บริษัทไหนครองแชมป์ “กำไรสูงสุดในโลก”!!

จากการจัดอันดับบริษัทที่มีกำไรสูงสุดในโลกของ “Fortune Global 500”  ในปี 2561 ระบุว่า “ซาอุดิ อรามโก” (Saudi Aramco) บริษัทพลังงานแห่งชาติของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียที่มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบมากถึงวันละประมาณ 10.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน คือ เจ้าของตำแหน่งบริษัทที่มีกำไรสูงสุดในโลก

โดยในปี 2561 ทำกำไรได้ระดับ 111,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 3 ล้านล้านบาท และบริษัทที่ทำกำไรรองลงมา คือ บริษัท Apple (AAPL) เจ้าแห่งธุรกิจ Consumer Electronics ที่มีกำไร 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 15 ล้านล้านบาท  (อ้างอิงข้อมูลจาก www.investopedia.com)

ล่าสุด “ซาอุดิ อรามโก” เจ้าของฉายา “เพชรประดับยอดมงกุฎ” บริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซาอุดิอาระเบีย Tadawul  (ตะดาวุ้ล) ในวันพุธที่ 11 ธ.ค.62 ซึ่งเงินระดมทุนจากการขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ คิดเป็นประมาณ 3 ล้านล้านบาท

การเข้าตลาดหลักทรัพย์สำคัญของโลกครั้งนี้ คาดจะส่งผลดีต่อราคาน้ำมันดิบโลก!!

“เม่าจำไม By Bualuang Securities” สอบถาม ทีม BLS Global Investing กูรูการลงทุนหุ้นต่างประเทศ ประจำหลักทรัพย์บัวหลวง ได้ความว่า จังหวะนี้อาจเหมาะที่จะเข้าไปเก็งกำไรใน ETF น้ำมันในตลาดอเมริกา (NYSE)  และฮ่องกง (HKEX)”  ซึ่ง ETF น้ำมัน เป็นกองทุนรวมเปิดที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ที่อ้างอิงกับน้ำมัน หรือสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมัน โดยเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทน้ำมัน ซึ่งโดยทั่วไปราคาน้ำมันมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้ามกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง โดยเฉพาะ ETF น้ำมันชื่อดังเหล่านี้….

 1. ETF United States Oil Fund (USO)  

เป็น ETF น้ำมันที่มีขนาดใหญ่ เก่าแก่ และมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ออกโดย USCF (เป็น บลจ. ที่ชำนาญในการออก ETF บนสินค้าโภคภัณฑ์) โดย USO นั้นซื้อขายบนตลาด NYSE และนักลงทุนสามารถเริ่มลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 1 หุ้น

USO มีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามราคาน้ำมันดิบ WTI ด้วยการลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมัน หรือสัญญาฟิวเจอร์ส ของสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ USO เหมาะกับนักลงทุนระยะสั้น ที่สามารถติดตามราคาได้อย่างใกล้ชิด

2. ETF ProShares Ultra Bloomberg Crude Oil (UCO)

เป็น ETF ที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามราคาน้ำมันดิบ ซึ่งมีดัชนีอ้างอิง คือ Bloomberg WTI Crude Oil Sub index โดย UCO ซื้อขายอยู่ในตลาด NYSE เช่นเดียวกับ USO และสามารถเริ่มลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 1 หุ้นเช่นกัน

จุดเด่นของ UCO คือ การมีอัตราทด (leverage) อยู่ที่ 2 เท่า หมายถึง ถ้าดัชนีน้ำมันอ้างอิงขึ้น 1% UCO จะขึ้น 2% หมาะกับนักลงทุนที่ชอบเก็งกำไร หรือขาซิ่ง ที่รับความเสี่ยงได้มาก โดย UCO มีมูลค่าซื้อขายสูง ทำให้นักลงทุนสามารถเปิดและปิดสถานะได้ง่าย ในต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำ

3. SAMSUNG S&P GSCI Crude Oil (3175)

เป็น ETF น้ำมันที่มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงที่สุดที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ออกโดย Samsung Asset management ซึ่งเป็น บลจ. สัญชาติเกาหลี โดย ETF มีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามราคาน้ำมันดิบ ด้วยการเข้าไปลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมัน WTI โดยนักลงทุนสามารถเริ่มลงทุน 3175 ขั้นต่ำได้ตั้งแต่ที่ 200 หุ้นขึ้นไป ดังนั้นการลงทุน ETF ในตลาดหุ้นฮ่องกงจะเหมาะกับนักลงทุนที่อยากติดตามราคา Real Time เอง เนื่องจากมีเวลาการเปิดและปิดตลาดใกล้เคียงกับไทย สัปดาห์หน้า เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก รอติดตามกัน!!

มาเปิดบัญชีลงทุนหุ้นต่างประเทศ กับ BLS Global Investing กันเถอะ!!
สอบถามเพิ่มเติม 02-618-1111

OpenGL

หรือสนใจเปิดบัญชีหุ้นออนไลน์ กับ หลักทรัพย์บัวหลวง ได้ที่…

ติดตามความรู้ทางด้านการลงทุนดีๆ กับพวกเรา

Facebook youtube twitter

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น