สรุป 8 แง่คิดของคุณปู่ Warren Buffett

หลังจากการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี (Annual Meetings) ของบริษัท Berkshire Hathaway (BRK) ที่จัดขึ้นที่ เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2564 เป็นระยะเวลา 3.5 ชั่วโมง มีประเด็นน่าสนใจอะไรบ้าง วันนี้ BLS Global Investing รวบรวมมาให้แล้วค่ะ

นักลงทุนหลาย ๆ อาจพอรู้มาบ้างแล้ว ในหลายแง่มุมที่คุณ Warren Buffett ได้แชร์มุมมองเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น พร้อมกับคุณ Charlie Munger นักลงทุนคู่หูของ Buffett อีกทั้งยังเป็นรองประธานบริษัท Berkshire Hathaway ในปัจจุบัน

สรุป 8 แง่คิดของ Warren Buffett และ Charlie Munger ในการประชุมผู้ถือหุ้นปี 64 ที่ผ่านมา มีอะไรบ้าง พร้อมความรู้เพิ่มเติม เพื่อให้นักลงทุนได้คิดต่อ…

[FINAL] AW_Buffett_070521 (1)

1. มูลค่าหุ้นเทคฯขนาดใหญ่ไม่ได้สูงจนเกินไป หลังมองว่าอัตราดอกเบี้ยยังต่ำและ Alphabet (GOOGL) หรือ Apple (AAPL) สร้างรายได้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งเป็นหุ้นที่ยังน่าเหลือเชื่อในแง่ของผลตอบแทนที่ได้รับจากเงินทุน และยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังอยู่ระดับนี้ หุ้นเทคฯขนาดใหญ่ยังนับว่าอยู่ในราคาที่ต่ำกว่าที่ราคาที่แท้จริง ซึ่งสวนกระแสกับตลาดที่มองว่ามูลค่าหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ มีมูลค่าสูงเกินไปแล้ว

มุมมองนี้ อาจทำให้นักลงทุนหลาย ๆ ท่าน อาจเริ่มหันกลับมาสนใจและเลือกลงทุนในหุ้นเทคฯ มากขึ้น หลังจากราคาหุ้นมีการปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น พร้อมกับเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน ขณะที่ Fed ยังไม่มีนโยบายลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี Buffett ยังคงให้ความสนใจกับหุ้นเทคฯ ขนาดใหญ่ ที่คงจะหนีเหล่า FAAMNA ไปไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น Facebook (FB), Apple (AAPL), Amazon (AMZN), Microsoft (MSFT), Netflix (NFLX) และ Alphabet (GOOGL) 

2. แนะนำให้เลือกลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงดัชนี (Index Fund) เช่น ดัชนี S&P 500 สำหรับการลงทุนระยะยาว

โลกสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้มาก และ Buffett ได้พูดถึง 20 บริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และบริษัทที่จะยังคงอยู่ในลิสต์เดียวกันในอีก 30 ปีข้างหน้า เขากล่าวว่าคงจะเป็นบริษัทใดไปไม่ได้ นอกเสียจาก Apple (AAPL), Saudi Aramco, Microsoft (MSFT), Amazon (AMZN), Alphabet (GOOG) และ Facebook (FB)

อีกทั้งยังเสริมว่า ไม่มีบริษัทไหนเลยที่เมื่อปี 2532 อยู่ในลิสต์ 20 บริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและยังคงอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน (ระยะเวลาประมาณ 30 ปีก่อน) ซึ่งในขณะนั้นมากกว่าครึ่งนึงเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ประกอบไปด้วยบริษัทกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรม และยังมีบริษัทสหรัฐฯในขณะนั้น ซึ่งได้แก่ Exxon (XOM), General Electric (GE), Merck (MRK), IBM (IBM), AT&T (T) และ Philip Morris (PM) แสดงให้เห็นว่า โลกมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก การเลือกลงทุนในกองทุนที่อิงกับดัชนี จึงเป็นอีกวิธีการลงทุนที่ดี

หากเรามองแบบเดียวกันกับ Buffett และ Munger มี ETF ตัวไหนบ้างที่นักลงทุนซื้อได้และค่าธรรมเนียมต่ำ

