CHECKLIST สิ่งที่ควรรู้ ก่อนลงทุนใน 3 ตลาดหลัก

สวัสดีค่ะ วันนี้ทีม BLS Global Investing ชวนทำเดินก้าวแรกไปด้วยกันกับข้อมูลการลงทุนใน 3 ตลาดหลักที่ถ้าอยากเริ่มต้นลงทุนต่างประเทศควรรู้!

 

[FINA] AW_EP2_100921

มาเริ่มกันที่… ตลาดที่ 1 สหรัฐอเมริกา

  • ทำไมควรลงทุนในสหรัฐฯ

– ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากขนาดของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือ GDP มีมูลค่ามากที่สุดในโลก โดย GDP สหรัฐฯในปี 2563 มีมูลค่า 20.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 24.2% ของ GDP โลก อีกทั้งหลาย ๆ คนยังคงมองว่าประเทศสหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก ส่งผลทำให้มีเงินลงทุนหลั่งไหลจากทั่วโลกและมีนักลงทุนให้ความสนใจและลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ

– ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการออกกฏควบคุมที่ชัดเจน รวมถึงมีกฎระเบียบ อีกหนึ่งปัจจัยทำให้ตลาดหุ้นมีประสิทธิภาพ

– ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความมั่งคั่ง โดยมีทั้ง Market cap ที่ใหญ่ และ สภาพคล่องสูง โดยข้อมูลจาก Siblisresearch เผย ณ 30 มิ.ย. 64 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีมูลค่า 47 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นราว 193% ของ GDP สหรัฐฯ และ 42% ของตลาดหุ้นโลก ขณะที่มูลค่าซื้อขายหุ้นเฉลี่ยต่อวัน (เฉพาะในตลาด NASDAQ) อยู่ที่ 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 768 หมื่นล้านบาท (ข้อมูล ณ 31 ส.ค.64) ซึ่งหากเทียบกับไทย มูลค่าซื้อขายหุ้นเฉลี่ยต่อวันจะอยู่ที่ 9.2 หมื่นล้านบาท (ข้อมูล ณ 10 ก.ย. 64)

  • ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ มีบริษัทขนาดใหญ่และเป็นที่รู้จักระดับโลกนำหุ้นเข้ามาจดทะเบียนเป็นจำนวนมาก เช่น Alphabet (บริษัทแม่ของ Google), Facebook, Tesla, Apple, Netflix ที่นักลงทุนหลาย ๆ คนทั่วโลก อยากไปเข้าลงทุน

 

  • ตลาดหลักทรัพย์หลักของสหรัฐฯ มีอะไรบ้าง

ตลาดหลักทรัพย์หลักของสหรัฐ มีอยู่ 2 ตลาดหลัก  ซึ่งได้แก่

  1. ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก New York Stock Exchange (NYSE)
  2. ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก National Association of Securities Dealers Automated Quotation System (NASDAQ)

อีกทั้งยังมีตลาดหลักทรัพย์อีกหลายแห่งที่เปิดดำเนินการในสหรัฐอเมริกา เช่น

  1. American Stock Exchange (AMEX)
  2. NYSE Arca (NYSE ARCA)
  3. Boston Stock Exchange (BSE)
  4. Chicago Board Options Exchange (CBOE)
  5. Chicago Board of Trade (CBOT)
  6. Chicago Mercantile Exchange (CME)
  7. Chicago Stock Exchange (CHX)
  8. International Securities Exchange (ISE)
  9. Miami Stock Exchange (MS4X)
  10. National Stock Exchange (NSX)
  11. Philadelphia Stock Exchange (PHLX)
  • จำนวนหุ้น/ ETF ในตลาด

ปัจจุบันมีบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด NYSE ราว 2,900 บริษัท และ NASDAQ ราว 3,000 บริษัท สำหรับ ETF ในตลาดสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 2,200 กองด้วยกัน (ETF ส่วนมากมักจะจดทะเบียนอยู่ในตลาด NYSE ARCA และ AMEX)

  • เวลาเปิดทำการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์

เวลาเปิดทำการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อเทียบเป็นเวลาไทย คือ 21.30 – 04.00 น.*

หมายเหตุ:

* สหรัฐฯ จะมีช่วงเวลาที่เรียกว่า Daylight Saving Time ซึ่งอยู่ระหว่างวันที่ 14 มี.ค. – 7 พ.ย. 64 โดยจะมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้น ส่งผลต่อเวลาซื้อขายในตลาดให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง คือ 20.30 – 03.00 น. (เมื่อเทียบกับเวลาไทย)

