เปรียบเทียบ 5 หุ้นวัคซีนโควิด-19

เปรียบเทียบ 5 บริษัทผลิตวัคซีนต้านโควิด-19

MicrosoftTeams-image (30)

 

สวัสดีเช้าวันเสาร์ค่ะ วันนี้ทีม BLS Global Investing จะพาทุกท่านไปทำความรู้จัก 5 บริษัทผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ว่านอกเหนือจากดำเนินการผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่ บริษัทเหล่านี้ประกอบธุรกิจอะไรบ้าง? แล้ววัคซีนต้านโควิด-19 ของแต่ละบริษัทมีประสิทธิภาพมากน้อยอย่างไร? พร้อมพามาอัปเดตผลประกอบการล่าสุดว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หลังจากปล่อยวัคซีนออกมา ทั้ง 5 บริษัทนี้จะมีความน่าสนใจอย่างไร ไปติดตามกันค่ะ

เริ่มกันที่บริษัทแรก…

1

  • Pfizer Inc. (PFE.US)

 

บริษัทผู้ผลิตยาและวัคซีน ข้ามชาติจากประเทศสหรัฐฯ ผลิตภัณฑ์ยาที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกได้แก่ Lipitor (Atorvastatin) ยาลดโคเลสเตอรอลในเลือด, Bextra ยารักษาอาการปวดเฉียบพลัน, Celebrex ยาบรรเทาอาการปวด, Diflucan ยาต้านเชื้อรา Fluconazole, Lyrica ยารักษาอาการปวดประสาท และ Viagra ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

ในช่วงเดือนเมษายน 2563 Pfizer ได้ร่วมมือกับ BioNtech เพื่อพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 จากเทคโนโลยี mRNA ซึ่งในช่วงธันวาคมปี 2563 Pfizer ยังเป็นวัคซีนเจ้าแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) และรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA : Food and Drug Administration) ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือที่เรียกว่า Emergency Use Authorization (EUA) โดยมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการรุนแรงที่เกิดจากโรคโควิด-19 ไว้ที่ 95.3%

โดยในปี 2563 บริษัทฯ สามารถทำรายได้ได้ถึง 41,908 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 1.8% จากที่อัตราการเติบโตในปี 2560 – 2563 โตเป็นลบมาตลอด โดยทาง Bloomberg Consensus คาดว่าในปี 2564 รายได้ Pfizer อาจเติบโตราว 76% เมื่อเทียบกับปี 63 แตะ 73,749 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

2

  • Moderna Inc. (MRNA.US)

 

บริษัทคิดค้นและผลิตยา Biotechnology สัญชาติอเมริกัน Moderna มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยี messenger DNA (mRNA) ที่ใช้ในการพัฒนาวัคซีน ซึ่งในปี 2563 ที่ผ่านมา Moderna สามารถผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 จากเทคโนโลยี mRNA ได้เป็นรายแรก ๆ ของโลก ซึ่งเป็นวัคซีนที่เชื่อว่ามีประสิทธิภาพสูง สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโรคได้มาก และยังสามารถต้านไวรัสโควิด-19 ได้หลายสายพันธุ์ด้วย

 

เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2563 Moderna ได้รับการรับรองจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA: Food and Drug Administration ) ซึ่ง FDA ได้เผยผลการทดลองว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการรุนแรงที่เกิดจากโรคโควิด 19 ไว้ที่ 94.1%

 

โดยในปี 2563 บริษัทฯ สามารถทำรายได้ได้ 803.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 1,234.3% จากที่อัตราการเติบโตในปี 2561-2562 โตเป็นลบมาตลอด โดยทาง Bloomberg Consensus คาดว่าในปี 2564 รายได้ Moderna อาจเติบโตถึง 2,203% เมื่อเทียบกับปี 2563 แตะ 18,504.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

3

  • Johnson and Johnson (JNJ.US)

 

บริษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจทางการแพทย์ โดยเป็นผู้คิดค้น ผลิต และจำหน่ายสินค้าทางการแพทย์ สามารถแบ่งประเภทธุรกิจหรือประเภทสินค้าออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจผลิตยา (Pharmaceuticals), ธุรกิจจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ (MD&D) และธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภค (Consumer) หากพูดถึงสินค้าอุปโภคที่ในปัจจุบัน JNJ มีแบรนด์สินค้าที่เป็นเจ้าของอยู่ราว 200 แบรนด์ กระจายไปในมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก และมีสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่มากกว่า 175 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย

JNJ เป็นอีก 1 บริษัทที่ผลิตวัคซีนโควิด-19 โดยเป็นวัคซีนโควิด-19 ชนิดเดียวที่ฉีดเพียง 1 เข็ม โดยฉีดบริเวณกล้ามเนื้อต้นแขน อีกทั้งยังมีผลการทดลองว่าวัคซีน JNJ สามารถป้องกันสายพันธุ์เดลต้าได้ โดยมีประสิทธิภาพวัคซีนในการป้องกันสายพันธุ์นี้ราว 60% และสร้างภูมิคุ้มกันยาวนานถึง 8 เดือน โดยองค์กรอนามัยโลก (WHO) เผยถึงประสิทธิภาพของวัคซีนตัวนี้ว่ามีประสิทธิภาพ 76.7% หลังจากฉีดไปแล้ว 14 วัน และประสิทธิภาพ 85.4% หลังจากฉีดไปแล้ว 28 วัน

