The Coca-Cola Company (KO) vs PepsiCo Inc. (PEPSI) คู่ปรับตลอดกาล

“วันนี้ทาง BLS Global Investing ได้นำเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับบริษัทผู้ผลิตน้ำอัดลมสีดำที่ทุกท่านคุ้นเคย ได้แก่ โค้ก [KO] (ผลิตโดย The Coca-Cola Company )และ เป๊ปซี่ [PEPSI] (ผลิตโดย PepsiCo Inc.) ทั้งสองบริษัทนี้เป็นคู่แข่งกันมากว่า 100 ปีเลยทีเดียว ซึ่งมีทั้งจุดที่เหมือนและจุดที่ต่างกันอย่างชัดเจน”

จุดเหมือน : เภสัชกรเป็นผู้คิดค้น , บริษัทไม่ได้ยิ่งใหญ่ด้วยคนคิดค้นเอง

The Coca-Cola Company หรือ Coke บริษัทสัญชาติอเมริกา ที่ผลิตน้ำอัดลมสีดำที่ทุกคนคุ้นเคย คิดค้นโดยเภสัชกร Dr. John Stith Pemberton เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1886 ซึ่งในปัจจุบันเป็นเครื่องดื่มที่ครองใจคนทั่วโลกมากว่า 130 ปี โดยเริ่มแรกเจ้าน้ำอัดลมสีดำนี้ถูกวางขายในร้านขายยาในราคาแก้วละ 5 เซนต์เท่านั้น ต่อมา Pemberton ได้ขายหุ้นบริษัททั้งหมดให้กับ Asa G. Candler. ด้วยราคาเพียง 2,300 เหรียญ จากนั้น Candler ก็เปิดโรงงานโคคาโคล่าขึ้นทั่วอเมริกาและกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกช่วงปี 1900

1

เครื่องดื่ม “เป๊ปซี่-โคล่า” ถือกำเนิดขึ้นหลังจากโค้ก 13 ปี โดย Dr. Caleb D. Bradham ซึ่งเป็นเภสัชกรเช่นเดียวกับผู้คิดค้นโค้ก โดยในสมัยนั้นร้านขายยามักดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาพบปะกันด้วยตู้ขายน้ำอัดลมเหล่านี้ แต่ถึงกระนั้นเป๊ปซี่เองก็ไม่สามารถตีตลาดโค้กได้ และเสี่ยงล้มละลายในหลายครั้ง จนกระทั่งในปี 1965 บริษัท PepsiCo ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อบริษัท Pepsi-Cola ได้รวมเข้ากับบริษัท Frito-Lay ที่ผลิตมันฝรั่งทอดชื่อดัง “เลย์” นั่นเอง ด้วยความคิดที่ว่าสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่กินคู่กันแล้วลงตัวที่สุด จากนั้นบริษัท PepsiCo ก็ได้เติบโตอย่างรวดเร็วและทำกำไรได้อย่างมหาศาล

2

จุดต่าง :

1. The Coca-Cola (KO) เน้นผลิตเครื่องดื่มเป็นหลัก ขณะที่ PepsiCo (PEPSI) ผลิตขนมและผลิตภัณฑ์อื่นๆด้วย

The Coca-Cola เป็นบริษัทที่เป็นอันดับหนึ่งในตลาดน้ำอัดลมเสมอ โดยนอกจากน้ำอัดลมสีดำหรือโค้กแล้ว ยังผลิตแฟนต้า(น้ำอัดลมสี) สไปร์ท(น้ำอัดลมสีใส) และ Diet Coke เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายอีกด้วย

3

ในขณะที่ PepciCo นั้นไม่ได้พึ่งพารายได้จากน้ำอัดลมเท่านั้น บริษัทได้จำหน่ายขนมคบเคี้ยวและสินค้าประเภทอื่นๆอีกด้วย เช่น Pepsi-Cola, 7Up,  Frito-Lay หรือมันฝรั่งทอดกรอบ “เลย์”, Gatorade เครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผ่านการยอมรับระดับสากล,  ข้าวโอ๊ตและผลิตภัณฑ์จากข้าวโอ๊ต Quaker เป็นต้น

