ลงทุนอะไรดีใน “ยุคจีดีพีไทยเติบโตต่ำ”

ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวนและเต็มไปด้วยความเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเมืองไทยที่เติบโตค่อนข้างจำกัด หลังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ออกมาปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 63 อยู่ที่ 1.5-2.5% จากคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2.7-3.7% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอยูในระดับต่ำ แถมทั่วโลกยังต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เป็นต้น

ทั้งนี้หากลองเปรียบเทียบ “ตัวเลขจีดีพีไทย” กับ “ตัวเลขจีดีพีเวียดนาม” จะเห็นว่า เวียดนามขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ล่าสุดทางการเวียดนามได้ออกมาคาดการณ์ว่า ปี 63 เศรษฐกิจจะโตที่ระดับ 6.4% ดังนั้นในเวลานี้การกระจายการลงทุนบางส่วนไปในเวียดนาม ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

GDPthai

ที่มา : General Statistics Office Of Vietnam, ธนาคารแห่งประเทศไทย

“5 ปัจจัยบวก” หนุนการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนาม

1. เศรษฐกิจเวียดนามมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 6-7% เทียบกับไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ หนุนโดยภาคอุตสาหกรรม, ภาคการผลิตที่เติบโตโดดเด่น รับอานิสงส์ค่าแรงระดับต่ำ 180 บาทต่อวัน และภาคการบริโภคที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับรายงานการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของ Moody’s ที่คงอันดับความน่าเชื่อถือเวียดนามระดับ Ba3 ขณะที่ Fitch Ratings และ S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือเวียดนามระดับ BB (จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลก ทำให้ Moody’s ปรับลดคาดการณ์จีดีพีเวียดนาม จาก 6.5% เป็น 6.4% ซึ่งเป็นการปรับลดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น)

2. ยอดส่งออกเวียดนามในปี 63 อาจขยายตัวต่อเนื่องจากปี 62 ที่เติบโตมากถึง 8.4% แซงหน้าส่งออกของไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ขณะเดียวกันในอนาคตเวียดนามมีแนวโน้มจะเป็นผู้นำส่งออกในตลาดยุโรป หลังรัฐสภาสหภาพยุโรป (อียู) อนุมัติข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับเวียดนาม ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อการส่งออกสิ่งทอ รองเท้า และเฟอร์นิเจอร์ไม้ของเวียดนามไปยังยุโรป โดยข้อตกลงดังกล่าวจะยกเลิกการจัดเก็บภาษีสินค้าประมาณ 99% ที่มีการส่งออก เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนก.ค.นี้

3. เม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติหน้าใหม่มีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเวียดนามมากขึ้น เพราะรัฐบาลเวียดนามเตรียมเสนอร่างกฎหมายพัฒนาตลาดทุน เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนต่างชาติ และรองรับการ Upgrade เป็น “ตลาดเกิดใหม่” (Secondary Emerging market) ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เช่นการปรับ foreign limit เป็น 100% และการออก NVDR เป็นต้น

4. รัฐบาลเวียดนามเตรียมพัฒนาประเทศต่อเนื่อง ด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก รองรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ ปี 64 คาดว่าจะใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ  6.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน

5. การเมืองมีเสถียรภาพ แม้ภายในปี 63 จะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่ด้วยระบบการเมืองที่มีความคล้ายคลึงกับประเทศจีนจึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

 DR “E1VFVN3001” อีกหนึ่งทางเลือกการลงทุน

“ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ” (Depositary Receipt) หรือ DR ที่มีหลักทรัพย์ที่รับฝากเป็นกองทุนรวม ETF ที่อ้างอิงกับดัชนี VN30 Index สะท้อนหุ้นชั้นนำ 30 บริษัทของตลาดหุ้นเวียดนาม และเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม บริหารจัดการ โดย Viet Fund Management  หรือ VFM

โดยหลักทรัพย์บัวหลวงเป็นผู้ออก DR เจ้าแรกของไทย ใช้สัญลักษณ์ว่า “E1VFVN3001” ที่เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 61 ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนในหุ้น หรือ ETF ต่างประเทศที่ไม่ต้องการความยุ่งยาก จากการไปลงทุนตรงในต่างประเทศ และต้องการลงทุนระยะกลาง-ยาว มากกว่าการซื้อรายวัน

ปัจจุบัน  DR “E1VFVN3001” ได้รับความสนใจลงทุนจากนักลงทุนอย่างมาก เห็นได้จากมูลค่าตลาด (Market Cap) ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากกว่า 600  ล้านบาท มาอยู่ระดับเฉลี่ย 1,382.95 ล้านบาท (ตัวเลข ณ วันที่ 3 มี.ค. 63) โดยดัชนี VN30 ของตลาดหุ้นเวียดนามในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทนสูงถึง 26.88% สวนทางตลาดหุ้นไทยที่ให้ผลตอบแทน -12.13%

สนใจลงทุน DR “E1VFVN3001สามารถซื้อขายได้ง่ายๆ ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีอยู่กับแต่ละบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการอยู่แล้ว ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bualuang.co.th/dr หรือ 0-2 618-1111

เริ่มต้นลงทุนกับหลักทรัพย์บัวหลวง

ติดตามความรู้ทางด้านการลงทุนดีๆ กับพวกเราได้ที่…

Facebook_Logo_(2019) youtube-icon-logo-05A29977FC-seeklogo.com tt

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น