ทางเลือกในการเพิ่มผลตอบแทนด้วย DR E1VFVN3001

นักลงทุนทราบหรือไม่ว่า DR “E1VFVN3001” ที่ท่านถือลงทุนระยะยาวไว้ในพอร์ต สามารถนำมา สร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมได้! มาดูกันค่ะว่า วิธีนี้สามารถทำได้อย่างไร…มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ติดตามอ่านไปพร้อม ๆ กันค่ะ…

 

DR E1VFVN3001 คืออะไร

ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depository Receipt : DR) ที่มีหลักทรัพย์ต่างประเทศอ้างอิง คือ VN30 ETF หรือ E1VFVN30 ที่อ้างอิงดัชนี VN30 ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบไปด้วยหุ้นชั้นนำ 30 ตัวแรกของเวียดนามที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ (คล้ายดัชนี SET50 ของไทย) ซึ่งมีกระจายการลงทุนในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มการเงิน กลุ่มอสังหาฯ กลุ่มค้าปลีก ฯลฯ ซึ่งนับว่า เป็นการกระจายความเสี่ยง (Diversified risk) และเพิ่มโอกาสการลงทุนในหลักทรัพย์ที่หลากหลาย

 

ในส่วนของเงินปันผลของ DR E1VFVN3001 นั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของกอง E1VFVN30 ที่เป็นหลักทรัพย์ต่างประเทศอ้างอิง (ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยจ่ายปันผล) โดยทางบริษัท Dragon Capital VietFund Management (DCVFM) ที่บริหาร E1VFVN30 จะนำเงินปันผลที่ได้จากการลงทุนในหุ้น 30 ตัว ไปลงทุนต่อ ซึ่งมีข้อดี คือ นักลงทุนไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากเงินปันผล

 

อีกทั้ง DR E1VFVN3001 สามารถติดตามราคาซื้อขายเหมือนกับหุ้นไทยปกติ และซื้อขายได้ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.30 น. โดยไม่มีพักกลางวัน เพียงเข้าไปใน Streaming และค้นหาชื่อหลักทรัพย์ “E1VFVN3001”

 

การลงทุนใน DR นั้น เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว เปรียบเสมือนการลงทุนในบริษัทชั้นนำ 30 ตัวในเวียดนาม ที่เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม โดยการเติบโตของ GDP เฉลี่ยอยู่ที่ 6-7% ต่อปี ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าสูงหากเทียบกับประเทศแถบอาเซียน ดังนั้นการลงทุนใน DR จึงเหมาะกับการลงทุนในระยะยาวที่มากกว่า 1 ปีขึ้นไป

 

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์มีอะไรบ้าง

โดยธรรมชาติแล้วนักลงทุนมักหวังผลตอบแทนในการถือหุ้นลงทุนจาก 2 ส่วนหลัก คือ การปรับเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น (Capital Gain) และเงินปันผล (Dividend) แต่ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มผลตอบแทนจากหุ้นที่นักลงทุนถืออยู่ นั่นก็คือ การให้ยืมหุ้นด้วย SBL (Securities Borrowing and Lending) นั่นเอง…

 

SBL คืออะไร

SBL ย่อมาจาก “Securities Borrowing and Lending” หรือเรียกอีกอย่างว่า “ธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์”

sbl

ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ถือ DR E1VFVN3001 หรือหุ้นบริษัทใหญ่ พื้นฐานดี สภาพคล่องสูง ที่อยู่ใน SET100 ลงทุนในระยะกลางหรือระยะยาวอยู่แล้วนักลงทุนสามารถมีทางเลือกเพิ่มผลตอบแทนได้โดยการให้ยืมหุ้นกับ SBL โดยผู้ให้ยืมจะได้รับค่าธรรมเนียมการให้ยืม (Lending Fee) 2.60% ต่อปี คำนวณตามจำนวนวันที่นักลงทุนให้ยืม *กรณีหุ้นในพอร์ตของคุณได้รับการจับคู่ (Match) เท่านั้น และมีสัญลักษณ์ ‘r’ ปรากฏในพอร์ต* ซึ่งจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% โดยนักลงทุนยังคงได้รับสิทธิประโยชน์จากการถือครองหุ้นนั้นอยู่อย่างครบถ้วน เช่น เงินปันผล (XD) ซื้อหุ้นเพิ่มทุน (XR) และอื่นๆ (ในกรณีที่ไม่มีการจับคู่เกิดขึ้น หุ้นของนักลงทุนจะยังขึ้นอยู่บนกระดานให้ยืมและยังไม่ได้รับค่าธรรมเนียม) ดูประกาศอัตราค่าธรรมเนียม SBL ได้ ที่นี่ 

 

ค่าธรรมเนียมการให้ยืมหุ้น จะคำนวณตอนปิดสัญญา หรือตอนสิ้นเดือน ตามราคาปิดในแต่ละวัน (Mark to Market : MTM) ของหุ้นที่นักลงทุนให้ยืม โดยใช้สูตรในการคำนวณดังนี้:

