PLAT ไม่หยุดขยายอาณาจักร

“เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์” ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือที่นักลงทุนคุ้นเคยกันในชื่อ PLAT นอกจากจะเป็นศูนย์แฟชั่นค้าส่งชั้นนำของเมืองไทย ยังเป็นแหล่งผลิต “เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กอายุน้อยร้อยล้าน” ด้วย หลายคนร่ำรวยจากการค้าขายสินค้า ภายในศูนย์ค้าส่งย่านประตูน้ำแห่งนี้…

คุณสมชาย วรุณพันธุลักษณ์ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสูงสุดสายงานการเงินและบัญชี บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PLAT เล่าให้ฟังว่า ใครจะเข้ามาขายสินค้าในศูนย์ค้าส่งแห่งนี้ ไม่ใช่ว่าจะเข้ามากันได้ง่ายๆ  เราค่อนข้างเข้มงวดในการคัดคุณภาพของสินค้า เพราะเราเชื่อว่า ถ้าคุณภาพสินค้าดี บวกกับวิถีการขายของพ่อค้าแม่ค้าที่เปลี่ยนแปลงไปจะทำให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จในอาชีพนักขายได้ไม่ยาก ที่ผ่านมาก็มีหลายต่อหลายคน ร่ำรวยจากการค้าขายในศูนย์แฟชั่นค้าส่งแห่งนี้

วันนี้เราเห็นผู้ประกอบการหลายรายผันตัวจาก OEM มาเป็นคนออกแบบ ตัดเย็บ และขายเอง ทำให้สินค้ามีความพรีเมี่ยมมากขึ้น และเป็นที่ชื่นชอบของทั้งนักช้อปชาวไทย และต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่ม CLMV หลายคนมาเช็คอินซื้อสินค้าในศูนย์ของเราทุกครั้งที่มาเมืองไทย บางคนมาซื้อสินค้า เพื่อนำไปจำหน่ายต่อในประเทศของเขา ขายดีจนคุ้มค่าตั๋วบินมาเที่ยวเมืองไทย…

“เกือบทุกร้านจะเปลี่ยนคอลเลคชั่นใหม่ทุกวันพุธ และสินค้าในแต่ละสัปดาห์จะมีหน้าตาเปลี่ยนไป  นั่นคือ เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้ศูนย์แห่งนี้มีผู้คนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน”

ลูกค้าต่างชาติอันดับ 1 ของศูนย์แฟชั่นค้าส่งแห่งนี้  คือ….

นักท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย เพราะสถานฑูตอินโดนีเซียในประเทศไทยอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และแต่ละปีเรากับสถานทูตอินโดนีเซียจะร่วมกิจกรรมกันบ่อยครั้ง คนอินโดนีเซียจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้ามาเมืองไทยต้องมาซื้อของที่นี่!!!  เพราะเรามีสินค้ามุสลิมดีไซน์อยู่หลากหลายร้าน และมีร้านค้าให้เลือกช้อปมากกว่า 2,000 แห่ง คนอินโดนีเซียจะเรียกเราว่า “แพลทินุ่ม”

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ คงต้องยกเครดิตทั้งหมดให้ผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 4 ท่าน แต่ละท่านเก่งกันคนละด้าน อย่าง “คุณสุรชัย โชติจุฬางกูร” ท่านมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจเสื้อผ้า และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ “คุณ ปัญจพร โชติจุฬางกูร” มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการระดมทุน “คุณพิรุณ ลิมปิวิวัฒน์กุล” เก่งเรื่องเอ็นจิเนียริ่ง ส่วน “คุณชัชวาล พงษ์สุทธิมนัส” เรื่องดีไซน์ต้องยกนิ้วให้ท่าน ซึ่งทั้ง 4 ผู้ก่อตั้ง มีนโยบายการบริหารชัดเจนว่า

“เราเข้ามาทำธุรกิจ ไม่ได้เข้ามาเก็งกำไร และอยากเห็นคู่ค้าทุกคนเติบโตไปพร้อมๆ กับองค์กร”  คุณสมชาย ยืนยันนโยบายของผู้ก่อตั้งบริษัท

20181213152524 (1)

“คุณภาววิทย์ กลิ่นประทุม และ คุณสมชาย วรุณพันธุลักษณ์”

เดินแผนขยายอาณาจักร…..

