ประท้วงฮ่องกง…วิกฤตหรือโอกาส ?

 

HK

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทาง BLS Global Investing ได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “เจาะลึกเศรษฐกิจ พิชิตการลงทุน ตลาดหุ้นฮ่องกง” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้ช่วยคณบดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กูรูผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การเมือง กฎหมายจีนและฮ่องกง มาเจาะลึกถึงเหตุการณ์ประท้วงใหญ่ในฮ่องกง พร้อมเผยมุมมองต่อเศรษฐกิจฮ่องกงในอนาคต นอกจากนั้น คุณรัฐศรัณย์ ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย Global Investing บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ยังได้กล่าวถึงหุ้นฮ่องกงที่น่าสนใจลงทุนในตอนนี้ เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสอีกด้วย โดยในบทความนี้ ทาง BLS Global Investing จะมาสรุปและเล่าถึงประเด็นสำคัญจากงานสัมมนาครั้งนี้ให้ฟังกันค่ะ

ในช่วงแรก ดร.อาร์มได้กล่าวถึงสาเหตุการประท้วงในฮ่องกงว่า ชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดการประท้วงใหญ่นั้นมาจากคนฮ่องกงต้องการยกเลิกกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ความจริงแล้วสาเหตุที่ฝังรากลึกมานานซึ่งคนฮ่องกงต้องการอย่างแท้จริงนั้นคือ การเลือกตั้ง โดยรัฐบาลได้เคยสัญญาไว้เมื่อหลาย 10 ปีที่แล้วว่า “1 person 1 vote” แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น อีกทั้งปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมในฮ่องกงก็ยังเป็นปัญหาที่เรื้อรังสะสมมานาน และอีกสาเหตุหนึ่ง ก็คือคนฮ่องกงรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของจีนอีกต่อไป…

HK1

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4/09/2019) ทางรัฐบาลฮ่องกงได้มีการถอนกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว ซึ่งตลาดหุ้นฮ่องกงก็บวกทันทีราว 4% ซึ่งดร. อาร์ม กล่าวว่า การถอนกฏหมายนั้นช่วยบรรเทาความตึงเครียดไปได้เปราะหนึ่ง และมองว่าการประท้วงในฮ่องกงน่าจะเป็นเพียงแค่ระยะหนึ่งเท่านั้น เพราะยังไงสุดท้ายก็ต้องมีทางออกและยังกล่าวอีกว่าทางการจีนไม่น่าจะใช้ความรุนแรงทางทหารมาปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจฮ่องกง กล่าวถึง จุดเด่นของฮ่องกง 3 ข้อ คือ การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน ศูนย์กลางโลจิสติกส์ และ ศูนย์กลางการศึกษา โดยในด้านของโลจิสติกส์และการศึกษา บางเมืองที่ถือว่าทันสมัยในจีนสามารถทดแทนฮ่องกงได้ เช่น เซินเจิ้น ซึ่งอาจถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ แต่ในด้านของ “ศูนย์กลางทางการเงิน” นั้น ไม่สามารถมีใครมาแทนที่ฮ่องกงได้ เนื่องจากระบบกฏหมายของฮ่องกงเป็นสากล จึงเอื้อให้หลายบริษัทสบายใจที่จะจดทะเบียนในตลาดฮ่องกงมากกว่าจีน อีกจุดที่น่าสนใจของฮ่องกงในตอนนี้คือแผนการพัฒรา “Greater Bay Area” ซึ่งเป็นแผนสิ่งที่รัฐบาลจีนพยายามผลักดันให้ฮ่องกงเติบโตไปพร้อมๆ กับจีน ทั้งในการของการพัฒนาด้านเทคโนโลยี การเงิน การผลิตและการค้าขาย

GBA

หันกลับมาดูข้อมูลเศรษฐกิจฮ่องกงกันบ้างในช่วงเหตุการณ์ประท้วง

จะเห็นได้ว่า GDP ฮ่องกง Q2 ปี 62 ขยายตัวเพียง 0.6%YoY ซึ่งถือว่าต่ำกว่าคาด จากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และการประท้วงที่ยังยืดเยื้อ ขณะที่ตัวเลขค้าปลีกในเดือน มิ.ย. ลดลงถึง 6.7%YoY จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ถดถอย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฮ่องกงมีแผนจะกระตุ้นเศรษฐกิจ คิดเป็นเม็ดเงินถึง 2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ โดยได้ยกเว้นภาษีแก่กลุ่ม ร้านอาหาร และโรงแรมเป็นต้นเป็นเวลา 1 ปี แถมยังลดค่าเช่าสำหรับธุรกิจที่ดำเนินในพื้นที่ของภาครัฐ เพื่อส่งเสริมภาคท่องเที่ยวและค้าปลีก ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฮ่องกงหลังจากการประท้วง

