เปิดศึก Amazon vs Walmart หลังผลวัคซีนบวก ใครได้ประโยชน์มากกว่า

Walmart อาจได้รับแรงหนุน หลังจาก Pfizer ประกาศประสิทธิภาพวัคซีนป้องกันโควิดที่ 95% !!!

[FINAL] AW - Compare AMZ WMT

Walmart (WMT) บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่านช่องทางร้านค้าแบบออฟไลน์ ครองส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีกกว่า 16% ของโลก (ข้อมูล เดือนมิ.ย. 63) ผู้มีสาขากว่า 5,353 สาขาในสหรัฐฯ และ 11,496 สาขาทั่วโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 63)

1.0

ที่มา : เว็ปไซต์ Walmart

อีกทั้ง Walmart มีสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้าผ่านหน้าร้านหรือแบบออฟไลน์ในไตรมาส 3 ปี 63 (แต่ปีบัญชีของ Walmart เท่ากับ ไตรมาส 3 ปี 64) อยู่ที่ 92% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งหากเศรษฐกิจกลับมาเปิดได้อย่างเต็มรูปแบบ เรามองว่าบริษัทจะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าว หลังผู้บริโภคจะสามารถกลับมาเลือกซื้อสินค้าที่หน้าร้านของ Walmart ได้

h AMZN US Equity (Amazon.com Inc) 2020-11-19 10-06-59-Recovered 20.11 hey

ที่มา : Bloomberg ข้อมูล ณ วันที่ 19 พ.ย. 63

จากรูป แสดงความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของ Walmart (WMT) เปรียบเทียบกับราคาหุ้นของ Amazon (AMZN) ตั้งแต่ต้นปี 63 เมื่อพิจารณาวันที่ 30 ม.ค. 63 ซึ่งเป็นวันแรกที่สหรัฐฯ รายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายแรกของประเทศ จนถึงวันที่ 18 พ.ย. 63 ที่บริษัท Pfizer ประกาศประสิทธิภาพวัคซีนในเฟส 3 กว่า 95% จะเห็นว่าตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. 63 จนถึงวันที่ 18 พ.ย. 63 ราคาหุ้นของ Amazon ปรับขึ้นมาแล้วกว่า 68.1% ในขณะที่หุ้น Walmart ปรับขึ้นราว 27.1%

อย่างไรก็ดีช่องว่างระหว่างราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทนั้นมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ข่าววัคซีนของ Pfizer ออกมา ซึ่งอาจมองได้ว่าข่าววัคซีนนี้ อาจเป็นแรงหนุนราคาหุ้นของ Walmart

แล้วรู้หรือไม่…?

2 บริษัทนี้ ได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจที่แตกต่างจากเดิม สร้างรายได้เสริมจากธุรกิจใหม่

Walmart+ คืออะไร ?

บริการใหม่ที่ทำการเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 63 เป็นบริการที่สร้างขึ้นเพื่อให้ลูกค้าทำการเลือกสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ อีกทั้งยังให้บริการขนส่งถึงบ้านแบบ Same-day delivery แบบไม่จำกัดให้กับลูกค้าอีกด้วย โดยในไตรมาสล่าสุด (เดือนส.ค. – ต.ค. 63) ยอดขาย e-Commerce ของ Walmart ในสหรัฐฯ โตกว่า 79% แสดงให้เห็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากช่องทางแบบออนไลน์มากขึ้น อีกทั้ง Walmart ยังมี Walmart App เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่สาขาสามารถ Scan & Go ได้เลย เพียงต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิก Walmart+ เท่านั้น

เปรียบเทียบกับ Amazon ผู้เริ่มธุรกิจจากออนไลน์ สู่ ออฟไลน์ มากว่า 5 ปีแล้ว

Amazon ผันตัวเข้าสู่ตลาดออฟไลน์หรือธุรกิจแบบ Brick-and-mortar มากขึ้น โดยเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2558 เริ่มเปิดร้านขายหนังสือร้านแรกที่เมือง Seattle รัฐ Washington ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจซื้อขายสินค้าแบบหน้าร้าน โดยใช้จุดแข็งของตัวเอง ซึ่งก็คือฐานข้อมูลจากร้านค้าออนไลน์ช่วยวิเคราะห์สินค้าที่จะวางขายหน้าร้าน จนกระทั่งเมื่อเดือนก.ค. 63 ร้านค้าแบบออนไลน์ทั้งหมดของ Amazon มีอยู่กว่า 589 สาขา โดยแบ่งออกเป็น…

1.2

ที่มา : Statista

และแน่นอนว่าสัดส่วนหลักกว่า 84.9% ยังคงเป็นซุปเปอร์มาเก็ตที่มีชื่อว่า Whole Foods Market ที่เน้นจำหน่ายผลิตภัณฑ์ออแกนิคที่ได้รับการรับรองจาก USDA ของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ในเดือนม.ค. ปี 61 Amazon ยังเริ่มต้นเปิดร้านที่มีชื่อว่า “Amazon Go” โดยความน่าสนใจคือ การที่ลูกค้าสามารถเลือกหยิบสินค้า แล้วเดินออกจากร้านได้เลย โดยปราศจากแคชเชียร์ (จ่ายเงินผ่านมือถือด้วยระบบอัตโนมัติ) เพื่อความรวดเร็วและสะดวกสบาย ซึ่งปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 26 แห่งในสหรัฐฯ

1.3

ที่มารูปภาพ : Gigazine

นอกจากหุ้นค้าปลีกอย่าง Walmart แล้ว ยังมีหุ้นอิงการเปิดเศรษฐกิจอื่นที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น…

หุ้นกลุ่มค้าปลีก (นอกเหนือจาก Walmart)

อาทิ Target Corp. (TGT.NYSE), Costco Wholesale Corp. (COSTCO.NASDAQ), Home Depot (HD.NYSE), และ Ulta Beauty (ULTA.NASDAQ) บริษัทค้าปลีกสินค้าเพื่อความงาม อาทิ เครื่องสำอาง สกินแคร์ น้ำหอม ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ

1.4 1.5 1.6 1.7

หุ้นกลุ่มร้านอาหาร

อาทิ Starbucks (SBUX.NYSE), McDonald’s (MCD.NYSE), Yum! Brands Inc. (YUM.NYSE), และ Yum China Holdings Inc. (YUMC.NYSE) ผู้เป็นเจ้าของร้านอาหาร Fast food ชื่อดังอย่าง KFC, Pizza Hut, และ Taco Bell

1.11   1.12  1.131.14

หุ้นกลุ่มสายการบิน

อาทิ American Airlines (AAL.NASDAQ), United Airlines Holdings (UAL.NASDAQ) Southwest Airlines (LUV.NYSE), และ Delta Air Lines (DAL.NYSE)

1.21 1.22

1.23      1.24

หุ้นกลุ่มโรงแรมและการท่องเที่ยว

อาทิ Hilton Worldwide Holdings Inc. (HLT.NYSE), Marriott International Inc. (MAR.NASDAQ), TripAdvisor Inc. (TRIP.NASDAQ), และ Booking Holdings Inc. (BKNG.NASDAQ)

2.0   2.1  2.2  2.4

ที่มาข้อมูล BLS Global Investing, Amazon, Walmart, Bloomberg, CNBC, The Motley Fool, RISnews

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น