สายสินทรัพย์ทางเลือก อย่าพลาด!! “กองทุน SUPEREIF”

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ถือเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ทางเลือกที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุน เพราะให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและตราสารหนี้ และความเสี่ยงไม่สูง…แล้วจะลงทุนกองทุนไหนดี มีเยอะแยะเต็มไปหมด ?

เวลานี้คงต้องยกให้ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) เพราะกระแสตอบรับคึกคักมาก เห็นได้ชัดจากเมื่อศุกร์ที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา กองทุน SUPEREIF ได้จัดงานโรดโชว์ เพื่อนำเสนอข้อมูลแก่ผู้สนใจ ผลปรากฎว่า ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน เพราะธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานมีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย, มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และทั่วโลกรวมถึงเมืองไทยได้ให้ความสำคัญกับการหันมาใช้พลังงานสะอาด ถือเป็นกิจการที่มีรายได้มั่นคง มีศักยภาพในการเติบโต เหมาะแก่การถือลงทุนระยะยาว….

กองทุน SUPEREIF เป็นกองทุนปิด ไม่มีกำหนดอายุ ไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยมี บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น หรือ SUPER ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มี Solar Farm อยู่ในมือมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ จำนวน 130 โครงการ กำลังการผลิตรวม 777 เมกะวัตต์ เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนหลักสัดส่วนไม่น้อยกว่า 20% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดในช่วงเวลา 12 ปีแรก และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ “กองทุนบัวหลวง” ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และมี “ธนาคารกรุงเทพ” เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดกการการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุน

โดยได้เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) วันที่ 22-26 ก.ค.และ 30-31 ก.ค.2562 ด้วยมูลค่าเงินลงทุนไม่เกิน 8,150 ล้านบาท แบ่งเป็นไอพีโอไม่เกิน 5,150 ล้านบาท ราคา 10 บาทต่อหน่วยลงทุน (จำนวนหน่วยลงทุนไม่เกิน 515 ล้านหน่วย) และอีกไม่เกิน 3,000 ล้านบาท เป็นการกู้ยืมเงินระยะยาวจากสถาบัน

11200x630-FB-EVENT

“เม่าจำไม By Bualuang Securities” มีโอกาสไปเยี่ยมชม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ประสานกสิกิจ (สหกรณ์การเกษตร) บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีกำลังการผลิตตามสัญญา 5 เมกะวัตต์ กำลังการผลิตติดตั้ง 4.996 เมกะวัตต์ (COD ไปวันที่ 27 ธ.ค.2559 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 26 ธ.ค. 2584 Fit Rate 5.66 บาทต่อหน่วย) ซึ่งเป็น 1 ใน 19 โครงการที่ SUPEREIF เข้าไปลงทุนในสิทธิในการรับรายได้สุทธิเกิดจากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

…ต้องบอกว่า โครงการโรงไฟฟ้าแห่งนี้ใหญ่โตมาก เพราะมีขนาดพื้นที่มากถึง 60 ไร่ แถมแดดยังจัดสุดๆ โดยมีค่าความเข้มรังสีแสงอาทิตย์สูงถึง 19.11 เมกะจูลต่อตารางเมตรต่อวัน (อ้างอิงข้อมูลจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน)

เล่ามาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัย กองทุน SUPEREIF ลงทุนอะไร และแตกต่างจากกองทุนอื่นอย่างไร ?

1. กองทุน SUPEREIF ลงทุนในสิทธิในการรับรายได้สุทธิที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 19 โครงการ กำลังการผลิตรวม 118 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการของ บริษัท 17อัญญาวีร์ จำกัด (17AYH) จำนวน 14 โครงการ กำลังการผลิตรวม 78 เมกะวัตต์ และโครงการของบริษัท เฮลท์แพลนเนท จำกัด (HPM) จำนวน 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 40 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัททั้งสองแห่ง SUPER ถือหุ้นอยู่ 99.99%

2. อายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 19 โครงการ คงเหลือประมาณ 22 ปี

3. กองทุนรวมทั่วไปจะกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ทางการเงินประเภทต่างๆ เช่น หุ้นสามัญ ตราสารหนี้ หรือหลักทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุน

4. กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จะนำเงินลงทุนที่ระดมได้ไปลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่พัฒนาเสร็จแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงในการก่อสร้างและจัดตั้งโครงการ

5. รายได้ของกองทุนจะมาจากกระแสรายรับที่จะได้มาจากการดำเนินงานของกิจการโครงการที่กองทุนได้ลงทุน

6. หน่วยลงทุนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ

“จุดเด่น” กองทุน SUPEREIF คืออะไร ?