  • สหรัฐฯ – Vanguard S&P 500 ETF (VOO)

ETF ที่เลือกลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ อิงดัชนี S&P500 เหมาะสมกับการลงทุนในระยะยาว ค่าธรรมเนียมต่ำ ซึ่งอยู่ที่ 0.03% ต่อปี ออกโดยบริษัทชื่อดังอย่าง Vanguard ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 64) อยู่ที่ 56.3% และผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้ง ETF (7 ก.ย. 53 – 31 มี.ค. 64) อยู่ที่ 15.3% ต่อปี

  • ฮ่องกง – Tracker Fund of Hong Kong (2800)

ETF จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงจำนวน 55 ตัว อิงกับดัชนีฮั่งเส็ง (Hang Seng Index) ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 0.10% ต่อปี

  • เวียดนาม – DR E1VFVN3001 (E1VFVN3001)

DR หรือตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ออกโดยหลักทรัพย์บัวหลวงเป็นผู้แรกของประเทศไทย โดย E1VFVN3001 อ้างอิงกับ VN30 ETF หรือ E1VFVN30 ประกอบไปด้วยหุ้นชั้นนำ 30 ตัวแรกของเวียดนามที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ (คล้ายดัชนี SET50 ของไทย) โดยสำหรับตัว DR นี้ สามารถซื้อขายสะดวก ผ่านแอปฯ Streaming

3. คาดแนวโน้ม SPAC ไม่อยู่ตลอดไป และมองว่าจะทำให้ตลาดทุนแข่งขันสูงขึ้น พร้อมนิยาม SPAC ว่า “It’s a Killer”

Buffett ยังได้กล่าวถึงการทำ SPACs ที่เริ่มเข้ามีบทบาทในตลาดหุ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน โดย Buffett ได้เตือนถึงการเก็งกำไรอย่างรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในตลาดหุ้น ส่งผลต่อนักลงทุนหน้าใหม่และนักลงทุนที่ไม่มีประสบการณ์ เมื่อมีแรงกระตุ้นการซื้อและขายของหุ้นที่มากเกินไป

การทำ SPACs คืออะไร ดีกว่าการ IPO แบบปกติอย่างไร… บางท่านอาจยังไม่ทราบว่า SPACs (Special-purpose acquisition company) คืออะไร SPAC หมายถึง การที่บริษัทต้องการหาเงินทุนผ่านนักลงทุน (Public investors) ในตลาดหลักทรัพย์ โดยเลือกที่จะไม่ IPO แต่กลับเข้าซื้อกิจการที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว ซึ่งแท้จริงแล้ว การทำ SPACs เป็นวิธีที่มีมาเป็นสิบ ๆ ปี แต่ในช่วงหลัง เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยในปี 63 ช่วงต้นเดือนสิงหาคม จำนวนการทำ SPACs มีมากกว่า 50 ครั้งแล้ว อย่างไรก็ดี การที่ไม่ผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ อาจทำให้มีบางบริษัทที่เข้าเพิ่มทุน ไม่มีลักษณะตามมาตรฐาน และอาจส่งผลด้านลบต่อนักลงทุนหน้าใหม่หรือมีประสบการณ์น้อยในตลาดทุนได้

4. ไม่กังวล ขึ้นภาษีนิติบุคคล เนื่องจากอัตราภาษีในอดีตสูงกว่านี้ แต่บริษัทก็ยังปรับตัวได้ โดยมองว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบในระยะสั้น

ทั้ง Buffett และ Munger มองว่า.. อัตราภาษีของเหล่าบริษัทที่ถูกเสนอให้เพิ่มขึ้นจากนโยบายของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะผลกระทบเชิงลบในระยะสั้นต่อผู้ถือหุ้น และไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลมากนัก เนื่องจากบริษัทจะมีการปรับตัวต่อไปในอนาคต

