ฝากเงินแล้วได้ดอกเบี้ยต่ำ!! ทำยังไงดี?

จากการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือเพียง 0.75% ในช่วงที่ผ่านมา

ส่งผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ทางการเงินในทุกตราสาร ผลกระทบจะเป็นอย่างไร? ..ไปติดตามกันเลย!! :)

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย

Slide1

  • เป็นนโยบายการเงิน หรือ เครื่องมือที่ใช้เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจรูปแบบหนึ่งของรัฐบาล

กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร?

ส่งผลได้หลายช่องทาง โดยแบ่งออกเป็น 5 ช่องทาง ได้แก่..

  1. อัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ลดลง แปลว่า ต้นทุนในการบริโภคและลงทุนลดลง กระตุ้นให้ประชาชนและภาคเอกชนบริโภคมากขึ้น
  2. ต้นทุนการกู้สินเชื่อลดลง แปลว่า บริษัทกู้เงินโดยใช้ต้นทุนที่ลดลง
  3. ราคาสินทรัพย์มากขึ้น เนื่องจากประชาชนจะฝากเงินลดลงและเกิดแรงจูงใจในการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
  4. อัตราแลกเปลี่ยน (เงินบาทอ่อนค่าลง) เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยกับต่างประเทศลดลง เงินต่างชาติเริ่มไหลออกไปลงทุนในประเทศอื่นที่ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า
  5. ถ้าการคาดการณ์ของประชาชนจะมองเศรษฐกิจดีขึ้น เริ่มมีการบริโภคและลงทุนมากขึ้น จนส่งผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นและเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในที่สุด

เงินฝากออมทรัพย์

  • อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย = 0.375% ต่อปี

(ที่มา : www.bot.or.th)

การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนเงินฝากออมทรัพย์ลดลงไปอีก ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์เฉลี่ย เหลือเพียง 0.375 %

หรือเราควรหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นดีนะ ?

ตราสารหนี้ภาคเอกชน

  • อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย = 4.61% ต่อปี

(ข้อมูล YTD เฉลี่ยปี 2010-2019 ,ที่มา : THAIBMA)

การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงไปอีกเช่นกัน (บริษัทสามารถไปกู้กับธนาคารด้วยต้นทุนที่ถูกลง) ฉะนั้นภาคเอกชนอาจจะไปกู้กับธนาคารแทนการออกพันธบัตรกู้กับประชาชนมากขึ้น จึงอาจได้ผลตอบแทนที่ลดลง

หุ้นไทย

  • อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย = 13.07% ต่อปี

(ข้อมูล YTD เฉลี่ยปี 2010-2019 ,ที่มา : SET)

การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้ภาคเอกชนกู้กับธนาคารด้วยต้นทุนที่ถูกลง เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนกู้และลงทุนมากขึ้น จนสุดท้ายกำไรหรือผลประกอบการของบริษัทดีขึ้น ราคาหุ้นสูงขึ้น แถมบริษัทก็สามารถนำกำไรมาจ่ายเงินปันผลให้เราได้เพิ่มขึ้น ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีการปรับตัวลดลงมาอย่างมากในรอบหลายปี อาจจะเป็นโอกาสให้เราซื้อหุ้นเพื่อสะสมได้นะ :)

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

  • อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย = 11.73% ต่อปี

(ข้อมูล YTD เฉลี่ยปี 2010-2019 ,ที่มา : ASPEN)

กอง REIT&PF ก็มีความน่าสนใจในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยขาลง เนื่องจากเป็นการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้ค่อนข้างแน่นอนจากค่าเช่า แถมเน้นการจ่ายปันผลที่สูงให้แก่ผู้ลงทุนอีกด้วย

ทองคำ

  • อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย = 6.17% ต่อปี

(ข้อมูล YTD เฉลี่ยปี 2010-2019 ,ที่มา : ASPEN)

จัดเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ซื้อขายได้ง่ายและได้รับการยอมรับในสากล จะมีมูลค่าสูงขึ้นในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำหรือเกิดวิกฤติต่างๆ ฉะนั้นในช่วงนี้เราจะเห็นราคาทองปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามทางการค้าและไวรัส Covid-19 เนื่องจากนักลงทุนจะย้ายเงินที่ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมาลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

การลงทุนในทองเราสามารถลงทุนได้ทั้งจากการซื้อทองโดยตรงหรือการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (TFEX) ก็ได้นะ :)

ติดตามความรู้ทางด้านการลงทุนดีๆ กับพวกเราได้ที่…

Facebook_Logo_(2019) youtube-icon-logo-05A29977FC-seeklogo.com tt

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น