“กล้าคิดต่างพร้อมยืดหยุ่น” คุณกอล์ฟ มารุต ชุ่มขุนทด ผู้ร่วมก่อตั้งร้านกาแฟสุดชิลมาแรงแห่งยุค “Class Café”

“สตาร์บัคส์แห่งภาคอีสาน” สมญานามนี้ ณ เวลานี้ จะเป็นของใครไปไม่ได้ นอกจากร้านกาแฟสัญชาติไทย Class Café” ขวัญใจชาวอีสาน จากร้านกาแฟที่มีขนาดพื้นที่เล็ก ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา ทำยอดขายได้วันละไม่กี่สิบแก้ว ผ่านมากว่า 8 ปี Class Café ประสบความสำเร็จอย่างมาก การันตีด้วยยอดขายที่ทะลุ 70 ล้านบาท ในปี 2562   พร้อมขึ้นแท่นร้านกาแฟขวัญใจ Youth Generation ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว เรียบง่าย ทันสมัย และมีความเป็น Co-working Space ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียน นักศึกษา และคนทำงานฟรีแลนซ์

CLASS

จุดเริ่มต้น Class Café เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

จากผู้บริหาร “สายเทค” สู่ เจ้าของ “สายกาแฟ” อะไรเป็นจุดพลิกสำคัญ ?  “คุณกอล์ฟ มารุต ชุ่มขุนทด”  หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท คลาส คอฟฟี่ จำกัด เจ้าของร้านกาแฟ Class Café เล่าว่า เชื่อไหม..ผมไม่เคยมีความรู้เรื่องธุรกิจกาแฟเลย เพราะทำงานในสายเทคโนโลยีมาตลอด แต่เมื่อ 10 ปีก่อน ธุรกิจร้านกาแฟยังไม่เป็นที่นิยมมากนักในเมืองไทย เห็นได้จากการที่ยังไม่มีแบรนด์ไหนเป็น Top of Mind นอกจากร้านกาแฟชื่อดัง “สตาร์บัคส์”

ทำให้เริ่มมองเห็นช่องว่างทางการตลาดเลยตัดสินใจลาออกจากงานประจำในบริษัท Nokia แล้วชักชวนญาติอีก 2 ท่าน มาทำร้านกาแฟด้วยกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ สร้างคาแรกเตอร์ของร้านกาแฟที่สมบูรณ์แบบและแตกต่างจากร้านอื่น โดยผมรับหน้าที่ดูแลเรื่องมาร์เก็ตติ้ง ส่วนผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 ท่าน ดูแลเรื่องอาหาร และวัตถุดิบ ปัจจุบันผมและร่วมผู้ก่อตั้งบริษัทถือหุ้นรวมกันประมาณ 75%

Class Café ชื่อนี้มีที่มา ?

หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง เล่าว่า เกิดจากการอยากได้ชื่อแบรนด์เพียงพยางค์เดียว สุดท้ายมาปิ๊งคำว่า Class เพราะเป็นคำที่มีความหมายที่ดี และสามารถสื่อความได้หลากหลายแง่มุม เมื่อได้ข้อสรุปชื่อแบรนด์แล้ว 2 สาขาแรกของ Class Café เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิด ปีแรกของการทำธุรกิจร้านกาแฟต้องบอกว่า ประสบความสำเร็จมาก เพราะสามารถทำยอดขายได้สาขาละ 3-4 แสนบาท เกือบ 10 ปีก่อน ถือเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก    หนึ่งเหตุผลของความสำเร็จในครั้งนั้นเกิดจากการมีคาแรคเตอร์ชัดเจนแตกต่าง ทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

วางอนาคต Class Café อย่างไร ?

คุณกอล์ฟ เล่าว่า ปีแรก ๆ ที่มียอดขายเยอะ ๆ เราฮึกเหิมมาก ปูพรมเปิดสาขาใหม่ สัปดาห์ละ 1 สาขา เพราะอยากมีสาขาให้มากที่สุด เคยวางเป้าหมายไว้ว่า จะต้องมีสาขา 50 -100 สาขา ภายใน 3 ปีข้างหน้า (ปี 2562-2564)  พร้อมกับวางแผนระยะยาวว่า จะต้องสร้างเชนร้านกาแฟใหญ่ ๆ ให้ได้

แต่เมื่อเกิดวิกฤติโควิด-19 ทำให้ต้องกลับมาทบทวนโมเดลธุรกิจกันใหม่ เพราะธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคครั้งใหญ่ที่ไม่มีอยู่ในตำราเรียนเล่มไหน…