4

2. Coca Cola ยืนหนึ่งแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อมากที่สุดในโลก

บริษัท Kantar Worldpanel เป็นบริษัทที่มีการทำวิจัยในหลายรูปแบบ เช่น การทำวิจัยเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค การสำรวจพฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้บริโภค เป็นต้น บริษัทดำเนินธุรกิจมากว่า 60 ปีและมีเครือข่ายกว่า 50 ประเทศทั่วโลก บริษัทมีการวิเคราะห์และจัดอันดับโดยใช้มาตรวัด CRPs (Customer Reach Points) ที่มีการคำนวณโดยใช้ค่า Penetration, Population และ Consumer Choice

“Kantar’s 2020 Brand Footprint” รายงานประจำปีของบริษัทได้มีการจัดอันดับ 25 แบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อมาที่สุดในโลก ซึ่งแบรนด์ Coca-Cola นั้นนำโด่งป็นอันดับที่ 1 ด้วย 6.094 ล้าน CRP ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคเลือกซื้อ Coca-Cola จากชั้นวางสินค้ามากกว่า 6,000 ล้านครั้งในช่วงปี 2019 ขณะที่ Lays จากบริษัท PepsiCo นั้นตามมาในอันดับที่ 4 ด้วย 2.608 ล้าน CRP หรือประมาณ 2,600 ล้านครั้ง และแบรนด์ Pepsi อยู่ในอันดับที่ 6 ด้วย 2.156 ล้าน CRP หรือประมาณ 2,000 ล้านครั้งนั่นเอง

5

3. ส่วนแบ่งทางการตลาดน้ำอัดลม The Coca-Cola กินขาด

ในปี 2019 The Coca-Cola Company ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 44.3% ของส่วนแบ่งทั้งหมด ตามมาด้วยอันดับ 2 อย่าง PepciCo ที่ครองส่วนแบ่งไป 19.1%  นอกจากนั้นยังมีอีก 36.6% ที่เป็นบริษัทอื่นๆ อาทิ Keurig Dr Pepper Inc. 4% Anheuser-Busch InBev NV 0.7% และ Consorcio Aga SA de CV 0.7% เป็นต้น

                                      6

5 อันดับแบรนด์น้ำอัดลมยอดนิยมที่ผู้บริโภคเลือกซื้อ

จากส่วนแบ่งการตลาดที่มีอัตราส่วนมหาศาลของ The Coca-Cola Company นั้น มีสาเหตุมาจากการที่บริษัทไม่ได้ขายแค่โค้ก (น้ำอัดลมสีดำ) นั่นเอง แต่ยังมีการผลิตแบรนด์น้ำอัดลมอื่นๆ อาทิ สไปร์ท แฟนต้า และ ไดเอทโค้ก ขณะที่ PepsiCo นั้นมีแค่แบรนด์เป๊ปซี่เองเท่านั้นที่เป็นที่นิยมจนติดอันดับ 2 ในตลาด

7

4. The Coca-Cola Company ครองส่วนแบ่งการตลาดน้ำอัดลมมากกว่า แต่กลับมีรายได้น้อยกว่า PepsiCo เกือบเท่าตัว

8

เห็นได้ชัดว่าบริษัท PepsiCo มีการกระจายรายได้เกิดขึ้น โดยพึ่งพารายได้จากทั้งสินค้าประเภทเครื่องดื่มและสินค้าประเภทอาหารและขนม จากกราฟดังกล่าวจะเห็นได้ว่ารายได้รวมของทั้งสองบริษัทของทั้งปี 2019 บริษัท Coca-Cola มีรายได้รวม $31.9bn หรือราว 1,024 ล้านบาท จากการขายสินค้าประเภทเครื่องดื่ม ซึ่งมากกว่ารายได้จากการขายสินค้าประเภทเครื่องดื่มของ PepsiCo เพียงเล็กน้อย  ที่ $30.7bn หรือราว  986 ล้านบาท  แต่ PepsiCo ยังมีรายได้จากการขายสินค้าประเภทอาหารและขนมอีก $33.9bn หรือราว 1,088 ล้านบาท รายได้รวมของ PepsiCo จึงสูงถึง $64.6bn หรือ 2074 ล้านบาทเลยทีเดียว

