“ชนะหุ้น” สไตล์ “หยง Monkey Trader”

เซียนหุ้นเทรดกันแบบไหน!!!

คุณธำรงชัย เล่ากลยุทธ์การลงทุนฉบับเทรดเดอร์มืออาชีพให้ฟังว่า วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า เครื่องมือการลงทุน ถือเป็นเครื่องทุ่นแรงชั้นดีที่จะทำให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในการลงทุนได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งเครื่องมือหลายๆ ประเภทเริ่มถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายไม่ซ้ำซ้อนยุ่งยากเหมือนอดีต อย่างตัวเองก็ใช้เครื่องมือที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบมาช่วยในการลงทุนเช่นกัน เพราะช่วยประหยัดเวลาได้มาก ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งเฝ้าหน้าจอตาเปียกตาแฉะ แถมไม่ต้องปวดหัวกับการค้นหาหุ้นที่มีอยู่เป็นร้อยๆตัว

MarketProfile

เครื่องมือการลงทุนที่ชอบและใช้อยู่เป็นประจำ ขอยกให้ “ฟังก์ชัน Market Profile Chart”  เป็นการผสมผสานการใช้งานของ Price, Time and Volume สำหรับการเก็งกำไรภายในวัน (Day Trade) โดยสร้างกราฟของ Time Price Opportunities (TPO) สามารถปรับ Timeframe 5/10/15/30/60 min เพื่อบอก Volume ของการซื้อขายสะสมในแต่ละช่วงเวลาภายในวัน ได้บนเมนู Chart  ของโปรแกรมเทรดหุ้นแบบอัตโนมัติ Trade Master ตัวช่วยบริหารความเสี่ยงในการลงทุนระยะสั้นที่ดีมากของหลักทรัพย์บัวหลวงที่เปิดให้ลูกค้าใช้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

“จากประสบการณ์การลงทุน ด้วยฟังก์ชัน Market Profile Chart ถือเป็นตัวช่วยที่มีความแม่นยำประมาณ 65-70% ไม่ค่อยหนีจากระดับนี้เท่าไรนัก หากใช้ในขอบเขต 1.หุ้นเป็นขาขึ้น เมื่อย่อตัวลงมาให้หาจังหวะรับ และ 2.หุ้นเป็นขาลง เมื่อเด้งขึ้นมาให้หาจังหวะชอร์ต”

คุณหยง เล่าถึง “ข้อดี” ของฟังก์ชัน Market Profile Chart ที่นักเก็งกำไรบางคนมักมองข้ามว่า เครื่องมือการลงทุนตัวนี้จะช่วยให้เก็งกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหน้าที่ของฟังก์ชันตัวนี้ คือ ใช้ดูปริมาณการซื้อขายสูงสุดภายในวันของหุ้นรายตัวและดัชนี หากพบว่าวอลุ่มกระจุกตัวอยู่ในช่วงราคาใด นั่นหมายความว่า คนให้ความสนใจหุ้นตัวดังกล่าวในราคานั้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนักเทคนิคเชื่อว่า หากมีวอลุ่มการซื้อขายสูงๆ สองราคา อาจจะมองเป็นแนวรับแนวต้านภายในวันได้ หรือถ้ามีราคาที่วอลุ่มการซื้อขายสูงสุดราคาเดียว แล้วราคาปิดสูงกว่าราคานั้น ในพรุ่งนี้ราคาหุ้นอาจจะไปต่อก็ได้….

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจมีความเห็นต่างว่า ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ฟังก์ชัน Market Profile Chart ในการหาแนวรับแนวต้านหุ้นเลย แค่ตีกราฟธรรมดาก็ใช้ได้แล้ว!! แต่ส่วนตัวมองว่า ฟังก์ชันนี้ถือเป็น “เทคนิคการมองราคาหุ้นอีกรูปแบบหนึ่ง” ซึ่งจะทำให้คุณได้ของที่ราคาไม่สูงจนเกินไป และไม่ต้องไปไล่ราคาตามคนอื่น ยกตัวอย่าง  Market Profile Chart บอกว่า วันนี้ หุ้น A มีปริมาณซื้อขายสูงสุดที่ราคา 10 บาท เราก็ควรตั้งออเดอร์รอที่ 10 บาท เพราะราคาหุ้นคงไม่ลงไปต่ำกว่าราคาที่คนสนใจมากที่สุดภายในวันอย่างมีนัยสำคัญ

Market Profile Chart ถือเป็นเครื่องมือที่ใช้นำทางเก็งกำไรได้ทั้งหุ้นรายตัวและดัชนี หรือแม้แต่ใช้ในการดูหุ้นแม่ เพื่อเก็งกำไรระยะสั้นอย่าง Derivative Warrant หรือ DW ก็สามารถทำได้ โดยใช้ลงทุนได้ทั้ง Call และ Put สมมุติเรามองว่า ตลาดกำลังจะเป็นขาขึ้น เมื่อราคาลงมาอยู่ในระดับที่คนสนใจมากที่สุด เราก็หาจังหวะเข้าได้เลย โดยไม่ต้องรอให้เกิดสัญญาณซื้อแล้วค่อยเข้า หรือหากมองตลาดกำลังจะเป็นขาลง เมื่อราคาเด้งมาอยู่ในจุดที่คนเล่นกันเยอะๆ เราก็หาจังหวะเล่นขาลงได้เช่นกัน

“ฟังก์ชันนี้จะให้นักลงทุนได้ราคา discount ดีกว่าคนอื่น”

 คัดหุ้นด้วยวิธีอะไร ?

