“ไม่อยากเป็นหมอฟัน” แรงผลักสู่ “เจ้าของหุ้น D”

“ผมไม่ได้อยากเป็นหมอฟัน ที่ผ่านมาทำทุกอย่าง เพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเป็นหมอฟัน”

จบประโยคนี้ของ “ทันตแพทย์พรศักดิ์ ตันตาปกุล” เจ้าของ บมจ.เดนทัล คอร์ปอเรชั่น คนฟังอย่างเราๆ ก็คงอดสงสัยไม่ได้ว่า “แล้วมายึดอาชีพหมอฟันนานกว่า 20 ปีทำไม” คุณหมอนักธุรกิจ ตอบคำถามนี้ว่า….

“มันเกิดจากระบบการศึกษาของสังคมไทยในอดีต ลูกบ้านไหนสอบติดหมอจะเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมาก บ้านผมเองก็เช่นกัน ด้วยความที่เป็นลูกคนสุดท้อง จากจำนวนพี่น้อง 7 คน ของครอบครัวคนจีน พ่อแม่ย่อมคาดหวังเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อพี่ชายสอบไม่ติด ความหวังเดียวของบ้านจึงตกมาอยู่ที่น้องคนเล็ก สุดท้ายผมก็สอบติดคณะทันตกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทั้งที่ใจอยากเรียนวิศวกรรมโยธา”

คุณเชื่อไหม!!! วันแรกที่รู้ว่า สอบติดคณะทันตกรรม ผมน้ำตาตก แต่เมื่อไม่สามารถขัดใจผู้ให้กำเนิดได้ จึงตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่า “ในเมื่อไม่ชอบอาชีพหมอฟัน ต้องหาทางออกจากอาชีพนี้ให้ได้” เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จึงตัดสินใจบินไปเรียนต่อทันตกรรมเฉพาะทางด้านจัดฟัน ประเทศสหรัฐอเมริกาทันที หลังรับราชการในจังหวัดกระบี่ได้เพียง 2 ปี เหตุผลของการเลือกเรียนด้านจัดฟัน เพราะงานด้านนี้จะได้ใช้ศาสตร์เอ็นจิเนียริ่ง อย่างน้อยก็ได้ทำงานที่รักทางอ้อม

เมื่อเรียนจบเป็นช่วงจังหวะเดียวกับวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 จึงตัดสินใจไปศึกษาต่อประเทศอังกฤษ ก่อนจะเดินทางกลับเมืองไทย เพื่อชวนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ เปิดคลินิกหมอฟัน ภายใต้ชื่อ บางกอกเดนทัลโฮม ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เมื่อชื่อเสียงโด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงขยับขยายมาอยู่ย่านรัชดา และใช้ชื่อว่า ศูนย์ทันตกรรม BIDC….

สุดท้ายได้เป็นเจ้าของกิจการสมใจ เพราะทุกวันนี้ผมไม่ได้ทำหน้าที่หมอฟันแล้ว

“การผันตัวจากหมอฟันมาทำธุรกิจ ไม่ได้เข้ามาขุดทอง แต่อยากรักษาคนไข้ให้ดีที่สุด เพื่อที่เขาจะได้ทอนเงินกลับมาให้เราดำรงชีพ แค่นั้นก็กินไม่หมดแล้ว” คุณหมอพรศักดิ์ บอกเช่นนั้น

ศูนย์รวมนักลงทุนวีไอ!!!

กวาดตาดูรายชื่อผู้ถือหุ้น (ตัวเลข ณ วันที่ 3/10/2561) “เม่าจำไม By Bualuang Securities” พบนักลงทุนวีไอชื่อดังมากมาย อาทิ รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา, คุณคเชนทร์ เบญจกุล และ คุณอนุรักษ์ บุญแสวง” เจ้าของฉายา “โจ ลูกอีสาน”….หุ้น D มีอะไรดีกันนะ “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เดนทัล คอร์ปอเรชั่น” ตอบคำถามนี้ว่า….

“ผมมีเป้าหมายการทำงานชัดเจน เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงศูนย์ทันตกรรม หรือคลินิกทันตกรรม แต่ต้องการยกระดับสู่การเป็น “โรงพยาบาลทันตกรรมเอกชนเฉพาะทางแห่งแรกของเมืองไทย” ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นแล้วในเดือนเม.ย. ปี 2562 ที่สำคัญในแง่ของรายได้รวม ก็วางเป้าหมายชัดมาก ตั้งใจจะสร้างรายได้รวม จาก 650 ล้านบาท ในปี 2561 ไปสู่ 1,000 ล้านบาท ในปี 2562 และจะวิ่งไปสู่ 1,500 ล้านบาท และ 2,000 ล้านบาท ในปีต่อๆไป” คุณหมอยืนยันเป้าหมาย

เส้นทางการเติบโต…

เจ้าของหุ้น D เล่าต่อว่า ปัจจัยสนับสนุนรายได้รวม 2,000 ล้านบาท นอกจากจะเดินหน้าซื้อกิจการคลินิกทันตกรรม 3 แห่ง ในช่วงที่ผ่านมาแล้ว (ปรับโฉมใหม่ใช้แบรนด์ Dental Planet) เรายังแตกไลน์ไปสู่ “ธุรกิจวัสดุและอุปกรณ์ทันตกรรม” ด้วยการเทคโอเวอร์ธุรกิจต้นน้ำ บริษัท เด็นตัล วิชั่น จำกัด (DV) มูลค่าลงทุนกว่า 250 ล้านบาท ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ทางด้านทันตกรรม (บริษัทดังกล่าวนอกจากจะซัพพอร์ตงานทั้งกลุ่มแล้วยังช่วยลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญให้กับบริษัทด้วย)