รายได้รวม

9

จากปี 2016-2018 PepsiCo มีรายได้เติบโตจาก $62.8bn เป็น $64.7bn ซึ่งคำนวนเป็นอัตราการเติบโต 3% ขณะที่ Coca-Cola มีรายได้ชะลอตัวลงจาก $41.9bn เป็น $31.9bn ซึ่งลดลงถึง 24% เพราะมีการริเริ่มการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบบ Franchises ขึ้น ทั้งสองบริษัทมีรายได้จากน้ำอัดลมลดลงทั้งคู่เนื่องจาก Demand ของการบริโภคน้ำอัดลมที่ลดลงตามกระแสการรักสุขภาพ แต่ที่ PepsiCo นั้นยังคงมีรายได้เติบโตนั้นเนื่องมาจากการจำหน่ายอาหารและขนม ซึ่งมีอัตราการเติบโต 4.5% จาก $32.5bn เป็น $33.9bn

Coca-Cola คาดว่ารายได้ในปี 2020 จะเติบโต 22% จาก $31.9bn เป็น $38.9bn เนื่องจากโรงงานผลิตขวดแบบ Franchises ที่ลงทุนไปนั้นจะสร้างเสร็จนั่นเอง ซึ่งมากกว่าการคาดการณ์ของ PepsiCo ในปีนี้ที่คาดว่ารายได้จะเติบโตเพียง 6% จาก $64.7bn เป็น $68.6bn

รายได้จากการขายสินค้าประเภทเครื่องดื่ม

จากปี 2016-2018 PepsiCo มีรายได้เพิ่มขึ้น 1.3% จาก $30.3bn เป็น $30.7bn ขณะที่ Coca-Cola มีรายได้ลดลง 24% จาก $41.9bn เป็น $31.9bn ซึ่งคาดการณ์รายได้ในปี 2019-2020 นั้น PepsiCo คาดว่าจะมีอัตราเติบโต 12% ขณะที่ Coca-Cola คาดว่าจะมีอัตราเติบโตถึง 22% เนื่องจากในปี 2020 นี้มีการวางแผนเจาะตลาด No sugar โดยการสร้าง Coke no sugar และ Sprite no sugar เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันได้ให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีการวางแผนรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยยึดเป้าหมาย “World Without Waste” ภายใน 10 ปี Coca-Cola ต้องการจะนำขวดพลาสติกเข้ากระบวนการรีไซเคิลให้ได้เท่ากับจำนวนที่ขายออกไปทั้ง 100% นอกจากนี้บริษัทยังได้พึ่งพารายได้จากเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้และเครื่องดื่มเพิ่มพลังงานอีกด้วย

ทางด้านของ PepsiCo นั้นได้มีการวางแผนเจาะตลาดสุขภาพและตลาด Gen Z คือวัยรุ่นอายุ 10-21 ปี โดยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือ มิรินด้า กลิ่นกรีนครีม และ เซเว่น อัพ ฟรี สูตรไม่มีน้ำตาล ไม่มีสี ไม่มีคาเฟอีน

10

ในปี 2020 นี้ทั้งสองยักษ์ใหญ่น้ำอัดลม ได้มีแผนที่จะออกผลิตภัณฑ์เอาใจคอกาแฟและโคล่า โดยการออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโคล่าผสมกาแฟ โดยบริษัท Coca-Cola ได้ออก coffee-flavored Coke ซึ่งมี 3 รสชาติ Dark-Blend, Vanilla และ Caramel ส่วนทางด้าน PepsiCo ก็ไม่แพ้กัน มีแผนออก Pepsi Café โดยมาใน 2 รสชาติ คือ Original และ Vanilla

11

12

Source: BLS Global Investing, Bloomberge, CNBC, Coca-colacompany, Pepsico, Kantar,  Forbes, Seekingalpha, Brandage, Tasteofhome

สนใจลงทุนหุ้นต่างประเทศ อ่านเพิ่มเติม…คลิกที่นี่

หรือโทร. 02-618-1111

เปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศ สไตล์ "BLS Global Investing"

หรือสนใจเปิดบัญชีหุ้นออนไลน์ กับ หลักทรัพย์บัวหลวง ได้ที่…

ติดตามความรู้ทางด้านการลงทุนดีๆ ได้ที่…

Facebook_Logo_(2019) youtube-icon-logo-05A29977FC-seeklogo.com tt

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น