MarketProfile

คุณหยง ตอบว่า “ผมนั่งไล่ดูหุ้นทีละตัว เพื่อดูคาแรคเตอร์ของหุ้นแต่ละตัวว่ามีหน้าตาอย่างไร เพราะจะได้วางแผนการลงทุนได้ถูกทาง แต่วิธีนี้ต้องบอกว่า สิ้นเปลืองพลังงานและเวลามหาศาล!!! แต่เนื่องจากผมมีความพยายามจะหาหุ้นที่ใช่จริงๆ จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการคัดหุ้นแบบบ้าพลังเช่นนี้”

แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไป อาจไม่ต้องมาสิ้นเปลืองเวลาเหมือนผม เพราะโปรแกรมเทรดหุ้นอัตโนมัติ Trade Master ของหลักทรัพย์บัวหลวง มีฟังก์ชันสแกนหาหุ้นตามคุณสมบัติที่นักลงทุนต้องการง่ายๆ ที่ชื่อ “BLS Strategy” ที่มีทั้งแบบคัดหุ้นอัตโนมัติตามนักลงทุนชื่อดัง หรือคัดหุ้นในแบบส่วนตัว (My Strategy) เป็นต้น

เมื่อได้หุ้นจากฟังก์ชันนี้มาแล้ว ก็อย่าลืมมาทำการบ้านต่อ เพื่อหาหุ้นที่ใช่ที่สุดสำหรับเรา เมื่อหาได้แล้วก็มาตั้งซื้อตั้งขายผ่านระบบการซื้อขายแบบอัตโนมัติ “Auto Trade” ฟังก์ชันดีๆเหล่านี้จะเข้ามาช่วยลดปริมาณการทำงานหนักของนักลงทุนได้อย่างดี

“คุณไม่จำเป็นต้องบ้าพลังเหมือนผม เดี๋ยวนี้มีเครื่องมือดีๆออกมาช่วยการลงทุนมากมาย แต่บางแห่งเขาไม่ได้ให้คุณใช้ฟรี ไม่เหมือนของหลักทรัพย์บัวหลวง ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รู้วิธีการดูหุ้นในหลากหลายมิติกันแบบฟรีๆ เมื่อมีเครื่องมือช่วยลงทุนล้ำสมัยมาให้ใช้แล้ว หน้าที่ของนักลงทุน คือ ต้องมีสกิลในการลงทุนที่ถูกต้อง”

 เทรดเดอร์ที่ดีต้องเป็นอย่างไร!!!

เขา บอกว่า เทรดเดอร์หลายคนมีความคิดว่า “ยิงไม้แรกแล้วต้องชนะ” ความคิดแบบนี้แม้ไม่ผิด!! แต่เป็นสิ่งที่มือสมัครถูกคนรุ่นเก่าสอนตามๆกันมานิยมทำกัน หลายคนอยากเป็น “สไนเปอร์ที่ยิงปุ๊บ ถูกเป้าหมายปั๊บ” จริงอยู่มันเป็นซีเนริโอที่เฟอร์เฟค แต่ใช้การไม่ได้จริง ทุกวันนี้สนามหุ้นเหมือนสนามรบมันมั่วมาก ฉะนั้นควรซื้อนำทางไปก่อน ถ้าถูก หุ้นขึ้น ค่อยซื้อเติม

วิธีการนี้เทรดเดอร์กองทุนขนาดใหญ่เขาใช้กัน ไม่มีกองทุนไหนซื้อครั้งเดียว เมื่อถึงเป้าหมายแล้วขายทิ้งในครั้งเดียว  วันนี้คาแรคเตอร์ตลาดมันเปลี่ยนไปแล้วจะมาใช้วิธีการลงทุนแบบเดิมมันใช้ไม่ได้ผลแล้ว การเป็น    เทรดเดอร์หรือนักลงทุนที่ดี คุณต้องอย่านำเงินทั้งหมดไปยัดใส่ไว้ในกระสุนเม็ดเดียว แล้วคิดว่ากระสุนเม็ดนั้นต้องเข้าเป้าหมายในครั้งแรกที่ยิง เพราะถ้ามันไม่เข้า การลงทุนก็จะเสียหาย…

MarketProfile

“ผมไม่เคยซื้อหุ้นแล้วหวังให้มันขึ้นเลยทันที เพราะนั่นคือความคาดหวังของมือสมัครเล่น แต่จะเน้นโยนหินถามทางก่อน ด้วยการซื้อที่ราคาสูงสุด ถ้ามันเสียหาย ผิดทาง ก็ควรต้องยอมแพ้ เพราะไม่ได้เสียหายหนัก เราใส่เงินทุนไปนิดเดียว ถามว่าเมื่อถึงเป้าหมาย ผมเทหมดหน้าตัก หรือปล่อยออกแค่บางส่วน ตอบยาก เน้นดูหน้างานเป็นหลัก” “การลงทุนที่มีประสิทธิภาพ คือ การใช้นวัตกรรมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” คุณหยง ทิ้งท้ายบทสนทนา…

ผู้ร่วมโครงการ The Stock Master 2019 สามารถทบทวนบทเรียนออนไลน์ย้อนหลังได้ทุกที่ทุกเวลา!! อ่านเพิ่มเติม…คลิกที่นี่

สนใจแอปเทรดหุ้นใหม่ล่าสุด ติดตามอ่านคลิกที่นี่

ติดตามรายการความรู้ทางด้านการลงทุนดีๆ กับพวกเราได้ที่…

Facebook_Logo_(2019) youtube-icon-logo-05A29977FC-seeklogo.com tt

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น