AAV ปรับโครงสร้างบริษัท นำ Thai AirAsia (TAA) เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ทั่วโลกที่ยังคงรุนแรงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2019 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในธุรกิจของสายการบิน หนึ่งในธุรกิจของสายการบินที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือ สายการบิน Thai AirAsia (TAA) ซึ่งโครงสร้างการถือหุ้นก่อนหน้าของ TAA นั้นแบ่งเป็น บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV อยู่ 55.00% และ AirAsia Group BHD อยู่ 45.00%

โดยผลกระทบที่ได้รับครั้งนี้จากการแพร่ระบาด COVID-19 รอบใหญ่กินเวลานาน แล้วทางบริษัทฯ ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก Soft Loan จากภาครัฐที่ชัดเจน รวมทั้งยังมีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดการไถ่ถอน รวมทั้งยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับสูง ผลกระทบเหล่านี้ จึงนำไปสู่การปรับโครงสร้างบริษัท เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับ Thai AirAsia (TAA) ซึ่งดำเนินธุรกิจสายการบินในประเทศไทย …โดยจะทำการ Delist AAV และ List TAA หรือเข้าใจง่ายๆ ก็คือ จะทำการเพิ่มทุน Thai AirAsia (TAA) และนำเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนที่ AAV

แผนการปรับโครงสร้างของ TAA จะเป็นอย่างไร ?

  • แตกพาร์หุ้น TAA จากเดิม 10.00 บาท เป็น 0.50 บาท
  • ออกหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bond) ให้แก่ “นักลงทุนใหม่” จำนวน 3,150.00 ล้านบาท โดยหุ้นกู้แปลงสภาพนี้ สามารถได้รับสิทธิ์แปลงเป็นหุ้นสามัญ TAA ที่ราคา 20.3925 บาท
  • การแปลงหนี้สิน 3,900.00 ล้านบาท ให้เป็นส่วนทุน ซึ่ง AAGB เป็นเจ้าหนี้มาเป็นหุ้น TAA ที่ราคา 20.3925 บาท
  • การโอนหุ้นที่ AAV ถือทั้งหมดใน TAA ในสัดส่วน 55.00% แก่ผู้ถือหุ้นในปัจจุบันของ AAV ตามสัดส่วนการถือหุ้นในปัจจุบัน (อัตราการคืนหุ้น 1 หุ้น AAV ต่อ 0.098785 หุ้น TAA)

หลังจากการปรับโครงสร้างของ TAA แล้ว สัดส่วนต่างๆ จะเปลี่ยนไปตามตารางด้านล่าง…

TAA1

ที่มา : บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ณ วันที่ 28-29 เมษายน 2564

การออกหุ้นใหม่ ไม่เกิน 135.20 ล้านหุ้น มูลค่า 2,757.00 ล้านบาท (135.20 X 20.3925)

  • การให้สิทธิ์ในการซื้อหุ้น TAA แก่ผู้ถือหุ้นเดิม AAV แบบ Pre-emptive right ไม่เกิน 68.32 ล้านหุ้น (5.10%) ที่ราคา 20.3925 บาทต่อหุ้น ( ผู้ถือหุ้นเดิม AAV 1 หุ้น จะได้รับสิทธิ์ในการซื้อ TAA 0.0141 หุ้น)
  • การให้สิทธิ์ในการซื้อหุ้น TAA แก่ AirAsia Group BHD จำนวนไม่เกิน 25.17 ล้านหุ้น (1.90%) ที่ราคา 20.3925 บาทต่อหุ้น
  • การเสนอขายหุ้น TAA เป็นครั้งแรก (IPO) ให้แก่นักลงทุนในประเทศไทย จำนวนไม่เกิน 41.68 ล้านหุ้น ที่ราคา 20.3925 บาท
  • การเสนอขายหุ้นต่อคณะกรรมการ (ESOP) ให้แก่ คุณธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ จำนวนไม่เกิน 45.00 ล้านหุ้น ที่ราคา 20.3925 บาทต่อหุ้น

หลังจากการปรับโครงสร้าง TAA จะดีหรือร้าย ?

คาดการณ์ว่าการปรับโครงสร้างจะส่งผลให้จำนวนหุ้น TAA เพิ่มขึ้น และกระแสเงินสดสุทธิ หรือ ส่วนของผู้ถือหุ้นสุทธิ จะเพิ่มขึ้น 10,725.00 ล้านบาท โดยอยู่ในรูปแบบของเงินสดที่เพิ่มขึ้น 6,800.00 ล้านบาท และอยู่ในรูปของหนี้สินที่ลดลง 3,900.00 ล้านบาท ในขณะที่จำนวนของหุ้นของ TAA จะเพิ่มขึ้น 60.40% ดังนั้นผู้ถือหุ้น AAV ในปัจจุบันจะสูญเสียมูลค่าสินทรัพย์เพียงประมาณ 9.30% เพื่อแลกกับสภาพคล่องของ TAA ที่ดีขึ้น และมีเงินสดที่มากพอที่จะดำเนินธุรกิจอีก 2 – 3 ปี และมีแนวโน้มกำไรในอนาคตที่ดีขึ้น

aav1

มุมมองการลงทุนจาก BLS Research 

การปรับโครงสร้างดังกล่าวมีความจำเป็นต่อบริษัทฯ เพื่อรับมือวิกฤติ COVID-19 ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ การแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของบริษัท และการเตรียมความพร้อมสู่การเปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศ (คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในระหว่าง 1Q22 – 2Q22) รวมทั้งเป็นทางเลือกที่น่าจะส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อผู้ถือหุ้น ทุกภาคส่วน ซึ่งเงินทุนที่ได้รับจากการปรับโครงสร้างฯ จะเพียงพอ ต่อการดำเนินงานในอีก 2-3 ปีต่อจากนี้ (หากมีการบินในประเทศตามปกติ)

BLS Research ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการปรับโครงสร้างฯ และยังเชื่อมั่นในภาพ การฟื้นตัวของบริษัทหลังผ่านพ้นวิกฤติ COVID-19 โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ต่อ AAV ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2021 ที่ 3.40 บาท

ที่มา : บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ณ วันที่ 28-29 เมษายน 2564

ติดตามได้ที่บทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ที่ Bualuang Research

ad-1

สนใจอ่านบทวิเคราะห์แบบจัดเต็ม ทั้งวิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นรายวัน/สัปดาห์, วิเคราะห์กลุ่มอุตสาหกรรม/หุ้นรายตัว

ติดตามความรู้ทางด้านการลงทุนดีๆ กับพวกเราได้ที่…

Facebook_Logo_(2019) youtube-icon-logo-05A29977FC-seeklogo.com tt

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่