Lending Fee = จำนวนหุ้นที่ถูกจับคู่ x ราคาปิด x 2.60% / 365

การคำนวณจำนวนวันที่ให้ยืมใช้หลัก ‘นับหัวไม่นับท้าย’ ซึ่งจะนับวันเสาร์ วันอาทิตย์และวันหยุดด้วย โดยใช้ราคาปิด ณ วันศุกร์ หรือวันทำการสุดท้ายก่อนวันหยุดในการคำนวณ

 

ค่าธรรมเนียมการให้ยืมจะถูกเก็บไว้ในไหน

สำหรับนักลงทุนที่ทำธุรกรรม SBL ผ่านบัญชี Cash Collateral ค่าธรรมเนียมการให้ยืมจะถูกเก็บไว้ในพอร์ตหุ้นในส่วนหลักประกัน ซึ่งนักลงทุนจะยังคงได้ดอกเบี้ยบนหลักประกันเพิ่มอีกตามประกาศของบริษัท หมายความว่า นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนทบต้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสิ้นสุดการให้ยืม และเมื่อนักลงทุนสั่งถอนค่าธรรมเนียมการให้ยืม ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจึงจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคาร

ในทางกลับกัน หากนักลงทุนใช้บัญชี Cash Balance ในการทำ SBL ค่าธรรมเนียมการให้ยืมจะถูกเก็บในรูปของเงินสดในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และสามารถนำไปใช้ซื้อหลักทรัพย์ต่อได้ทันที ซึ่งนักลงทุนจะไม่ได้รับดอกเบี้ยบนหลักประกันเพิ่มแบบบัญชี Cash Collateral

 

ข้อดีของ SBL คืออะไร

  1. เพิ่มผลตอบแทนสำหรับนักลงทุนหุ้นพื้นฐานระยะยาว
  2. ระบบการยืมหุ้นเป็นแบบ “On Call” ที่สามารถเรียกคืนหุ้นเมื่อไรก็ได้
  3. ขณะหุ้นถูกให้ยืม ท่านสามารถคีย์ขายหุ้นทางออนไลน์ได้ทันที รวดเร็ว ไม่เสียโอกาสขาย
  • สัญลักษณ์ ‘r’ ในพอร์ตจะหายไป และระบบจะถือเป็นการหยุดการให้ยืม ดังนั้น ค่าธรรมเนียมการให้ยืมจะหยุดคำนวณในวันนั้น เมื่อ ‘r’ หายไป
  • หากนักลงทุนตั้งขายหุ้นนั้นแล้วปรากฏว่า วันนั้นขายไม่ได้ ในวันรุ่งขึ้นระบบ SBL จะนำหุ้นส่วนเหลือที่ท่านขายไม่ได้ขึ้นกระดานให้ยืม ถือเป็นการฝากหุ้นรอบใหม่และรอการจับคู่อีกครั้ง
  1. ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ของการถือครองหลักทรัพย์นั้นอย่างครบถ้วน แม้จะเป็นผู้ให้ยืมหลักทรัพย์แล้วก็ตาม ดังนั้น ก่อนหุ้นขึ้นเครื่องหมายต่าง ๆ ได้แก่ XD, XA, XR, XW, หรือ XB ระบบจะยกเลิกการให้ยืมหุ้น และนำหุ้นกลับเข้าพอร์ตเพื่อให้ผู้ฝากหุ้นได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่า เรื่องเงินปันผล หรือการเพิ่มทุน หรือการแจก Warrant เป็นต้น ยกเว้นเรื่องเดียวคือ XM ที่เป็นสิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งนักลงทุนต้องแจ้งความประสงค์ล่วงหน้าก่อนขึ้นเครื่องหมาย XM

 

โดยสรุปแล้ว SBL จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มผลตอบแทนเพิ่มเติม นอกเหนือจากการปรับขึ้นของราคาหุ้นและเงินปันผล สำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นลงทุนใน DR E1VFVN3001 ในระยะยาว เพียงแค่ท่านมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ (เฉพาะประเภทบัญชี Cash Balance และ Cash Collateral) กับทางหลักทรัพย์บัวหลวง และมี DR ตัวนี้ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของท่าน ก็สามารถทำธุรกรรมให้ยืมกับเราได้ทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่ดีไม่ใช่น้อย

 

📌 เพิ่มผลกำไรด้วย DR ง่ายๆ เพียงสมัครใช้งานบริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) ได้ที่ https://knowledge.bualuang.co.th/knowledge-base/sblregister/

📌 หลักทรัพย์ตัวไหนทำ SBL ได้บ้าง…..หาคำตอบได้โดย คลิกที่นี่ 

📌 สำหรับท่านที่สนใจลงทุนใน DR สามารถซื้อขายง่าย ๆ ผ่าน Streaming หรือหากต้องการข้อมูล DR เพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 0-2618-1111

📌 ติดตามอ่านข้อมูลและบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ที่… www.bualuang.co.th/dr หรือ https://knowledge.bualuang.co.th/article-categories/dr/

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่