การขึ้นภาษีของประธานาธิบดี โจ ไบเดน จากเดิมที่ภาษีนิติบุคคลอยู่ที่ 21% จะขึ้นเป็น 28% มีจุดประสงค์เพื่อนำรายได้ในส่วนนี้ไปจ่ายให้กับโครงการ “American Jobs Plan” ซึ่งเป็นแผนพัฒนาโครงสร้างและกลุ่มพลังงานระดับประเทศ นำไปสู่การจ้างงาน หลังจากวิกฤตโควิด-19 ได้ผ่านพ้นไป โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้กล่าวว่าการขึ้นภาษีในครั้งนี้ มีไว้สำหรับกลุ่มคนรวยและบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มความเท่าเทียมในระบบเศรษฐกิจ เพิ่มงานและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของกลุ่มชนชั้นกลาง

5. ไม่ (กล้า) ให้ความเห็นต่อ Bitcoin ขณะที่คู่หูนักลงทุน Charlie Munger มอง Bitcoin ว่าน่ารังเกียจ

Munger ยังพูดต่อว่า Bitcoin เป็นสินค้าทางการเงินที่สร้างขึ้นมาจากอากาศ และมีความรู้สึกไม่ยินดีกับความสำเร็จของ Bitcoin ในประเด็นนี้ ทั้ง Buffett และ Munger ไม่ได้พูดต่อมากนัก โดยเขากล่าวว่าเขาไม่ต้องการสร้างความโศกเศร้าให้กับคนที่ซื้อ Bitcoin ไปแล้ว

บางท่านอาจมีประสบการณ์ร่วมกับ Bitcoin กันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การเทรด ได้ยินเพื่อนพูดกัน เป็นต้น ว่าแต่แท้จริงแล้ว Bitcoin คืออะไร… Bitcoin (บิทคอยน์) สกุลเงินดิจิตัลที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2552 โดยการทำธุรกรรมจะเป็นในลักษณะของการกระจายอำนาจ (Decentralized) ไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง เช่น ธนาคาร จึงส่งผลให้ค่าธรรมเนียมต่ำ โดย Bitcoin เป็นประเภทหนึ่งของอัตราแลกเปลี่ยนคริปโตและไม่สามารถจับต้องได้ เป็นลักษณะของสกุลเงินดิจิตัล มีเฉพาะยอดคงเหลือที่เก็บไว้ในบัญชีแยกประเภทสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างโปร่งใส ธุรกรรม Bitcoin ทั้งหมดได้รับการตรวจสอบโดยพลังคอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาลและไม่ได้ออกหรือสนับสนุน โดยธนาคารหรือรัฐบาลใด ๆ อีกทั้ง Bitcoin แต่ละตัวมีมูลค่าเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ชื่อย่อของ Bitcoin ได้แก่ “BTC”

6. เชื่อ “Tim Cook” เป็นหนึ่งใน CEO ที่เก่งที่สุดในโลก พร้อมยกยอผลิตภัณฑ์ของ Apple เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราไปแล้ว

Buffett ยอมรับว่าการที่ขายหุ้น Apple (AAPL) ส่วนหนึ่ง ที่สัดส่วนคิดเป็น 3.7% หรือที่จำนวนหุ้น 944 ล้านหุ้นเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิด Buffett มองว่าสินค้าของ Apple เป็นสินค้าที่อยู่รอบตัวมนุษย์แล้ว

อีกทั้งสินค้าของ Apple นั้นติดตลาด ลูกค้ามี Loyalty ต่อแบรนด์สูง ถึงแม้สินค้ามีราคาสูง แต่ปัจจุบัน คนก็ยังเลือกที่จะใช้และซื้อ เน้นที่แบรนด์เป็นหลัก อย่างไรก็ดี พอร์ตการลงทุนของ Berkshire Hathaway ยังมีสัดส่วนของหุ้น AAPL ที่มากที่สุดของพอร์ต และมีมูลค่ากว่า 111 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พ.ค. 64)

จะเห็นว่า สินค้า iPhone สมาร์ทโฟนที่มีมากมายหลายรุ่น (จนปัจจุบันมีข่าวกำลังจะเตรียมตัวเปิดสินค้า iPhone 13 กันอีกแล้ว) เป็นสินค้าที่สามารถสร้างรายได้ในสัดส่วนที่มากที่สุด เมื่อเทียบกับสินค้าและบริการอื่น ๆ อาทิ iPad, iMac, Airpods, Apple Watch และหลังจากเปิดตัว iPhone 12 สมาร์ทโฟน 5G จึงทำให้ยอดขายสมาร์ทโฟนของ Apple กลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง หลังจากตั้งแต่ช่วงปี 58 ถูกคู่แข่งอย่าง Samsung แซงหน้าไป