นอกจากนั้นตั้งแต่เดือนเม.ย. 2562 บริษัทเตรียมเปิดบริการ โรงพยาบาลทันตกรรมกรุงเทพ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (BIDH) ย่านเพลินจิต มูลค่าลงทุนกว่า 450 ล้านบาท ซึ่งในปีแรกจะทำรายได้ให้บริษัทประมาณ 100 ล้านบาท และปีที่สองเป็นต้นไปจะทำเงินประมาณ 260 ล้านบาท ซึ่งเราจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะตั้งใจจะขยายสาขาอีก 3 แห่ง เน้นหัวเมืองท่องเที่ยวอย่าง จังหวัดเชียงใหม่ พัทยา และภูเก็ต หากไม่มีอะไรผิดพลาดปี 2562 อาจได้เห็นจังหวัดเชียงใหม่เป็นสาขาต่อไป

“เรื่องบุคลากรทางการแพทย์ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะโรงพยาบาลสาขาใหม่ๆ ของเราจะเน้นเปิดในจังหวัดที่มีคณะทันตแพทย์”

สำหรับการขยายสาขา ภายใต้แบรนด์ BIDC วันนี้เพียงพอแล้วที่ 1 สาขา เพราะชื่อติดหูลูกค้าต่างประเทศแล้ว ส่วนแบรนด์ เดนทัล ซิกเนเจอร์ ตอนนี้มี 4 สาขา จากนี้จะเน้นขยายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ส่วนแบรนด์ สไมล์ ซิกเนเจอร์ วันนี้มี 8 สาขา และจะเน้นขยายในห้างสรรพสินค้าระดับกลาง และในลักษณะ Stand Alone

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ (ออสเตรเลีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา) และคนไทย 50:50 ซึ่งแบรนด์ BIDC แข็งแรงมากในต่างประเทศ เพราะเปิดมาเป็นสิบปี สัดส่วนนี้เราตั้งใจให้มันเกิดขึ้น เพราะเมื่อก่อนเรามีลูกค้าต่างชาติมากถึง 70% แต่เมื่อเกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองลูกค้าต่างชาติก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

คุณหมอ เล่าต่อว่า วันนี้เรายังมองหาโอกาสทางธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการด้านแล็บทันตกรรมเพิ่มเติม แม้ปัจจุบันจะถือหุ้น 99.96% ในบริษัท เดนทัล ออล (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านแล็บทันตกรรมประดิษฐ์ที่ทำจากวัสดุประเภทเซรามิคแล้วก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันการให้บริการของบริษัทดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของทุกสาขา ส่วนรูปแบบอาจเทคโอเวอร์กิจการหรือทำเอง ตอนนี้อยู่ระหว่างศึกษา

“ในเมืองไทยไม่มีใครทำโรงพยาบาลทันตกรรมเอกชนเฉพาะทาง เราจะเป็นคนแรกของเมืองไทย ซึ่งการทำกิจการในรูปแบบนี้สร้างมาร์จิ้นได้สูงมาก เมื่อเทียบกับแบรนด์ BIDC, เดนทัล ซิกเนเจอร์ และ สไมล์ ซิกเนเจอร์ ที่ทำมาร์จิ้นได้เฉลี่ย 40% และ 35% ตามลำดับ เพราะการรักษาส่วนใหญ่มีแต่เรื่องยากๆ”

เจ้าของ บมจ.เดนทัล คอร์ปอเรชั่น ปิดท้ายบทสนทนาว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมการแพทย์มีการแข่งขันสูงมาก ทำให้คุณภาพลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในแง่ของราคา อุตสาหกรรมนี้แปลก ราคาถอยหลังลงเรื่อยๆ เห็นได้จากการจัดโปรโมทชั่น โดยเฉพาะการจัดฟัน ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ยึดอาชีพจัดฟันเป็นงานแรกเมื่อสำเร็จการศึกษา”

“วันนี้ในเมืองไทยยังไม่มีคู่แข่งรายไหนทำได้เหมือน บมจ.เดนทัล คอร์ปอเรชั่น ” คุณหมอนักธุรกิจ ยืนยันเช่นนั้น

 

20181017164948

คุณพรศักดิ์ ตันตาปกุล และ คุณภาววิทย์ กลิ่นประทุม

สัปดาห์หน้า เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะพาไปซอกแซกเรื่องลงทุน บุคคลน่าสนใจ หรือวาไรตี้สุดฮิปที่ไหน รอติดตาม รับรองเอ็กซ์คลูซีฟเวอร์

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

2 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

  1. สุขทิพย์ อภิวัฒน์อุดมคุณ

    เป็นประโยชน์มาก ๆ ค่ะ ทำให้ได้รู้จักธุรกิจและแนวทางการเติบโต รวมถึงแนวคิดของผู้บริหารได้มากขึ้นค่ะ

แสดงความคิดเห็น