1. โรงไฟฟ้ากระจายตัวอยู่ใน 8 จังหวัด (พิจิตร เพชรบูรณ์ สระบุรี ปราจีนบุรี ปทุมธานี สุมทรปราการ และสมุทรสาคร) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเข้มรังสีแสงอาทิตย์อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเฉลี่ย 18.17 เมกะจูลต่อตารางเมตรต่อวัน เทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศไทยที่อยู่ระดับ 17.28 เมกะจูลต่อตารางเมตรต่อวัน (อ้างอิงตัวเลขปี 2561 จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน)

2. โรงไฟฟ้าทั้ง 19 โครงการ ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับการไฟฟ้าภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) นานถึง 25 ปี แบบ Non-Firm (ไม่โดนปรับถ้าขายไม่ได้ตามสัญญา) อัตรารับซื้อไฟฟ้า 5.66 บาทต่อหน่วยคงที่ตลอดอายุสัญญา ปัจจุบันเปิดดำเนินการซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 2-3 ปี เท่ากับว่า พ้นระยะลองผิดลองถูกมาแล้ว (จำนวน 4 โครงการของ 17AYH จะต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ประมาณ 6-7% ให้กับสหการณ์การเกษตร เพื่อตอบแทนค่าใช้สิทธิในการขายไฟฟ้า)

3. อัตราเงินจ่ายปีแรกอยู่ที่ 7.49% และสม่ำเสมออย่างน้อย 11 ปีแรก ถือว่าน่าสนใจเมื่อเทียบกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆในตลาดที่ลงทุนเกี่ยวกับโรงไฟฟ้า ที่สำคัญยังมีอายุคงเหลือของกองทุนมากกว่าด้วย

4. มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษสำหรับผู้ลงทุน โดยเฉพาะบุคคลธรรมดาที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินปันผล10 ปีแรก นับจากวันจัดตั้งกองทุน

5. ดูแลและบริหารกองทุนโดย “กองทุนบัวหลวง” ผู้เชี่ยวชาญในการจัดการกองทุนรวมโครงการพื้นฐาน

6. บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น ในฐานะเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 19 โครงการ มีความเป็นมืออาชีพและมีบริการครบวงจร สะท้อนได้จากการมีกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์มากเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย (เริ่มดำเนินการขายไฟฟ้าครั้งแรก (COD) ในปี 2554) ในปี 2561 มีรายได้จากการขายไฟฟ้าประมาณ 5,326.06 ล้านบาท และมีรายได้จากการให้บริการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าประมาณ 140.45 ล้านบาท

อ่านมาถึงตรงนี้สนใจลงทุนแล้วใช่ไหมล่ะ!! 2 วันสุดท้าย วันที่ 30-31 ก.ค. (วันที่ 31 ก.ค.ก่อนเวลา 15.30 น.) สามารถไปจับจองหน่วยลงทุนกองทุน SUPEREIF ได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) จำนวนจองซื้อขั้นต่ำ 2,000 หน่วย ทวีคูณ 100 หน่วย (จัดสรรหน่วยลงทุนสำหรับผู้จองซื้อทั่วไปแบบ Small Lot First คือให้ผู้ที่จองซื้อจำนวนน้อยได้สิทธิการจองซื้อได้ก่อน โดยจะประกาศผลการจัดสรรหน่วยลงทุนอย่างเร็วสุดภายในวันที่ 2 ส.ค.นี้)

 เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก รอติดตามนะคะ….

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น