กล่าวคือ ในปัจจุบัน ณ วันที่ 10 ก.ย. 64 นี้ ตลาดสหรัฐฯ จะเปิดซื้อขายเวลา 20.30 – 3.00 น. และในวันที่ 8 พ.ย. ที่จะถึงนี้ ตลาดจะกลับไปเปิดทำการเวลา 21.30 – 4.00 น. นั่นเอง…

BLS Tips: Daylight Saving Time (DST) หรือ เวลาฤดูร้อน เป็นข้อตกลงในการปรับนาฬิกาไปข้างหน้า เพื่อให้มีแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาบ่ายมากขึ้นและมีแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาเช้ามีน้อยลง โดยปกติแล้วจะปรับไปข้างหน้าหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะเข้าฤดูใบไม้ผลิ และปรับกลับหลังในฤดูใบไม้ร่วง

  • จำนวนหุ้นขั้นต่ำต่อออเดอร์ที่สามารถลงทุนได้ (Lot size)

ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ จำนวนหุ้นขั้นต่ำหรือ Lot Size ที่นักลงทุนสามารถลงทุนได้คือ 1 หุ้น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ 1 หุ้นก็ซื้อได้!

  • อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันเทียบกับบาทไทย

อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ณ วันที่ 9 กันยายน ณ เวลา 22.57 น. คือ 32.71 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ

 

US

Source: Bloomberg as of 09/09/64

  • ตัวอย่างหุ้นยอดฮิต

Tesla (TSLA) บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง ที่ทั้งออกแบบ ผลิตและ จำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้า รวมไปถึงส่วนประกอบระบบส่งกำลังของยานพาหนะไฟฟ้า

Facebook (FB) บริษัทเจ้าของ social media ชื่อดัง โดยเป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่มีชื่อว่า Facebook

Apple (AAPL) บริษัทเทคฯระดับโลก เจ้าของ Hardware ชื่อดังอย่าง iMac, iPhone, iPad, และ iPod อีกทั้งยังพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์ต่อเนื่อง อาทิ ApplePay, Apple Music, iCloud ควบคู่ด้วยเช่นกัน

Pfizer (PFE) บริษัทผลิต วิจัย และพัฒนายาและวัคซีนสำหรับโรคต่างๆ รวมถึงเป็นผู้ผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 รายใหญ่ของโลก

P&G (PG) เจ้าของแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคที่คุ้นหูคนทั่วโลกอย่าง ยาสระผม Pantene และ Head & Shoulders, ยาสีฟัน Oral-B, น้ำยาปรับผ้านุ่ม Downy และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมดราว 65 แบรนด์ในเครือ

 

ตลาดที่ 2 ฮ่องกง

  • ทำไมควรลงทุนในฮ่องกง

– ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชีย

– หลายบริษัท เลือกที่จะทำการจดทะเบียนแบบ Secondary Listing ในตลาดหุ้นฮ่องกง แทนการจดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ และจีน ที่ในปัจจุบัน ทางการจีนและสหรัฐฯ แสดงความเข้มงวดต่อบริษัทสหรัฐฯ ที่จดทะเบียนในตลาดจีนมากขึ้น

– ตลาดเงินฮ่องกงมีเสถียรภาพ จากการที่ค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกง ที่ผูกติดกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีเสถียรภาพที่สุดในโลก

  • ตลาดฮ่องกง มีตลาดหลักทรัพย์หลักอะไรบ้าง

ตลาดหลักทรัพย์ในฮ่องกงมีเพียงตลาดเดียวคือ Hong Kong Exchanges and Clearing หรือที่เราเรียกว่า “HKEX”

  • จำนวนหุ้น / ETF ในตลาด

ปัจจุบัน ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา HKEX เผยจำนวนบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงอยู่ที่ 2,200 บริษัท ในขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 28 พ.ค. HKEX เผยจำนวน ETF ที่จดทะเบียนมีอยู่ทั้งหมดที่ 140 ตัว

  • เวลาเปิดทำการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์

ในช่วงเช้าตลาดฮ่องกงเปิดทำการเวลา 8.30-11.00 น. และพักช่วงกลางวัน และเปิดทำการอีกครั้งในช่วงบ่ายเวลา 12.00-15.00 น. (ตามเวลาไทย)

  • จำนวนหุ้นขั้นต่ำต่อออเดอร์ที่สามารถลงทุนได้ (Lot size)

หน่วยการซื้อขายขึ้นอยู่กับหุ้นแต่ละตัว โดยส่วนมากแล้ว Lot size จะอยู่ที่ 100 หุ้น ดังนั้น นักลงทุนสามารถลงทุนได้ตั้งแต่ 100 หุ้นและเพิ่มขึ้นไปทีละ 100 หุ้นนั่นเอง อย่างไรก็ดี แต่ละหลักทรัพย์ อาจมี Lot size ที่แตกต่างกัน นักลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ระบบซื้อขายของหลักทรัพย์บัวหลวง “Global Invest”

  • อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันเทียบกับบาทไทย

อัตราแลกเปลี่ยน HKD/THB ณ วันที่ 9 กันยายน 64 เวลา 22.57 น. เท่ากับ 4.2058

ซึ่งหมายถึง 1 ดอลลาร์ฮ่องกง เท่ากับ 4.2056 บาทไทยนั่นเอง

 HK

      Source: Bloomberg as of 09/09/21

 

  • ตัวอย่างหุ้นยอดฮิต

Alibaba (9988) บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์ม E-commerce อันดับ 1 ของจีน และมีธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจาก E-commerce อาทิ Clould Computing, FinTech ฯลฯ

Meituan (3690) บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ขนส่งอาหารในจีน (คล้าย Grab) และยังมีบริการเสริมอื่น ภายในแพลตฟอร์ม เช่น จองตั๋วภาพยนตร์, จองที่พัก ฯลฯ

Xiaomi (1810) บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสมาร์ทโฟนจากจีน รวมไปถึงสินค้า Internet of Things (IoTs) ที่มีราคาเข้าถึงจับต้องได้

Tencent (0700) บริษัทผู้พัฒนาเกมออนไลน์จากจีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของรายได้ และ เป็นเจ้าของเกมชื่อดังอย่าง Honour of Kings (เพิ่มชื่อเกมลงไปอีกประมาณ 2 เกมนะ)

Baidu (9888) บริษัทผู้ให้บริการเครื่องมือการค้นหาข้อมูล (Search Engine) คล้าย Google ของสหรัฐฯ

 

ตลาดที่ 3 เวียดนาม

  • ทำไมควรลงทุนในเวียดนาม

GDP โตแกร่งในปี 63 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม (GSO) เผยตัวเลข GDPปี 63 โต 2.9% เทียบกับปีก่อนหน้า เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเป็นบวก ในขณะที่บางประเทศ GDP จะโตติดลบ เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 อาทิ ไทย สหรัฐฯ ฯลฯ อีกทั้งในเศรษฐกิจไตรมาส 1 ปี 2564 ยังโตต่อที่ 4.5% เทียบกับปีก่อนหน้า

ตลาดยังคาดเศรษฐกิจยังสามารถโตได้ต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนสำคัญของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การที่ประชากรเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศเวียดนามเป็นคนวัยหนุ่มสาว ซึ่งอยู่ในวัยทำงานที่สร้างผลิตภาพ (Productivity) ให้ประเทศได้มาก รวมถึงการบริโภคภายในประเทศก็ยังสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ภาครัฐบาลเองก็อยู่ในระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของประเทศ จากการเติบโตของเวียดนามในหลายๆ มิติ ทำให้สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ให้เข้ามาในประเทศได้อย่างมหาศาล

  • ตลาดเวียดนาม มีตลาดหลักทรัพย์หลักอะไรบ้าง

1. ตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ Ho Chi Minh Stock Exchange (HOSE หรือ HSX)

ตลาดหลักทรัพย์ Ho Chi Minh เป็นตลาดหลักทรัพย์หลักของเวียดนาม ก่อตั้งเมื่อ 27 ก.ค. 2543 โดยมีดัชนีหลักคือ VNINDEX ซึ่งเป็นดัชนีที่แสดงถึงภาพรวมตลาดหุ้นเวียดนาม รวมถึงดัชนี VN30 ที่แสดงถึงหุ้นเวียดนามขนาดใหญ่ และมีสภาพคล่องดี 30 ตัวแรก

ในตลาดโฮจินมินห์ สามารถลงทุนได้ทั้งหุ้นสามัญ หุ้นกู้ กองทุนปิด ETF และใบสําคัญแสดงสิทธ์อนุพันธ์ (Covered Warrant)

เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ 432 บริษัท และ ETF กว่า 7 ตัวด้วยกัน มูลค่ารวมของสินทรัพย์ในตลาดทั้งหมดอยู่ที่ราว 229.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

2. ตลาดหลักทรัพย์ฮานอย Hanoi Stock Exchange (HNX)

ตลาดหลักทรัพย์ Hanoi เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเวียดนาม โดยภายใต้ตลาดหลักทรัพย์ Hanoi จะมีตลาด UPCOM ซึ่งเป็นแหล่งรวมการจดทะเบียนซื้อขายของบริษัทขนาดกลางถึงเล็ก เนื่องจากมีข้อกำหนดในการจดทะเบียนที่ผ่อนคลายกว่าตลาดหลักทรัพย์ Ho Chi Minh