…ในด้านของตลาดหุ้นฮ่องกง คุณรัฐศรัณย์ กล่าวว่าสัดส่วนรายได้ของบริษัทจดทะเบียนที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี HSI ส่วนใหญ่กว่า 80% มาจากนอกฮ่องกงและส่วนใหญ่แล้วมาจากจีนทั้งนั้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าประท้วงในฮ่องกงทำให้เกิดเพียงแค่ Sentiment เชิงลบในระยะสั้นเท่านั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทและเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงไม่เปลี่ยนแปลงHSIทั้งนี้คุณรัฐศรัณย์ ยังได้แนะนำหุ้น และ ETF ที่น่าสนใจลงทุนเพื่อพลิก “วิกฤต”  ให้เป็น “โอกาส” เพราะหากมองถึง Valuation ของดัชนี HSI นั้นตอนนี้ค่า PE อยู่เพียง 10 เท่า เท่านั้น! ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง รวมถึงมองว่า Downside ที่มีอยู่ตอนนี้ค่อนจำกัดและอาจเป็นจังหวะที่เข้าไปทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี งบดี ที่ราคานั้นปรับตัวย่อลงในระยะสั้นจากปัจจัยลบภายนอก

สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนหุ้นรายตัว ก็มีหุ้นฮ่องกงหลายตัวที่น่าสนใจ เช่น HKT Trust (6823) ประกอบธุรกิจโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง ก็มีความน่าสนใจเพราะราคาหุ้นยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเทียบกับดัชนี HSI ที่ปรับตัวลงมาตั้งแต่ช่วงที่มีการประท้วงเกิดขึ้น รวมถึงปันผลที่น่าสนใจที่สูงถึง 5% รวมถึงหุ้น Defensive อย่าง บริษัท Guangdong Investment (270) เป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าสนใจเนื่องจากประกอบธุรกิจหลายประเภท เช่น ธุรกิจบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐานและบริหารจัดการห้างสรรพสินค้า โรงแรมต่างๆ นอกจากนั้นยังมี BYD (1211) บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ให้กับรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สามารถเติบโตได้ล้อไปกับเทรนด์ Electric Vehicle ที่กำลังมาแรง หุ้นบริษัทสุดท้ายที่น่าจับตามองคือ Haidilao (6862) ผู้ประกอบธุรกิจสุกี้ชาบูในจีนก็เป็นกลุ่มหุ้นบริโภคที่เติบโตได้ดีเช่นกัน

…แต่สำหรับนักลงทุนหุ้นต่างประเทศมือใหม่ ก็มีทางเลือกลงทุนใน ETF ง่ายๆ ผ่าน “Tracker Fund of Hong Kong (2800)” ซึ่งเป็น ETF ที่น่าสนใจสร้างผลตอบแทนล้อไปกับดัชนี HSI โดยดัชนีประกอบไปด้วยหุ้นขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง 50 ตัว เช่น AIA, HSBC, PING AN เป็นต้น ทั้งนี้ ภายใต้เหตุการณ์รุนแรงเศรษฐกิจถดถอยในระยะสั้น ตลาดหุ้นก็ปรับตัวลงมาแรง ดังนั้นเราอาจเห็นโอกาสที่จะเข้าไปทยอยซื้อหุ้นฮ่องกงที่พื้นฐานดี ใน Valuation ที่ไม่แพงได้ อีกทั้งบริษัทส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง รายได้หลักก็มาจากธุรกิจในประเทศจีน ดังนั้นเหตุการประท้วงก็อาจไม่ได้มีผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทเหล่านี้ได้

หากท่านใดสนใจลงทุนหุ้นฮ่องกง กับ BLS Global Investing
สามารถเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศได้ง่ายๆ

สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวง

  • ดาวน์โหลดชุดเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ คลิกที่นี่
  • สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ยังไม่มีบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวง : ต้องดำเนินการเปิดบัญชีหุ้น พร้อมเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ

**เมื่อกรอกรายละเอียดแล้ว…กรุณาส่งเอกสารถึงผู้แนะนำการลงทุนของท่าน

หรือ ฝ่ายบัวหลวงอินเวสเมนท์สเตชั่น (1-7 อาคารซิลลิคเฮ้าส์ Unit 1A ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500)

สอบถามข้อมูลได้ที่ BLS Customer Service หรือ 02-618-1111

หรือ อ่านบทความเกี่ยวกับ BLS Global Investing… คลิกที่นี่

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น