5 อันดับความเข้าใจผิด เกี่ยวกับกองทุนรวม (ตอนที่ 2)

capture-20161026-092941

อันดับ 2 Trigger Fund … รับประกันผลตอบแทน

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดของนักลงทุน ซึ่งอันดับ 2 และอันดับ 1 นั้นสูสีกันมาก เพราะมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่า กองทุนทริกเกอร์ (Trigger Fund) คือกองทุนที่รับประกันผลตอบแทน เช่น กองทุนทริกเกอร์ AAA 5 เดือน 5% คือกองทุนที่เมื่อลงทุนแล้ว จะได้ 5% ภายใน 5 เดือน ซึ่งคนละเรื่องกับความเป็นจริงเลยครับ เพราะแท้จริงแล้วกองทุนทริกเกอร์คือกองทุนที่ตั้งเงื่อนไขไว้ให้ว่า “ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ ถ้าราคากองทุนขึ้นไปถึงเป้าหมายหรือได้กำไรตามที่ตั้งเป้าไว้ กองทุนจะทำการขายเพื่อ take profit ให้ โดยที่นักลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนในช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้เลย” นั่นหมายความว่าถ้าระหว่างนั้นเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น นักลงทุนก็สามารถขาดทุนได้เช่นกัน และการขาดทุนนั้นจะเป็นการขาดทุนแบบไม่มีลิมิต คือลงได้เรื่อยๆตามสภาวะตลาดและขายไม่ได้แม้ว่าจะอยากขายเพื่อ cut loss แค่ไหนก็ตาม ฉะนั้นก่อนจะลงทุนอะไรก็ตาม “นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวน ก่อนตัดสินใจลงทุน” นะครับ

อันดับ 1 ราคา NAV. … ยิ่งน้อย ยิ่งดี

…และแล้วก็มาถึงอันดับ 1 ของความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกองทุนรวม คือเรื่องของราคา NAV. โดยนักลงทุนจะเข้าใจว่าการเลือกซื้อกองทุนนั้น จะต้องเลือกกองทุนที่มีราคา NAV. ต่ำๆ หรือถ้าเป็นกองทุน IPO ที่เปิดราคา 10 บาทได้ยิ่งดี หรือกองทุน A มีราคาตลาดที่ 15 บาท กับกองทุน B มีราคาตลาด 30 บาท นักลงทุนก็จะเลือกลงทุนในกองทุน A เนื่องจากมองว่าถูกกว่า และยังขึ้นไม่มาก (ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงทั้ง 2 กองทุนอาจจะลงทุนในสินทรัพย์ตัวเดียวกันเลยก็ได้) ตัวอย่างที่ผมยกมาให้ดูถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดได้บ่อยมากๆ และถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงครับ …ทำไมถึงผิด? เพราะว่าความจริงแล้ว  1.กองทุนเกือบทุกกองในประเทศไทย เวลาจดทะเบียนเริ่มทำการซื้อขายมักจะจดทะเบียนซื้อขายกันที่ราคาเริ่มต้น 10 บาทเท่ากัน ฉะนั้นจะเอาราคาตลาดในปัจจุบันมาเทียบกันไม่ได้แน่นอนครับ 2. การจะเปรียบเทียบความถูกแพงของกองทุนนั้น ไม่สามารถเทียบกันได้ในแง่ของราคาเลย (แม้กระทั่งหุ้นเองก็เทียบแบบนี้ไม่ได้)

ยกตัวอย่างเช่น กองทุน A และกองทุน B เป็นกองทุนเลียนแบบดัชนี SET 50 เหมือนกัน แต่กองทุน A เปิดกองมาแล้ว 10 ปี (โดยช่วง 10 ปี SET 50 ขึ้นมาราวๆ 50%) ในขณะที่กองทุน B เพิ่งเปิดมาได้ 1 ปี ทำให้ราคา NAV. ของกองทุน A สูงกว่ากองทุน B มาก ลูกค้าที่เข้าใจผิดอาจไปตัดสินใจซื้อกองทุน B ด้วยเข้าใจว่าราคาถูกกว่า ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วทั้ง 2 กองทุนไม่ได้แตกต่างกันเลย ฉะนั้นโดยสรุปแล้วเราไม่สามารถดูความถูกแพงของกองทุน จากราคา NAV. ได้ หรือจะให้ดีกว่านั้น “อย่าตัดสินใจเลือกกองทุนโดยใช้ราคา NAV. เป็นหลัก” แต่ควรจะพิจารณาจากความสามารถในการบริหารของผู้จัดการกองทุน ลักษณะสินทรัพย์ที่ลงทุน และค่าธรรมเนียม แบบนี้ถึงจะดีและเหมาะสมที่สุดครับ

จากความเข้าใจผิดทั้ง 5 อันดับ บางคนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นและคงไม่เป็นอะไรหากจะเข้าใจผิด แต่ผมมองว่า

“มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่เริ่มลงทุนนะ ไม่เพียงแค่กองทุนรวมเท่านั้น…แต่การลงทุนทุกรูปแบบเราควรศึกษาข้อมูล และทำความเข้าใจกับลักษณะการลงทุนนั้นๆ เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดี และมีความสุขกับการลงทุน”

5 อันดับความเข้าใจผิด เกี่ยวกับกองทุนรวม (ตอนที่ 1)

ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ CFP®

capture-20160226-093943

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น