5 หุ้นยอดฮิตตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม ประจำเดือนธันวาคม 2563

นอกจากจะเปิดเผย 5 หุ้นยอดฮิตของแต่ละประเทศแล้ว วันนี้ทีม BLS Global Investing อยากจะพาทุกท่านติดตามลักษณะธุรกิจ ที่มาของรายได้ พร้อมทั้งสัดส่วนรายได้ล่าสุดของแต่ละบริษัทกันค่ะ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

Slide1 080164

1) Apple Inc. (AAPL)

รายได้หลักของ Apple มาจากการจำหน่ายสินค้า ไม่ว่าจะเป็น iPhone, Mac, iPad, Apple Watch โดยรายได้ของการจำหน่ายสินค้าเหล่านี้ (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 62 – 26 ก.ย. 63) อยู่ที่ 221 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 80.4% ของรายได้รวม นอกจากนี้อีก 19.6% หรือกว่า 54,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯนั้นมาจากรายได้จากการบริการ ซึ่งประกอบไปด้วย รายได้จากการโฆษณา, บริการ AppleCare หรือบริการคลาวด์ เป็นต้น โดยถ้าคิดเป็นรายผลิตภัณฑ์ iPhone มีรายได้คิดเป็น 54.7% ของรายได้รวม ซึ่ง Apple ได้เปิดตัว iPhone 12 ไปเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 63 โดย iPhone 12 ถือเป็นรุ่นแรกที่รองรับระบบ 5G และอาจเป็น Super cycle ใหม่ของผลิตภัณฑ์ Apple

2) Tesla Inc. (TSLA)

รายได้รวมของ Tesla 9 เดือนแรกปี 63 อยู่ที่ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกปี 62 หากมองที่สัดส่วนจะเห็นว่ารายได้หลักของ Tesla มาจากการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (รถยนต์ EV) ที่ 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็น 74.9% ของรายได้รวม อีกทั้ง Tesla ยังดำเนินธุรกิจให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้าและให้เช่าระบบการผลิตและจัดเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีรายได้ 5.7% ของรายได้รวม นอกจากนี้รุ่นของรถยนต์ EV ยอดฮิตของ Tesla มีชื่อว่า “Model 3” หรือ “Model Y” โดยทั้งปี 63 ที่ผ่านมา รถยนต์รุ่นนี้ส่งมอบไปทั้งหมดจำนวนกว่า 442,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 141,000 คัน ในขณะที่รถยนต์รุ่นที่ฮิตรองลงมาอย่าง “Model S” หรือ “Model X” สามารถส่งมอบไปแล้วในปี 63 ที่ 57,000 คัน ลดลงจากปีก่อนกว่า 9,800 คัน

3) Nio Inc. (NIO)

ตามมาติด ๆ กับคู่แข่งของ Tesla คือ Nio Inc. ซึ่งเป็นผู้ผลิต พัฒนา และจำหน่ายรถยนต์ EV จากจีน โดยรายได้หลักมาจากการขายรถยนต์ (94.3% ของรายได้รวม) ซึ่งในไตรมาส 3 ปี 63 เพิ่มขึ้น 146.1%YoY สู่ 4,300 ล้านหยวน หลังยอดส่งมอบรถโต 154%YoY แตะ 12,200 คัน แสดงให้เห็นว่าเทรนด์ของรถยนต์ EV ในจีนกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากภาพด้านล่าง จะเห็นได้ว่าสัดส่วนรถยนต์ EV เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้ง Market share ของรถยนต์ EV ต่อรถยนต์ทั้งหมดได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ปี 53 ไปจนถึงปี 62

01

Source: Deloitte

4) Nvidia Corp. (NVDA)

บริษัทเทคโนโลยี ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับคอมพิวเตอร์ โดยแบ่งออกเป็นสินค้าเกี่ยวกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (Graphics Processing Unit: GPU) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลเกี่ยวกับแสงและเงาสำหรับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ประมวลผล Tegra ซึ่งเป็นระบบชิพสำหรับอุปกรณ์มือถือ อาทิ สมาร์ทโฟน และยังรวมถึงหน่วยประมวลผลกลางสถาปัตยกรรมและประมวลผลกราฟิก สำหรับรายได้ของ Nvidia ในไตรมาส 3 ปี 64 (ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. – 25 ต.ค. 63) อยู่ที่ 4,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แบ่งออกเป็นรายได้จากตลาดเกมที่ 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่คิดเป็นสัดส่วน 48.1% ของรายได้รวม และรายได้จาก Data center ที่ 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 40.2% ของรายได้รวม

5) Advanced Micro Devices (AMD)