คุณสมชาย ยืนยันหนักแน่นว่า เรายังคงมีความพยายามที่จะขยายอาณาจักรในย่านประตูน้ำต่อไป แม้ตอนนี้จะมีศูนย์แฟชั่นค้าส่ง  เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์  มีโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ มีศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ที่กำลังจะเปิดบริการในปี 2562 และมีรายได้ปีละเกือบ “ร้อยล้านบาท” จากตลาดกลางคืน เดอะ นีออน ไนท์ บาซาร์

แต่ตอนนี้ยังไม่มีที่ดินเปล่าบริเวณประตูน้ำอยู่ในมือ ฉะนั้นคงเน้นขยายตัวจากสินทรัพย์เดิมๆ เช่น ขยายโซนใหม่ในตลาดกลางคืนนีออน เป็นต้น หรือหากโอนเนอร์ให้สิทธิเราบริหารตลาดฝั่งตรงข้ามศูนย์แฟชั่นค้าส่ง หรือได้สิทธิบริหารตลาดเฉลิมลาภของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถ้าคุ้มค่าก็พร้อมทำ

ที่ผ่านมาเราไม่ปิดโอกาสตัวเองยังคงมองหาโอกาสในทำเลใหม่ๆต่อเนื่อง วันนี้เรามีเงินอยู่ในมือเยอะมาก และมีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำมาก เราอยากใช้เงิน แต่ก็ต้องเลือกทำในสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด และเป็นไปตามนโยบายของผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ IRR ที่ตั้งไว้เฉลี่ย 10-12%

“จุดเด่นของ PLAT คือ ไม่มีคู่แข่งโดยตรง จะบอกว่า เราเป็นศูนย์ค้าส่งรายเดียวใน กลุ่ม CIMV ก็ได้ เรื่องเดียวที่เรากลัวที่สุด คือ วิกฤตการเมือง”

มีสตอรี่ให้ติดตามไปถึงปี 2564

ผู้บริหาร PLAT เล่าว่า ตั้งแต่ปี 2562 ยาวไปถึง 2564 เรามีสตอรี่ใหม่ๆเกิดขึ้นทุกปี ไล่มาตั้งแต่ปี 2562 จะเริ่มรับรู้รายได้เต็มปี หลังเปิดบริการ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก อาคาร M1 และ  M2 พื้นที่รวม 28,000 ตารางเมตร ในวันที่ 14 ก.พ.2562 ฉะนั้นในปีหน้าอาจมีรายได้รวมขยายตัวประมาณ 30-40% จากเดิมที่รายได้รวมจะขยายตัวเฉลี่ย 10% ต่อปี

ในปี 2563 จะเริ่มรับรู้รายได้ในส่วนของอาคาร M3 พื้นที่รวม 6,700 ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 4,400 ล้านบาท ขณะเดียวกันในช่วงไตรมาส 3 ปี 2563 จะเปิดให้บริการโรงแรมบนริมหาดบ่อผุด เกาะสมุย จำนวน 2 อาคาร คือ Holiday Inn Resort Hotel จำนวน 127 ห้อง และ Holiday Inn Express Hotel จำนวน 202 ห้อง มูลค่าลงทุน 900 ล้านบาท

The Market Bangkok

“ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก”

ต่อมาในปี 2564 จะเปิดบริการโรงแรม 2 แห่ง ระดับ 3 ดาว บริหารโดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล คือ โรงแรม  ม็อกซี่ โฮเทล แบงคอก ราชประสงค์ มูลค่า 1,400 ล้านบาท และโรงแรมแฟร์ฟิลด์ บาย แมริออท แบงคอก ราชประสงค์มูลค่า 1,300 ล้านบาท  จำนวน 532 ห้อง (อาคาร M1) และ 434 ห้อง (อาคารM3) ตามลำดับ ขณะเดียวกันยังเปิดบริการอาคารสำนักงานให้เช่า เดอะ แพลทินัมทาวเวอร์ มูลค่า 1,900 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีรายได้หลักประมาณ 70% มาจากเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ อีก 20% และกว่า 13% มาจากรายได้ในส่วนของโรงแรม ศูนย์อาหาร และดอกผลที่เกิดจากการลงทุน ที่ผ่านมาผลประกอบการของเราเติบโตต่อเนื่อง

ไม่ซื้อหุ้นเราตอนนี้จะไปซื้อตอนไหน”...เขาทิ้งท้ายบทสนทนาให้คิดต่อ

สัปดาห์หน้า “เม่าจำไม By Bualuang Securities จะมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก รอติดตามนะคะ….

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น