“เฮียฮ้อ” เล่าเรื่อง “อาร์เอส”

“วันนี้ “อาร์เอส” ไม่ใช่ “ธุรกิจสื่อ” แต่เป็น “ธุรกิจพาณิชย์ที่มีสื่อในมือเป็นของตัวเอง เราแตกต่างจากคนอื่นชัดเจน”  เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)  หรือ RS ยืนยันตัวตนภายในงาน BLS Media DAY ของหลักทรัพย์บัวหลวง

เฮียฮ้อ เล่าว่า หลังอาร์เอสเข้าสู่ธุรกิจขายตรง ภายใต้ชื่อ “Life Star BIZ” (ไลฟ์สตาร์ บิส) เมื่อต้นปี 2561 เพื่อเปิดโอกาสให้นักขายทั่วประเทศมาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า Lifestar ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รายได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสได้” ทำให้อาร์เอสรับรู้ว่า ทางไหนจะทำให้กลับมา “ชนะ”

เพราะนับตั้งแต่บริษัทหันหน้าเข้าสู่ “ธุรกิจสุขภาพและความงาม” โดยดำเนินการผ่านบริษัทย่อย ภายใต้ชื่อ บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด (Lifestar) เมื่อปี 2558 นอกจากวันนี้เราจะมีจำนวนลูกค้าบน database” ทะลุ 1 ล้านคน” (เฉลี่ยลูกค้าใหม่เดือนละ 3 หมื่นราย) ยังมีจำนวนสินค้ามากถึง 100 SKU ซึ่งสินค้าของเรามีอัตราการซื้อซ้ำเฉลี่ย 25% และมีจำนวน Call Center แล้ว 500 ที่นั่ง

“หลักการทำธุรกิจขายตรงของอาร์เอส คือ ใช้บุคลากร ผลิตภัณฑ์ และสื่อที่มีอยู่ในมือ บวกกับความน่าเชื่อถือ มาสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

 ปี 2562 อาร์เอสจะทำอะไร….

เฮียฮ้อ ยกหน้าที่ตอบคำถามให้ คุณดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เขาแจกแจงว่า ในฝั่งของธุรกิจหลัก “ธุกิจสุขภาพความงามและพาณิชย์” (Multi-platform Commerce หรือ MPC) ที่มีสัดส่วนรายได้เฉลี่ย  65% เราวางแผนจะพัฒนาช่องทางออนไลน์ให้เป็น Community เพื่อสื่อสารสินค้าโดยตรงถึงผู้บริโภค ด้วยกลยุทธ์เปลี่ยนผู้ชม ผู้ฟัง และแฟนคลับเป็น “ผู้ซื้อ” ด้วยการสร้าง Group Line ตามกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น Line @shop1781, Line @Home1781 และ Line @COOLanything  เป็นต้น

ขณะเดียวกันยังคงมองหาช่องทางการเติบโตบนแพลตฟอร์มใหม่ๆ เช่น จับมือกับพันธมิตร หรือทำ M&A เพื่อเชื่อมสินค้าตรงถึงผู้บริโภค ยกตัวอย่างให้พอเห็นภาพง่ายๆ อาจเห็นเจ้าของสินค้ายักษ์ใหญ่นำผลิตภัณฑ์มาโปรโมทผ่านสื่อต่างๆของอาร์เอส อาทิ ช่อง 8, ช่อง 2, ช่อง สบายดี ทีวี และ Group Line เป็นต้น

นอกจากนั้นยังเตรียมจะเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์อีกประมาณ 100 SKU เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง และวางเป้าหมายจะมีลูกค้าทั้งสิ้น 1.5-2 ล้านราย (ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5 หมื่นรายต่อเดือน) ขณะเดียวกันยังมีแผนจะเพิ่มจำนวน CALL CENTER อีกด้วย

 “วันนี้เจ้าของสินค้าขนาดใหญ่มีวิธีโปรโมทสินค้าเปลี่ยนไป หลายรายไม่เน้นโปรโมทตามห้างสรรพสินค้าเหมือนก่อน แต่จะหันมาโฆษณาสินค้าผ่านสื่อต่างๆ เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง”

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เล่าว่า อาร์เอสเริ่มต้นทำธุรกิจ MPC  ในปี 2558 ปัจจุบันอยู่ในช่วงปลายเฟสแรกที่ทำมาแล้ว 3-4 ปี หน้าที่หลักของเฟสแรก คือ สะสมลูกค้า และในช่วงปลายปี 2562 จะเข้าสู่ช่วงเฟสสอง คาดว่าจะใช้เวลากับเฟสสองประมาณ 2 ปี

หน้าที่หลักของเฟสสอง คือ เน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์ และหันไปขายสินค้าในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกลุ่มประเทศ CLMV เพราะประเทศพม่า, สปป.ลาว และกัมพูชา สนใจสินค้าของเรามากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเฟส 3 จะเน้นเรื่องอะไร เมื่อวันนั้นมาถึงจะเล่าให้ฟังอีกครั้ง… วันนี้บอกได้เพียงว่า  ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า รายได้จากธุรกิจ MPC ต้องอยู่ระดับ 70% ที่เหลือ 30% เป็นรายได้จากธุรกิจสื่อ

ที่ผ่านมา “เฮียฮ้อ” เริ่มเจรจากับพันธมิตรประเทศพม่าแล้ว แต่ยังอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยเท่านั้น  วิธีการออกไปนอกบ้านคงทำงานร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นเป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ เบื้องต้นคาดว่า ในปี 2563 อาจเห็นยอดขายต่างประเทศเฉลี่ย 3-5%

IMG_0734

“คุณสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)”

อย่าขายของตามใจฉัน…

คุณดามพ์ เล่าว่า วันนี้ผู้บริโภคเสพสื่อทุกช่องทาง บางคนเห็นสินค้าผ่านสื่อทีวี แต่สั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ บางคนเห็นสินค้าผ่านโซเชียล แต่สั่งซื้อผ่านระบบ Call Center เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคมีความหลากหลาย หน้าที่ของเรา คือ ต้องเสิร์ฟการขายให้ได้ทุกช่องทาง แต่ในปีหน้าอาจเน้นหนักไปทางสื่อออนไลน์ ปัจจุบันอาร์เอสจำหน่ายสินค้าผ่านสื่อ 90% ออนไลน์ 8% ร้านค้าปลีก 1% และขายตรงภายใต้แบรนด์ Lifestar BIZ 1%

คนอาร์เอส ถูกฝัง DNA มาตลอดว่า ต้องหัดอ่านพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ออก ต้องทำงานด้วยความยืดหยุ่น ต้องทำงานจากมุมมองของผู้บริโภคเป็นหลัก อย่าขายในมุมของตัวเองเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมาอาร์เอสปรับตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราได้เปรียบคนอื่น

“แม้อุตสาหกรรมความงามจะได้รับผลกระทบชั่วคราว จากข่าวตรวจพบสินค้าปลอมปนสารต้องห้ามและการปราบปรามผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามที่ผิดกฎหมายในช่วงที่ผ่านมา แต่อย่างน้อยเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ช่วยล้างคนทำผิดกฎหมาย ทำให้อุตสาหกรรมสะอาดขึ้น ในช่วงนั้นอาร์เอสพยายามฝังแบรนด์ให้คนรู้จักให้มากที่สุด ผ่านการทำประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันก็ใช้ได้ผล” คุณดามพ์ ทิ้งท้ายบทสนทนา

สัปดาห์หน้า เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก รอติดตามนะคะ….

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น