HNX ก่อตั้งเมื่อปี 2541 และเริ่มซื้อขายอย่างเป็นทางการในปี 2548

ณ วันที่ 30 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมา ในตลาด HNX มีหุ้นสามัญจดทะเบียนอยู่ 366 หุ้น และ ETF 7 กองด้วยกัน มูลค่ารวมของสินทรัพย์ในตลาดทั้งหมดอยู่ที่ 49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • จำนวนหุ้น / ETF ในตลาด

ข้อมูลจาก Global Economy.com เผยว่าในปี 2563 ที่ผ่านมา ในตลาดเวียดนาม มีบริษัทจดทะเบียนอยู่ทั้งหมด 745 บริษัท อีกทั้งยังเผยข้อมูลว่า จำนวนบริษัทจดทะเบียนเฉลี่ยทั่วโลกกว่า 68 ประเทศ อยู่ที่ 563 บริษัท แสดงให้เห็นว่า จำนวนบริษัทจดทะเบียนในเวียดนาม นับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย

  • เวลาเปิดทำการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์

ตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม ทั้งตลาด Ho Chi Minh (HSX), Hanoi (HNX) จะมีช่วงเวลา Pre-open และ/หรือ Pre-close ยกเว้นตลาด UPCoM ที่ไม่มีช่วงเงวลา Pre-open และ Pre-close คล้ายกับตลาดหลักทรัพย์ของไทย โดยเวลาทำการของ ทั้ง 3 ตลาดหลักทรัพย์นี้ มีระยะเวลาที่แตกต่างกันเล็กน้อย สรุปเป็นตาราง ดังนี้


VNT

  • จำนวนหุ้นขั้นต่ำที่สามารถลงทุนได้ (Lot size)As of 10/9/64

โดยปกติแล้ว หุ้นเวียดนาม ไม่ว่าจะอยู่ในตลาดหุ้นโฮจิมินห์, ฮานอย หรือ UPCoM จะมี Lot size อยู่ที่ 100 หุ้น ซึ่งหมายความว่า นักลงทุนสามารถลงทุนตั้งแต่ 100 หุ้น และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทีละ 100 หุ้นนั่นเอง

หมายเหตุ: ทางหลักทรัพย์บัวหลวง ตั้งมูลค่าซื้อขายขั้นต่ำต่อ 1 ออเดอร์ที่ 50,000 บาท

  • อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันเทียบกับบาทไทย

จากรูป แสดงกราฟของอัตราแลกเปลี่ยน VND/THB ย้อนหลัง 5 ปี (9/9/59 – 9/9-64)

ณ วันที่ 9 ก.ย. 64 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 0.001438 ซึ่งหมายความว่า 1 เวียดนามดอง เท่ากับ 0.001438 บาท หรือ 1 บาท เท่ากับราว 695.41 เวียดนามดองนั่นเองVN

Source: Bloomberg, as of 09/09/64

  • ตัวอย่างหุ้นยอดฮิต

Digiworld World (DGW) บริษัทจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ สมาร์ทโฟน แล็ปท็อป แท็บเล็ต ฯลฯ ในเวียดนาม คล้าย COM7ของไทย

DGW

Source: Digiworld, as of 15/12/63

Airports Corp. of Vietnam (ACV) บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจสนามบินในเวียดนาม คล้าย AOT ของไทย

Vingroup (VIC) บริษัทโฮลดิ้งที่ดำเนินธุรกิจหลากหลาย สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักได้แก่ ธุรกิจกลุ่มเทคโนโลยี การให้บริการ และอุตสาหกรรม และในปัจจุบันเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในตลาดเวียดนามที่ 348.6 ล้านล้านเวียดนามดอง

 

จบไปแล้วนะคะ สัปดาห์หน้าจะเป็นหัวข้อการลงทุนต่างประเทศที่น่าสนใจอะไรบ้างนั้น..

ติดตามกันนะคะ

ช่องทางในการติดตาม :

Facebook: Bualuang Securities Click

Bualuang Knowledge Sharing Click

 

📌 เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ BLS Global Investing ได้ที่ https://bls.tips/openglobalinvesting

📌 บริการที่นักลงทุนต่างประเทศรอคอย บริการยื่นข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากการลงทุนในหลักทรัพย์สหรัฐฯ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bls.tips/ustaxservice

 

#เริ่มต้นลงทุน #ลงทุนต่างประเทศ #BLSGlobalInvesting #หลักทรัพย์บัวหลวง

Source: BLS Global Investing (Website), Bloomberg, Wikipedia, Theglobaeconomy.com, HKEX, Statista, Quora, Investing.com, ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 64

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่