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์เกือบทั้งหมดและทำหน้าที่เสมือนตลาดสินเชื่อออนไลน์ที่ผู้กู้และผู้ให้กู้สามารถเจอกันได้โดยตรง

     หลักการง่าย ๆ คือ ผู้กู้ระบุเงื่อนไขการกู้เงินของตนเองไว้ ส่วนผู้ให้กู้ก็จะเลือกคำขอกู้ที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยแพลตฟอร์มจะดูแลและจัดการเรื่องทั้งเรื่องเงิน หลักประกัน ความปลอดภัย รวมถึงเอกสารต่างๆ ทั้งยังช่วยติดตามสถานะของธุรกรรมและคอยแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ทั้ง 2 ฝ่ายทราบ แพลตฟอร์ม P2P Lending จึงเข้ามาทำหน้าที่แทนตัวกลางการกู้ยืมเงินในแบบเดิมๆ แล้วช่วยให้ทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้สามารถกู้ยืมเงินได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายมากขึ้นนั่นเอง

แพลตฟอร์ม P2P Lending ทำหน้าที่แทนตัวกลางการกู้ยืมเงินในแบบเดิมๆ ช่วยให้ทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้สามารถกู้ยืมเงินได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายมากขึ้น

P2P 4 + w disclaimer

     นอกจากนี้ ธุรกรรมการให้สินเชื่อแบบเดิมส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นระหว่างบุคคล  1 คน กับ สถาบันการเงิน 1 แห่ง เรียกว่า แบบ One-to-One แต่เมื่อธุรกรรมแบบเดียวกันสามารถทำผ่านแพลตฟอร์ม P2P Lending ได้ จึงทำให้คำขอกู้จากผู้กู้ 1 คน สามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการปล่อยกู้ได้หลากหลายมากขึ้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสถาบันการเงิน กระจายทั้งความเสี่ยงและผลตอบแทนออกสู่บุคคลหลากหลายราย

นั่นหมายความว่า ผู้กู้ 1 คนอาจจะได้รับเงินมาจากผู้ให้กู้หลายคน  เรียกว่า แบบ Many-to-One ได้ด้วย ดังนั้น P2P Lending นอกจากจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินหรือค่าธรรมเนียมที่ผู้ใช้บริการจะต้องจ่ายแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการลงทุนและเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้แก่บุคคลทั่วไปอีกด้วย

จุดกำเนิดของธุรกรรม P2P Lending

     นวัตกรรมทางการเงินรูปแบบนี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2005 ในประเทศอังกฤษ โดยบริษัทที่มีชื่อว่า Zopa เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ ผู้กู้ กับ ผู้ให้กู้ ที่มีความต้องการ และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตรงกันมาเจอกัน หลังจากผู้บริหารเล็งเห็นถึงปัญหาของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก แพลตฟอร์มออนไลน์ดังกล่าวถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก

      ทำให้มีจำนวนผู้ใช้ระบบเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนในปี 2019 มูลค่าสินเชื่อบนแพลตฟอร์มรูปแบบนี้สูงถึงเกือบ 5 หมื่นล้านปอนด์ หรือ คิดเป็นราว 2 ล้านล้านบาท เรียกได้ว่าปัจจุบันมีจำนวนแพลตฟอร์ม P2P Lending กระจายตัวอยู่ทั่วโลกมากกว่า 3,000 แพลตฟอร์ม และมีมูลค่าของสินเชื่อในระบบสูงถึง 86,333 ล้านดอลลาร์ (อ้างอิงข้อมูล NestiFly) โดยผู้ให้บริการ อันดับหนึ่งของโลกขณะนี้ คือ Lending Club จากประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2006 (อ้างอิงข้อมูลจาก NestiFly)

BLS Banner-01

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการ P2P Lending

Q : ต้องการเริ่มใช้บริการ Share Loan by NestiFly ต้องทำอย่างไร?

A : ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระบบ Android สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “Share Loan by NestiFly” ได้ด้วยตนเอง โดยสามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่ สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระบบ iOS สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ผู้แนะนำการลงทุนของท่าน

Q : ใครสามารถขอสินเชื่อ Share Loan by NestiFly ได้บ้าง ?

A :  ผู้ที่จะขอสินเชื่อได้ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  1. เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และพำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย
  2. มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
  3. มีคะแนนเครดิตจากบริษัท เครดิตบูโรแห่งชาติ จำกัด (NCB Score) ไม่ต่ำกว่า “DD”

Q : เงินสินเชื่อสามารถนำไปใช้อะไรได้บ้าง ?

A : Share Loan by NestiFly เป็นสินเชื่อเอนกประสงค์ ที่ผู้ขอสินเชื่อสามารถถอนเงินที่ได้รับจากบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไปยังบัญชีธนาคารของท่านเพื่อใช้ในธุรกิจ หรือใช้จ่ายส่วนตัวก็ตาม ไม่จำเป็นต้องใช้ลงทุนในหลักทรัพย์ต่อแต่อย่างใด

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nestifly.com/faq

      อ่านถึงตรงนี้ท่านใดที่อยากหาข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านข้อมูลจากเอกสารของทางธนาคารแห่งประเทศไทยโดยตรง หรือ      คลิก https://www.nestifly.com/

ข้อจำกัดความรับผิด (Disclaimer)

บริการ Share Loan by NESTIFLY มิใช่บริการของบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) (“BLS”) แต่เป็นบริการของบริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด ทั้งนี้ BLS เป็นเพียงผู้เก็บรักษาเงิน ทรัพย์สิน และหลักประกัน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย และเป็นผู้ฝาก (ในส่วนที่เกี่ยวกับงานรับฝากหลักทรัพย์) ตามข้อบังคับของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ว่าด้วยการใช้หลักทรัพย์เป็นประกัน เท่านั้น 

นอกจากนี้ BLS มิใช่ผู้ให้กู้เงิน หรือผู้กู้เงิน รวมถึงไม่มีความรับผิดใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ Share Loan by NESTIFLY แต่ประการใด

 

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น