 

ในปี 2563 ที่ผ่านมา มีรายได้ 82,584 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปี 2562 0.6% และทาง Bloomberg Consensus คาดว่าสำหรับในปี 2564 รายได้ของ JNJ อาจเติบโตคิดเป็น 12.4% หรือมีรายได้อยู่ที่ราว 92,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการจำหน่ายวัคซีนโควิด-19 ที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ หลัง JNJ มีการทำสัญญาผลิตและส่งมอบวัคซีนให้กับกลุ่มประเทศแถบยุโรป หลังผลการทดลองของวัคซีนของ JNJ ออกมาดี

อย่างไรก็ดี JNJ เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจที่หลากหลาย กระจายรายได้ได้ค่อนข้างมาก รายได้คาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นมานี้ ไม่ได้มาจากการจำหน่ายวัคซีนโควิด-19 เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากอีกธุรกิจการจำหน่ายยาและวัคซีนตัวอื่น รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพอื่น ๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้นด้วยเช่นกัน

4

 

  • AstraZeneca PLC (AZN.US)

 

บริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในบริษัทคิดค้น ผลิต และจำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์โดยเป็นบริษัทสัญชาติสวีเดนและอังกฤษ ที่เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง Astra AB บริษัทยาจากสวีเดน และบริษัท Zeneca บริษัทยาจากสหราชอาณาจักร โดย AstraZeneca มีการพัฒนาและผลิตยารักษาโรคหลายชนิด อาทิ ยารักษาโรคหัวใจหลอดเลือด โรคปอด โรคทางเดินอาหาร โรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางจิต

 

ในปี ค.ศ. 2020 AstraZeneca ร่วมกับ Oxford University ได้คิดค้นและพัฒนาวัคซีน AZD1222 หรือวัคซีนต้านโควิด-19 ขึ้น โดย WHO เผยว่าวัคซีน AstraZeneca มีประสิทธิภาพการป้องกันโรคโควิด-19 กว่า 63.09% แต่ในหลายๆประเทศมักพบอาการไข้ขึ้นสูง รวมไปถึงอาการลิ่มเลือดอุดตัน หลังจากฉีดวัคซีนตัวนี้ ซึ่งพบมากในวัยรุ่น ทำให้หลายประเทศมีการหยุดใช้วัคซีนตัวนี้กับวัยรุ่นและฉีดให้กับคนอายุ 60 ขึ้นไปแทน

 

รายได้ในปี 2563 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 26,617 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มจากปีก่อนหน้า 9.3% อีกทั้งในปี 2564 Bloomberg Consensus คาดการณ์รายได้ของ AstraZeneca จะเพิ่มขึ้น 17.9% อยู่ที่ 32,379.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

รู้หรือไม่?! นอกจากจดทะเบียนหุ้นในตลาดหุ้นอังกฤษแล้ว AstraZaeneca ยังจดทะเบียนในรูปแบบของ DR ผ่านตลาดหุ้นสหรัฐฯ NASDAQ อีกด้วย ดังนั้นนักลงทุนจึงสามารถซื้อขายผ่านระบบ Global Invest ได้เช่นกัน

 

5

 

  • Sinopharm Group Co. Ltd. (1099.HK)

บริษัทผลิตยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ประกอบธุรกิจด้านการผลิตยา ค้าขายปลีกและส่งยา ผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ และอุปกรณ์การแพทย์

 

อีกทั้งยังมีการผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่เป็นเชื้อตาย ซึ่งเป็นวัคซีนโควิด-19 เจ้าแรกที่ผลิตจากประเทศในฝั่งตะวันออกที่ได้รับการรับรองจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) โดย WHO ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนตัวนี้ว่า Sinopharm มีประสิทธิภาพสามารถป้องกันโควิด-19 ได้ถึง 79% หลังฉีด 2 โดสเป็นเวลากว่า 14 วัน หรือมากกว่านั้น พิสูจน์จากหลายประเทศท อีกทั้งยังให้การสนับสนุนว่าวัคซีน Sinopharm มีประสิทธิภาพดีในผู้สูงอายุ

 

ในปี 2563 ที่ผ่านมา มีรายได้ 66,217 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ราว 7.3% และทาง Bloomberg Consensus ยังคาดว่าในปี 2564 รายได้จะเติบโตราว 24.3% หรือมีรายได้อยู่ที่ 82,331 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

 เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ BLS Global Investing ได้ที่ https://bls.tips/openglobalinvesting  

 

 ขยายวันโอนเงินไปต่างประเทศกับหลักทรัพย์บัวหลวง ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ทุกวันอังคาร และ วันพุธตลอดวัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://bls.tips/globalinvesttransfer  

#Vaccine #Covid-19 #BLSGlobalInvesting #หลักทรัพย์บัวหลวง

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่