01

7. เตือนมือใหม่ การเลือกหุ้นที่ดี ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และเสริมว่าการเลือกหุ้นจะต้องพิจารณาหลายปัจจัยและซับซ้อนกว่าการเลือกอุตสาหกรรมที่จะเติบโตในอนาคต

Buffett ยังยกตัวอย่างเหตุการณ์ในยุค 1900s ขณะนั้นมีจำนวนบริษัทที่เข้ามาในธุรกิจยานยนต์ประมาณ 2,000 บริษัท เพราะนักลงทุนและเจ้าของธุรกิจมองว่า อุตสาหกรรมจะสามารถโตและดีต่อไปได้ในอนาคต จนกระทั่งในปี 2009 หรือพ.ศ. 2552 มีบริษัทที่ผลิตยานยนต์เหลืออยู่เพียง 3 บริษัทเท่านั้น และมีอยู่ 2 บริษัทที่ล้มละลายไป

ในประเด็นนี้ แสดงให้เห็นว่าการเลือกบริษัทนั้น อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราอาจจะไม่รู้ได้อย่างแน่ชัดว่าบริษัทไหนจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อจนกระทั่งเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และไม่แน่ว่าบริษัทที่เราเลือก หรือมองว่าดีในปัจจุบันจะหาย เปลี่ยนลักษณะธุรกิจ หรือล้มละลายเมื่อไหร่ ดังนั้นการวิเคราะห์และหาข้อมูลด้านโมเดลธุรกิจ ความสามารถในการเติบโตและการแข่งขันในปัจจุบันและอนาคตจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หรือแม้แต่การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแทนการลงทุนในหุ้นรายตัว อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ

8. หุ้นพลังงาน ยังไม่หมดอนาคต โดยเชื่อว่าบริษัทจะทำประโยชน์ต่อสังคมได้ในอนาคต แม้โลกเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด

Buffett เผยว่าไม่มีปัญหาหรือประเด็นที่ต้องกังวลในการลงทุนหรือถือหุ้น Chevron (CVS) เพราะมองว่าการลงทุนบริษัทกลุ่มน้ำมัน จะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนของโลกในอนาคต ถึงแม้โลกกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปใช้พลังงานทดแทนก็ตาม

รู้หรือไม่ บริษัท Chevron (CVX) อยู่ใน Universe ของเราด้วย… Chevron (CVX) เป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการด้านพลังงาน เคมี ปิโตรเลียม ทั่วโลก โดยดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ การดำเนินธุรกิจแบบต้นน้ำ ได้แก่ การทำเหมือง การพัฒนาและผลิต น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ การขนส่งต่อไปเพื่อนำไปผลิตต่อ เป็นต้น ส่วนธุรกิจแบบปลายน้ำนั้น จะเกี่ยวกับการกลั่นน้ำมันดิบเพื่อนำไปผลิตน้ำมันปิโตรเลียมต่อ การผลิตสารหล่อลื่นที่ใช้ในอุตสาหกรรม ฯลฯ โดย Chevron ก่อตั้งเมื่อปี 2422 โดยดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานมากกว่า 140 ปี มูลค่าบริษัท (Market Capitalization) อยู่ที่ราว 210.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยในไตรมาส 1 ปี 64 รายได้รวมอยู่ที่ 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากรายได้รวมไตรมาส 1 ปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงกว่า 61% เมื่อเทียบปีก่อน

02

Source: www.chevroncorp.gcs-web.com, as of 6/5/64

 

📌 เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ BLS Global Investing ได้ที่ https://bls.tips/openglobalinvesting

📌 ขยายวันโอนเงินไปต่างประเทศกับหลักทรัพย์บัวหลวง ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ทุกวันอังคาร และ วันพุธตลอดวัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://bls.tips/globalinvesttransfer 

#Buffett #ประชุมผู้ถือหุ้น2564 #BLSGlobalInvesting #หลักทรัพย์บัวหลวง

Source: CNBC, Yahoo Finance, Investor.vanguard.com, อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 31 บาท

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่