ทำไมหลักทรัพย์บัวหลวงถึงเลือก ETFs มาลงทุนใน DCA VA

52555555


ทำไมหลักทรัพย์บัวหลวงถึงเลือก ETFs มาลงทุนใน DCA VA

1. การลงทุนที่ไม่มีวันเจ๊ง!!

target

มูลค่าไม่มีทางเป็นศูนย์ เพราะมีการกระจายหลักทรัพย์หลายตัว ซึ่งจะแตกต่างจากการลงทุนหลักทรัพย์เป็นรายตัว ซึ่งอาจเกิดความไม่แน่นอน เช่น การจากไปของผู้บริหาร การถูกฟ้องร้อง การแก้ไขกฎหมาย หรือการถูก Disrupt จากเทคโนโลยีที่อาจทำให้บริษัทเคยดีกลายเป็นล้มละลายได้…

2. คาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวได้

monitoring

การเลือกหลักทรัพย์เป็นรายตัว อาจได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าดัชนีตลาดได้ แต่ในทางกลับกันก็อาจจะแย่กว่าตลาดได้เช่นกัน ซึ่งจากสถิติส่วนใหญ่ หลักทรัพย์ที่จะดีกว่าตลาดหุ้นนั้นมีสัดส่วนที่น้อยกว่าบริษัทที่ผลตอบแทนเท่ากับตลาดหรือผลตอบแทนน้อยกว่าตลาด ดังนั้นผู้ลงทุนจึงมีโอกาสเลือกหลักทรัพย์ผิดได้มากกว่า

ซึ่งเมื่ออ้างอิง ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนของ ตลาดหุ้นไทยจะอยู่ที่ 10 – 15% ต่อปี ดังนั้นการได้ผลตอบแทนที่เกาะกับดัชนีแบบการลงทุนด้วย ETFs ก็ถือว่าน่าพอใจเลยทีเดียว

3. ลงทุนได้โดยไม่ต้องติดตาม

online-shop

เพราะหลักการเลือกหลักทรัพย์เข้ามาอยู่ในดัชนีใดๆ ก็ตามนั้นจะมีหลักเกณฑ์ของสภาพคล่องและการดำรงอยู่ของธุรกิจของบริษัทนั้นๆ เป็นสำคัญหลักทรัพย์ที่ไม่ดี ก็จะถูกถอดออกจากการลงทุนหรือดัชนี ได้โดยอัตโนมัติ

ทำให้ผู้ลงทุนใน ETF ไม่จำเป็นต้องติดตามผลการดำเนินงานหรือสภาพทางธุรกิจของหลักทรัพย์ใดๆ ที่อยู่ใน ETF นั้นๆเลย

4. สามารถกระจายหุ้น เสมือนกับการลงทุนดัชนี ด้วยเงินจำนวนน้อยได้

chart (1)

ตัวอย่างเช่น หากต้องการกระจายการลงทุนให้เสมือนกับดัชนี mscith จะต้องลงทุนกว่า 4 ล้านบาทเพื่อจะสามารถซื้อหลักทรัพย์ได้ครบทุกตัวตามดัชนี (ขั้นต่ำ100 หุ้น) แต่การลงทุนใน ETF นั้นเงินหลักพันก็สามารถลงทุนได้

5. ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพคล่องในการขาย

seo

กลไกการทำงานของ ETF จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามมูลค่าหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนี โดยจะมีผู้ดูแลสภาพคล่องทำการซื้อขาย ETF บนกระดาน เพื่อให้สอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด อย่างไรก็ดีผู้ลงทุนยังสามารถติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์ที่ดูแลสภาพคล่องของ ETF ได้โดยตรง เพื่อทำการซื้อหรือขายในปริมาณมาก บนมูลค่าของตลาดได้

6. มีความผันผวนน้อยกว่าการเลือกหลักทรัพย์เป็นรายตัว

chart

นอกจากผลตอบแทนของการลงทุนในระยะยาวที่จะต้องให้ความสำคัญ  ความผันผวนก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของการลงทุนที่ดีกว่าได้ หากผลตอบแทนการลงทุนที่เท่ากัน แต่มีความผันผวนน้อยกว่า

ดังนั้น การมี ETF อยู่ในพอร์ตการลงทุนจะช่วยให้ความผันผวนของพอร์ตการลงทุน มีโอกาสที่แกว่งตัวน้อยกว่า

7. ค่าธรรมเนียมบริหารกองทุน ถูกกว่ากองทุนรวมหุ้นโดยทั่วไปเป็นส่วนใหญ่

piggy-bank

ค่าธรรมเนียมบริหารรวมของกองทุนรวมดัชนี้ส่วนใหญ่ ถูกกว่า ค่าธรรมเนียมบริหารรวมของกองทุนหุ้น โดยค่าธรรมเนียมรวมของกองทุนหุ้นอยู่ที่ประมาณ 0.8-2% ส่วนค่าธรรมเนียมรวมของกองทุนรวมดัชนีอยู่ที่ประมาณ 0.5-0.8% ซึ่งต่างกันประมาณ 0-1.5% ทำให้การซื้อ-ขาย ETF เป็นอีกหนี่งทางเลือกการลงทุนที่นักลงทุนไม่ควรพลาด

ท้ายที่สุดแม้ว่าการลงทุนด้วยวิธีการกระจายความเสี่ยงแต่ละช่วงเวลาด้วย DCA หรือ VA นั้น จะเป็นหลักการที่ดีแต่ทว่า การเลือกหลักทรัพย์สำหรับการลงทุนด้วยกลยุทธ์นี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งหากผู้ลงทุนเลือกหลักทรัพย์ผิด ที่บังเอิญอยู่ในแนวโน้มขาลง หรือ ธุรกิจที่อาจต้องปิดตัวไปในอนาคต วิธีการเฉลี่ยราคาด้วยรูปแบบใดๆ ก็คงไม่สามารถให้ผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนได้ แต่หากผู้ลงทุนสามารถเลือกหลักทรัพย์ที่มีแต่โอกาสเติบโตขึ้นต่อเนื่องตามดัชนีหรือตามการเติบโตของตลาดทุนในระยะยาว และมีกระจายความเสียง เช่นการลงทุนที่ไม่มีวันเจ๊งอย่าง ETF แล้ว เป้าหมายทางการเงิน ที่หลายคนวาดฝันไว้ จะเป็นเรื่องที่เอื้อมถึงได้กับทุกๆ คนครับ

สมัครออมหุ้นออนไลน์ง่ายๆ ด้วยเมนู “ระบบออมหุ้นอัตโนมัติ” 

คลิกที่นี่…

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้แนะนำการลงทุน 
หรือ BLS Customer Service โทรศัพท์ 0-2618-1111 หรือ Email : customerservice@bualuang.co.th

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น