หุ้น BGRIM ไปต่อด้วยสตอรี่อะไร

บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ กำลังจะเข้าสู่โหมด “ปีทอง” ในปี 2562 จริงหรือ ?  “เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะพาไปเช็คสุขภาพหุ้น BGRIM ผ่าน “คุณนพเดช กรรณสูต” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ ที่มายืนยันแผนงานทุกซอกทุกมุมในงาน BGRIM  Roadshow@Bualuang  ไปติดตามอ่านกันค่ะ…

แผนระยะยาวท้าทายแต่ไม่ใช่เรื่องยาก

1080-x-1080-FB-Event-1

คุณนพเดช กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ยืนยันแผนธุรกิจ 5 ปีข้างหน้า (ปี 2561-2565) กับ “เม่าจำไม By Bualuang Securities” ว่า แม้วันนี้จะมีกำลังการผลิตรวมอยู่ในมือ 3,126 เมกะวัตต์ (บริษัทถือหุ้นอยู่ 2,112 เมกะวัตต์) แต่เชื่อเถอะว่า เป้าหมายกำลังการผลิตรวม 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565 หรือเติบโตประมาณ 53% เราทำได้แน่นอน ส่วนจะถือหุ้นในสัดส่วนเท่าไหร่ จากเป้าหมายนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา

“แม้จะเป็นโจทย์ท้าทาย แต่ไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับองค์กรอายุ 140 ปี”

ที่ไหนมีโอกาสพร้อมเข้าไปลุย!!! รองเอ็มดี ยืนยันหนักแน่น จากการกวาดตาอย่างรอบคอบพบว่า ภูมิภาคอาเซียนยังมีความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่อีกมาก โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม หลังตัวเลขจีดีพีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นทุกปี และอีก 5 ปีข้างหน้า ก็จะเพิ่มขึ้นอีก 6-7% ประเทศสปป.ลาว ประเทศมาเลเซีย และประเทศฟิลิปปินส์เองก็เช่นกัน หรือแม้แต่แถบเอเชียตอนบนอย่างประเทศเกาหลีหรือประเทศไต้หวัน เนื่องจากสองประเทศนี้ เริ่มหันมาให้ความสนใจพลังงานทดแทนมากขึ้น

ตอนนี้เรากำลังศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอยู่ประมาณ 3-6 โครงการ ทั้งในแถบอาเซียน และเอเซียตอนบน อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ประเทศสปป.ลาว โรงไฟฟ้าพลังงานลม ประเทศไต้หวัน และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานลม ประเทศเกาหลี เป็นต้น สำหรับรูปแบบการลงทุนอาจเป็นไปได้ทั้งในรูปของกรีนฟิลด์ หรือซื้อกิจการ หากไม่มีอะไรผิดพลาดภายในปี 2562 อาจได้เห็นโครงการใหม่ๆ นอกเหนือจากแผนที่เคยบอกไว้ตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น

เราสนใจลงทุนในเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก เพราะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ IRR ได้สูงเฉลี่ย 18-25% รวมถึงพลังงานทดแทนที่สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ย 18-20% อาทิ พลังน้ำ และกังหันลม ซึ่งสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 15-28% และ 18-20% ตามลำดับ เป็นต้น

“ในวันที่ภาครัฐยังไม่เปิดประมูลโครงการใหม่ๆ เราจำเป็นต้องออกไปเติบโตนอกบ้าน แต่ถ้ารัฐเปิดประมูลเมื่อไหร่ก็พร้อมเข้าร่วมประมูล” “คุณนพเดช” ยืนยันหนักแน่น

รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฉายภาพแผนธุรกิจในปี 2561-2565 ว่า ในปี 2561 บริษัทจะมีกำลังการผลิตรวม 2,091 เมกะวัตต์ (บริษัทถือหุ้น 1,228 เมกะวัตต์) โดยจะมีการจ่ายไฟฟ้าเพิ่มเติมจากโครงการโซลาร์ราชการ กำลังการผลิต 31 เมกะวัตต์ และโครงการน้ำแจ 1 (นิคมอุตสาหกรรมราชบุรี) กำลังการผลิต 15 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้รายได้รวมในปี 2561 เติบโตประมาณ 13-15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่รายได้รวมขยายตัว 13%

