5 อันดับความเข้าใจผิด เกี่ยวกับกองทุนรวม (ตอนที่ 1)

capture-20161006-141448

 

อันดับ 5 แยกไม่ออก ระหว่าง “บลจ.” กับ “บล.”

เริ่มต้นด้วยอันดับ 5 ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ บลจ. และ บล. ที่นักลงทุนหลายๆ คนยังคงสับสนกันอยู่บ่อยครั้งว่าทั้ง 2 แห่งนี้ ต่างกันอย่างไร? จนบางคนก็เข้าใจผิดว่าคือที่เดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริง บลจ. ก็คือคนที่ผลิตกองทุนหรือบริหารกองทุน จากนั้นก็ส่งกองทุนที่ผลิตไปให้ธนาคารหรือ บล. เป็นผู้ขาย ซึ่งทั้งธนาคาร (บางแห่ง) และ บล. นั้นสามารถขายกองทุนของ บลจ.หลาย ๆ แห่งได้ในที่เดียว นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไม บล.บัวหลวงหรือบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงถึงสามารถจำหน่ายกองทุนได้หลายแห่ง (ปัจจุบัน 16 บลจ.)

อันดับ 4 ถ้าบลจ. เจ๊ง! … เงินต้นจะหาย!!!

อันดับที่ 4 ที่นักลงทุนมักจะเข้าใจผิด คือเรื่องที่ว่า “ถ้าหาก บลจ. หรือผู้จัดการกองทุนที่บริหารกองทุนเกิดเจ๊ง … เงินต้นฉันจะสูญหายหมด” จริงๆแล้วไม่ใช่เลยครับ เพราะ 1.ในการจัดตั้งกองทุนกับ กลต. กองทุนนั้นจะต้องถูกจัดขึ้นในนามนิติบุคคล แยกออกจากสินทรัพย์ของ บลจ. ที่บริหารกันอย่างสิ้นเชิงครับ นั่นหมายความว่าแม้ “บลจ.จะเจ๊ง แต่เงินเราที่อยู่ในกองทุนก็ยังไม่ได้หายไปไหนแน่นอน” ซึ่ง 2. เงินลงทุนของเราที่อยู่ในกองทุนนั้นจะถูกโอนไปให้ “ผู้ดูแลผลประโยชน์” (ซึ่งก็คือธนาคารยักษ์ใหญ่หลาย ๆ แห่งในบ้านเรานั่นเอง) เป็นผู้ดำเนินการเรื่องกฎหมายและจัดหา บลจ.ใหม่ หรือผู้จัดการกองทุนใหม่มาบริหารสินทรัพย์ของกองทุนกองนี้ต่อไปครับ

อันดับ 3 กองปันผล ดีกว่ากองไม่ปันผล

อันดับต่อมาเป็นเรื่องของเงินปันผล เรื่องนี้เป็นปัญหาโลกแตกของหลายๆคน คือในใจก็อยากได้เงินปันผล…แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากเสียภาษีเงินปันผล 10% ครั้นจะไปเลือกกองทุนไม่จ่ายปันผลก็ไม่ชอบอีก เพราะเข้าใจว่ากองทุนที่ไม่มีนโยบายจ่ายปันผลคือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นที่ไม่มีเงินปันผลให้ ต่างกับกองทุนที่มีนโยบายจ่ายปันผลที่ไปลงในหุ้นที่มีการจ่ายปันผลอีกที…

เดี๋ยวนะ… เข้าใจผิดแล้วครับ จริงๆ แล้วการจะจ่ายหรือไม่จ่ายปันผลนั้นมันขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุน ไม่ได้เกี่ยวกับหุ้นหรือสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนเลย เช่น กองทุน A และกองทุน B เป็นกองทุนที่ลงทุนใน SET50 เหมือนกัน โดยกองทุน A มีนโยบายจ่ายปันผล “ไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรในแต่ละรอบ” และกองทุน B ไม่จ่ายปันผล ถึงตรงนี้มี 2 จุดที่ต้องทำความเข้าใจ

  1. คำว่า “ไม่น้อยกว่า 90% ของกำไร” คำว่ากำไรในที่นี้หมายถึงทั้งส่วนต่างราคาและเงินปันผลที่กองทุนทำได้ในแต่ละรอบ (ฉะนั้นไม่สำคัญเลยว่าจะต้องลงทุนหุ้นที่จ่ายปันผลหรือไม่)
  2. กองทุน B ที่ไม่จ่ายปันผล จริง ๆ แล้วกองทุนก็ได้รับเงินปันผลจากหุ้นที่ลงทุนอยู่นะครับ เพียงแต่เขาไม่ได้จ่ายออกมาให้เรา แต่นำไปลงทุนต่อรวมเป็นมูลค่ากองทุนให้เราเลย

ฉะนั้นแล้วหากนักลงทุนจะต้องเลือกลงทุนสักกอง ผมแนะนำให้เลือกตามวัตถุประสงค์ของเราดีกว่า คือ “ถ้าเป็นคนที่ชอบให้มีกระแสเงินสดเข้ามาระหว่างที่ลงทุน ก็เลือกแบบจ่ายปันผล (แต่ต้องยอมเสียภาษี 10%) แต่หากเป็นคนที่ไม่ชอบเงินปันผล ให้บลจ.ไปลงทุนต่อเลย ก็เลือกแบบไม่จ่ายปันผลจะดีที่สุด” แล้วค่อยไปคัดเลือกกองทุนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นภายหลังครับ … กรุณาติดตามตอนต่อไป

ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ CFP®

capture-20160226-093943

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น