ลงทุนอย่างไรในยุคโควิด19

มีมุมมองเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยอย่างไร หลังตั้งแต่ต้นปี 63 จนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในหุ้นไทยแล้วกว่า 160,000 ล้านบาท” แค่พิธีกรเปิดคำถามแรกมาก็น่าสนใจแล้ว!!! คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตอบคำถามนี้ว่า….

1. ไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกแย่ที่สุดในรอบเกือบ 100 ปี นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1930 หรือ “ยุค Great Depression” ซึ่งเป็นยุคที่ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ

2. ช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2008 ที่ว่าแย่ แต่เศรษฐกิจโลกก็ติดลบเพียง 0.1% เท่านั้น

3. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 63 จะหดตัว 3% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.3% และคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยูโรโซน และไทย จะหดตัว 5.9% 7.5% และ 6.7% ตามลำดับ

p1(1)

4. จีน ประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกปี 63 ติดลบ 6.8% จากเดิมโตกว่า 6% สหรัฐฯ ติดลบเกือบ 5% และยูโรโซนติดลบ 4%

p2(1)

5. เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 2 ปี 63 อาจออกมาเลวร้ายสุด คาดไทยอาจติดลบ 10% ถือเป็นครั้งแรก หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง

6. หุ้น”เป็นสินทรัพย์หลักที่ควรลงทุน แม้วันนี้หุ้นไทยจะเด้งมากว่า 30% หลังจำนวนผู้ติดเชื้อในไทยเริ่มลดลงเรื่อยๆ และนักลงทุนเชื่อมั่นในนโยบายการเงินการคลังของทั่วโลกที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง หลายเรื่องไม่เคยทำมาก่อน

7. สินทรัพย์น่าสนใจรองมาจากหุ้น คือ ทองคำ และตราสารหนี้

8. ธุรกิจได้ประโยชน์จากวิกฤตรอบนี้ คือ ค้าปลีก และเทคโนโลยี เป็นต้น แต่น่าเสียดายตลาดหุ้นไทยไม่ค่อยมีหุ้นเทคโนโลยี

9. ธุรกิจที่ควรหลีกเลี่ยงลงทุน คือ ท่องเที่ยว และการบิน

10. นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยงการลงทุน ด้วยการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ

สินทรัพย์อะไรอยู่รอดในวิกฤตรอบนี้ ?

คุณศิริพร สุวรรณการ นักวางแผนการเงิน CFP ตอบคำถามนี้ว่า…

1. พันธบัตรเป็นสินทรัพย์ที่อยู่รอดปลอดภัย ยังเป็นบวกได้ ในวิกฤตโควิด-19 โดยผลตอบแทนใกล้เคียงกับการถือเงินสดหรือลงทุนในทองคำ

2. พันธบัตรยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ควรมีติดพอร์ต แม้วิกฤตโควิด-19 จะคลี่คลาย เพราะตลาดตราสารหนี้และหุ้นกู้เอกชนยังคงต้องเผชิญหน้ากับข้อมูลเชิงลบต่อเนื่อง เช่น ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 และ 2 ปี 63 ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนทรุดตัวลง และข่าวการผิดนัดชำระหนี้ หรือการลดอันดับความน่าเชื่อถือ เป็นต้น

3. วิกฤตรอบนี้ ทำให้นักลงทุนที่ลงทุนพันธบัตรรัฐบาล อายุ 10 ปี ได้รับดอกเบี้ย 1.2% ต่ำมากๆ ส่วนนักลงทุนที่ลงทุนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ดอกเบี้ย 0.6% ต่ำเข้าไปอีก

4. หากย้อนดูตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ของไทย และสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับกว่า 2% และ 10-12% ตามลำดับ ไม่ขี้เหร่

5. วิกฤตรอบนี้เป็นปัจจัยชั่วคราว สินทรัพย์ต่างๆ ที่วันนี้ลงมาถูกมาก วันหนึ่งจะต้องกลับขึ้นไป พร้อมกันทั้งโลก

6. ผู้ลงทุนควรเริ่มดีไซน์รูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับตัวเองได้แล้ว

7. โดยการเริ่มใส่เงินลงทุนเข้าไปก่อน ไม้แรก แล้วติดตามสถานการณ์ต่างๆ

8. หากแนวโน้มดีให้ใส่เงินลงทุน ไม้สอง ไม้สาม ไม้สี่ ปิดท้ายด้วย ไม้ห้า

9. หากเหตุการณ์ต่างๆ มีแนวโน้มด้านลบ ผู้ลงทุนควรชะลอการลงทุน หรือถอยการลงทุนบางส่วน

10. หมั่นทบทวนการลงทุนตัวเองเสมอ ถ้ายังไม่ถึงเป้าหมาย อาจต้องลงทุนเพิ่มเติม เพื่อจะเกษียณอย่างมีความสุข

อ้างอิงภาพ : กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

ติดตามความรู้ทางด้านการลงทุนดีๆ กับพวกเราได้ที่…

Facebook_Logo_(2019) youtube-icon-logo-05A29977FC-seeklogo.com tt

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น