ส่วนในปี 2562 ในแง่ของรายได้รวมอาจขยายตัว 15-20% เนื่องจากจะมีกำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2,773 เมกะวัตต์ (บริษัทถือหุ้น 1,727 เมกะวัตต์) หลังเตรียมเดินเครื่องผลิตโครงการก๊าซธรรมชาติ ABP1Extension กำลังการผลิต 166 เมกะวัตต์  โครงการ Interchem กำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่ง ประเทศเวียดนาม กำลังการผลิต 420 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิต 257 เมกะวัตต์ ตามลำดับ ซึ่งบริษัทถือหุ้น 55% และ 80% ตามลำดับ (โรงไฟฟ้าในเวียดนามจะเริ่มเปิดดำเนินการในวันที่ 30 มิ.ย. 62)

มองข้ามไปปี 2563 เราจะมีกำลังการผลิตในมือเพิ่มเป็น 2,817 เมกะวัตต์ (บริษัทถือหุ้น 1,762 เมกะวัตต์) หลังจะเดินเครื่องผลิตโครงการ BO Thong 1&2 และโครงการ Nam Khao Phase1 กำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ และ 28 เมกะวัตต์ ตามลำดับ

ขณะที่ปี 2564-2565 BGRIM จะมีกำลังการผลิตรวมระดับ 3,126 เมกะวัตต์ (บริษัทถือหุ้น 2,052 เมกะวัตต์ และ2,112 เมกะวัตต์ ตามลำดับ) โดยจะมีการจ่ายไฟฟ้าเข้ามาเพิ่มเติมจากโครงการ BGPR1 & BGPR2 โครงการ Tadsakoi โครงการ Nam Khao Phase2 โครงการ ABP2  Extension และโครงากร BPLC1  Extension

“เรื่องเงินลงทุนไม่ต้องเป็นห่วง แม้ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ต้องใช้เงินลงทุน 55,000 ล้านบาท เพราะเราเตรียมแหล่งเงินลงทุนไว้พร้อมหมดแล้ว ส่วนใหญ่มาจากแหล่งเงินกู้และเงินทุน

“5 จุดเด่น” หุ้น BGRIM

1080-x-1080-FB-Event-2

คุณนพเดช พูดถึง จุดเด่นขององค์กรแห่งนี้ว่า นอกจาก BGRIM จะเป็นบริษัทในกลุ่มบี.กริม ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 140 ปี และมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานจนเป็นที่รู้จักและยอมรับในอุตสาหกรรมแล้ว ทีมงานยังมีความเชี่ยวชาญ มีทักษะ และความรู้เชิงปฏิบัติการ ส่งผลให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญยังมีรูปแบบการลงทุนหลากหลายประเภท  ไม่ว่าจะเป็นแบบกรีนฟิลด์ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 18-25% และการเข้าซื้อกิจการที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10-12% นอกจากนั้นที่ตั้งโครงการยังอยู่ในยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม เพราะมีทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าและแหล่งวัตถุดิบ สุดท้ายคือ มีกระแสเงินสดเพียงต่อการลงทุน ซึ่งแต่ละปีจะมีเงินทุนอยู่ในมือหลักหมื่นล้านบาท

BLS ประเมินฐานะ BGRIM ปี 61-62   

1080-x-1080-FB-Event-3

ติดตามอ่านบทวิเคราะห์หุ้น BGRIM ฉบับเต็ม คลิกที่นี่

สัปดาห์หน้า เม่าจำไม By Bualuang Securities จะพาไปซอกแซกเรื่องลงทุน หรือบุคคลน่าสนใจที่ไหน รอติดตาม รับรองเอ็กซ์คลูซีฟเหมือนเดิม…

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

1 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

  1. Anonymous

    บอกภาพรวม แต่ไม่มีรายละเอียด เป้าหมายต้องคอยติดตาม

แสดงความคิดเห็น