ช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 เรามีความคิดว่า ในเมื่อ Class Café ทำธุรกิจแบบ Open Coffee Platform ฉะนั้นอาจไม่จำเป็นต้องขยายสาขาใหม่ถี่ ๆ เหมือนแต่ก่อน แต่ควรจะหันมาใช้ประโยชน์ จากการมี Platform ของตัวเองมากกว่า เช่น ไม่จำกัดตัวอยู่เพียงเครื่องดื่มกาแฟ แต่กระจายตัวไปสู่สินค้าประเภทอื่น ๆ เช่น น้ำผลไม้, โยเกิร์ต, เบเกอรี่,  หูฟัง, ลูวิ่ง, โลชั่นทาผิวที่ทำมาจากชาเขียว รวมถึงการเปลี่ยนคู่แข่งให้เป็นคู่ค้า ด้วยการขายโปรดักส์ของเราให้กับคู่แข่ง เพื่อให้สินค้าถึงมือลูกค้าเร็วขึ้น เป็นต้น

3. 2(2)

ปัจจุบัน Class Café มีทั้งหมด 21 สาขา กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ตามต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ในส่วนของต่างจังหวัดจะเน้นเปิดสาขาตามแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูง เช่น นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุดรธานี, บุรีรัมย์ เป็นต้น ส่วนในกรุงเทพฯ จะเน้นเปิดตามมหาวิทยาลัยรัฐต่าง ๆ

ก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 ร้าน Class Café มีสาขามากถึง 28 แห่ง แต่หลังเกิดวิกฤติ เราตัดสินใจปิด 14 สาขาในกรุงเทพ ภายใน 16 วัน เพื่อลดต้นทุน วิกฤติรอบนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะเราได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายใหม่ จากเดิมต้องรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาใช้บริการที่สาขา เปลี่ยนเป็นออกไปหาลูกค้าถึงหน้าบ้าน และที่ทำงาน นั่นจึงเป็นที่มาของ โปรเจกต์ “คลาสพุ่มพวง”

ที่สำคัญยังได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของแพคเกจจิ้งให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน จากเน้นขายเป็น “แก้ว” ก็ปรับมาเป็น “ขวด” พร้อมกับคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะทำให้รสชาติของเครื่องดื่มไม่เปลี่ยนแปลงและอยู่ได้ยาวนานมากขึ้นในตู้เย็นของลูกค้า ตอนนี้เราทำได้ยาวนานที่สุดกว่า 30 วัน

เป้าหมายจากนี้ของ Class Café  คือ ขยายสาขาใหม่ ๆ เน้นตามมหาวิทยาลัยรัฐต่าง ๆ  ขนาดพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร หลังจากสาขา Class Café  ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากน้อง ๆ นักศึกษา

Class Café  ให้ความสำคัญ 3 เรื่องหลัก คือ แพลตฟอร์ม สาขา และกระบวนการผลิต”    

4.

คุณกอล์ฟ ทิ้งท้ายบทสนทนาว่า วัตถุประสงค์ของการมาเป็นหนึ่งใน Guess Speakers คอร์สออนไลน์ครั้งนี้ ต้องการบอกน้องๆ นักศึกษาว่า….

“การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ ยกตัวอย่าง… หากเราเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยสิ่งหนึ่ง แต่สุดท้ายอาจต้องไปทำอีกสิ่งหนึ่ง ด้วยเหตุผลบางประการ อยากให้รู้ว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการทำธุรกิจต้องมีความยืดหยุ่น ที่สำคัญห้ามท้อแท้ และต้องไม่ลืมที่จะเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส เพื่อออกมาสู้กับคนอื่นได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ”

TU5

“โลกอนาคตของ Class Café คือ การเห็นคนเข้ามาใช้แอปพลิเคชัน Class Café มากขึ้น พร้อมกับการเห็น new product เกิดขึ้นต่อเนื่อง และภายใน  2 ปีข้างหน้า จะนำบริษัท คลาส คอฟฟี่ จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์” คุณกอล์ฟ ผู้สร้างสรรค์ Coffee Technology กล่าวทิ้งท้าย

เปิดบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวง สาขา Bualuang Investment Space มธ.ศูนย์รังสิต ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้เรื่องการลงทุนของหลักทรัพย์บัวหลวง โทร. 0-2618-1940

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น