MSCI Thailand Benchmark ตัวฉกาจของนักลงทุนต่างชาติ

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 62 ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปิดบวกด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เปิดตลาดปี 2518 มากถึง 204,855.67 ล้านบาท โดยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันราวๆ 100,000 ล้านบาท แต่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายก่อนปิดตลาดมีมูลค่าซื้อขายทะลักเข้ามาอีกถึง 102,495 ล้านบาท รับผลจาก MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยจากเดิม 2.43% เป็น 2.90% และมีหุ้นตัวไหนกันบ้างที่มีเม็ดเงินหนุนเข้ามา…เราเอาข้อมูลมาให้ดูกันค่ะ :)

สัดส่วนมูลค่าการซื้อขายของหุ้นรายตัว
(ช่วง 5 นาทีสุดท้ายก่อนปิดตลาด)

2805

…มูลค่าการซื้อขายที่เข้ามาอีกราว 102,495 ล้านบาท ช่วงท้ายตลาดนั้นจะเห็นได้ว่ามูลค่าซื้อขายหลักๆ มาจากหุ้น 5 ตัว ได้แก่ SCC, BDMS, SCB, INTUCH และ CPN ที่มีมูลค่าเกือบถึงครึ่งของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด (ที่มา : SET SMART)

MSCI คืออะไร ?

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ เช่น นักลงทุนไทยจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับดัชนี SET Index, SET50 Index, SET100 Index ที่ใช้วัดผลตอบแทนตลาดหุ้นหรือใช้เป็นตัววัดเปรียบเทียบระหว่างผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยกับผลตอบแทนพอร์ตการลงทุนของเราเอง…ว่าชนะตลาดหรือไม่!? ซึ่งกลับกันหากเป็นนักลงทุนต่างชาติที่ไปลงทุนในหลายประเทศทั่วโลก จะเอาอะไรวัดเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุน ? ถ้านักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ไม่ได้รู้จักหุ้นทุกตัวในไทยว่าแต่ละบริษัททำอะไรบ้าง ? …MSCI จึงเกิดขึ้นและเป็นที่รู้จักกันในนาม Benchmark เกณฑ์มาตรฐานการเลือกหุ้นและวัดผลตอบแทนของนักลงทุนต่างชาติ

MSCI Index เป็นดัชนีอ้างอิงที่บริษัท Morgan Stanley Capital International นำหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศทั่วโลกมาคำนวณเป็นดัชนี อาทิเช่น MSCI World Index, MSCI Asian ex Japan, MSCI Thailand และอื่นๆ อีกมากมาย

ใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกหุ้นเข้ามาคำนวณ ?

  • หุ้นนั้นๆต้อง มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง พิจารณาจากมูลค่าการซื้อขายหุ้นในรอบปีโดยเฉลี่ยเทียบกับมูลค่าตลาดของหุ้นนั้นๆ
  • ต้องมี Free Float ขั้นต่ำ 15% (Free Float คือ สัดส่วนที่นักลงทุนทั่วไปสามารถซื้อขายหุ้นตัวนั้น)
  • มี Market Cap. ที่คูณด้วยค่า Free Float แล้วสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด (ขั้นต่ำของไทยคือ $250 ล้านเหรียญ)

MSCI Thailand เป็น Benchmark ตัวฉกาจของนักลงทุนต่างชาติ

หลังจากได้หุ้นที่เข้าเงื่อนไขแล้ว หุ้นเหล่านั้นจะถูกนำมาจัดลำดับตามขนาดและสภาพคล่อง ซึ่งจากวิธีการคัดเลือกเหล่านี้จะทำให้ MSCI Index มีขนาดของหุ้นรวมกันคิดเป็นส่วนใหญ่ของตลาด หรือเสมือนว่าเป็นตัวแทนของตลาดหุ้นนั้นๆ ได้โดยปริยาย โดยมีการปรับน้ำหนักการลงทุนปีละ 2 ครั้ง (เดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน) …ไม่น่าแปลกใจที่ MSCI Index จะถูกนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมาก หรือใช้เป็นเกณฑ์ในการวัดผลการลงทุนของตัวเอง ทำให้ MSCI กลายเป็น Benchmark หรือดัชนีเทียบวัดแบบสากลไปแล้ว!!

รายชื่อหุ้นไทย 10 อันดับแรกที่อยู่ใน MSCI Thailand

Top10

ที่มา : www.msci.com

ลงทุนในหุ้นไทยตามสไตล์ต่างชาติ…

นักลงทุนต่างชาติมักลงทุนในหุ้นไทยที่ถูกคัดเลือกเข้า MSCI Thailand …เรานำข้อมูลเปรียบเทียบระหว่าง SET Index, SET50 Index, SET100 Index และ MSCITH มาให้เห็นชัดยิ่งขึ้นว่าการเคลื่อนไหวนั้นจะล้อไปด้วยกัน!!  ซึ่งเข้าใจได้ว่าหุ้นที่ต่างชาติเลือกลงทุนนั้นเป็นหุ้นใหญ่ที่อยู่ใน SET50 Index และ SET100 Index นั้นเอง!!

กราฟเปรียบเทียบระหว่าง SET Index, SET50 Index, SET100 Index และ MSCITH
ตั้งแต่ปี 2017 ถึง 30/05/2019

MXTH Index (MSCI Thailand Index) 2019-05-30 12-44-52

ที่มา : bloomberg

…แล้วถ้าอยากลงทุนตามต่างชาติก็ต้องซื้อหุ้นที่อยู่ใน MSCI Thailand สิถึงจะถูก!! ขอแนะนำให้รู้จักกับ “BMSCITH” เป็นกองทุนรวม ETF ที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างผลตอบแทนการลงทุน ให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง (MSCI Thailand ex Foreign Board Index) เพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนตามต่างชาติได้ง่ายๆ ด้วยการซื้อขายผ่านโปรแกรม Streaming ซื้อขายได้ Realtime เสมือนหุ้นตัวหนึ่ง

ซื้อ “BMSCITH” ตัวเดียวชนะตลาดได้จริงหรือ !?

bmscithh

สำหรับนักลงทุนมือใหม่!! ที่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นลงทุนอย่างไร หรือจะซื้อหุ้นตัวไหนดี ลองมอง BMSCITH เป็นอีกหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนใกล้เคียงตลาดและกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดีในหุ้นราวๆ 30 ตัว จากบริษัทชั้นนำที่สุดของประเทศไทย มีสภาพคล่องซื้อขายสะดวกอีกด้วย!! (มารู้จัก ETFs ให้มากยิ่งขึ้น…อ่านเพิ่มเติมคลิก)

ใครอยากลงทุนกับกองทุน BMSCITH อย่าลืมเปิดบัญชีหุ้นออนไลน์…คลิกที่นี่  

และติดตามข้อมูลดีๆ  ที่ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายกับพวกเรานะคะ :)

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น