AMD ดำเนินธุรกิจคล้ายกับ Nvidia Corp. โดยดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ Semiconductors เน้นไปที่กลุ่มคอมพิวเตอร์และกราฟิก โดยสินค้ารวมไปถึงไมโครโปรเซสเซอร์ และ GPU และการให้บริการพัฒนากับธุรกิจอื่น หากมองที่รายได้หลักของ AMD จะเห็นว่ารายได้มาจากกลุ่มคอมพิวเตอร์และกราฟิก ซึ่งหมายถึงการจำหน่ายหน่วยประมวลผลและชิพที่ใช้ในคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ้คและหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) โดยสามารถสร้างรายได้ใน 9 เดือนแรก ปี 63 ที่ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 68.6% ของรายได้รวม และรายได้จากกลุ่ม Enterprise, embedded และ semi-custom อาทิ การให้บริการด้านเซิร์ฟเวอร์และหน่วยประมวลผลแบบฝัง ฯลฯ อยู่ที่ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็น 31.4% ของรายได้รวม

ตลาดหุ้นฮ่องกง

Slide2 080164 (2)

1) China Mobile Ltd. (941)

China Mobile ให้บริการด้านการสื่อสารทางโทรศัพท์ การโทรภายในประเทศ การติดต่อสื่อสารระยะไกล การให้บริการโรมมิ่ง (Roaming services) อีกทั้งยังรวมไปถึงการให้บริการเพิ่มมูลค่าอื่น ๆ (Value-added services) อาทิ การให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต การส่ง SMS และการนำดิจิตัลเข้ามาใช้ร่วมกับสื่อต่าง ๆ อาทิ เพลง วิดีโอ การอ่าน เกม เป็นต้น รายได้หลักมาจากการให้บริการด้านการติดต่อสื่อสาร (Telecommunications services) โดยรายได้ 6 เดือนแรกปี 63 อยู่ที่ 360,000 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 90.2% ของรายได้ทั้งหมด และอีก 9.8% เป็นรายได้ที่มาจากการจำหน่ายสินค้าและรายได้อื่น ๆ ที่ 38,000 ล้านหยวน ซึ่งในปัจจุบัน China Mobile มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ อาทิ เครือข่าย 5G และ Data center เป็นต้น เพื่อสร้างการเชื่อมต่อสื่อสารทางเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

2) Alibaba Group Holdings Ltd. (9988)

Alibaba ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม “Internet Retail” โดยดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ รวมทั้งการซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ ทั้งในประเทศจีนและหลาย ๆ ประเทศ รายได้ของ Alibaba แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย Core Commerce ซึ่งเป็นรายได้จากแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ ทั้งแบบค้าปลีกและค้าส่ง รวมไปถึงการขนส่งทั้งในและต่างประเทศ โดยรายได้รวม 9 เดือนแรกปี 63 ของ Alibaba อยู่ที่ 420,000 ล้านหยวน ซึ่งหากพิจารณารายได้แต่ละส่วนของไตรมาส 3 ปี 63 จะแยกเป็นรายได้จาก Core Commerce ที่ 130,000 ล้านหยวน คิดเป็น 84.4% ของรายได้รวม รองลงมาคือรายได้จาก Cloud Computing ซึ่งเป็นรายได้จากการให้บริการคลาวด์ของ “Alibaba Cloud” ที่ 15,000 ล้านหยวน คิดเป็น 9.6% ของรายได้รวม

3) Xiaomi Corp. (1810)

ธุรกิจของ Xiaomi เติบโตได้อย่างโดดเด่นในปี 63 ที่ผ่านมา โดย Xiaomi ใช้กลยุทธ์ที่มีชื่อว่า “SmartphonexAIoT” เพื่อเน้นสร้างอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ Internet of Things (IoTs) ให้มีความเชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยีและเน้นสร้างประสบการณ์แก่ผู้ใช้ (User Experience) จึงส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายสมาร์ทโฟนในไตรมาส 3 ปี 63 อยู่ที่ 47,600 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 47.5% และสมาร์ทโฟนของ Xiaomi ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 3 ที่มีผู้ซื้อใช้มากที่สุดในโลก ครองส่วนแบ่งการตลาดที่ 13.5% ของโลก โดยสัดส่วนรายได้ของ Xiaomi ไตรมาส 3 ปี 63 มาจากการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือกว่า 48,000 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 66% ของรายได้รวม และการจำหน่ายสินค้าประเภท IoTs และสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ที่ 18,000 ล้านหยวน หรือคิดเป็น 25.1% ของรายได้รวม

4) Weimob Inc. (2013)

Weimob นับว่าเป็นบริษัท Holding โดยดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับการให้บริการทำการตลาดแบบแบบเป้าหมายให้กับลูกค้า (Targeted marketing) และแหล่งรายได้รองมาจากการให้บริการด้านการจัดการเกี่ยวกับการขายและการตลาดผ่าน Cloud เรียกว่า Software as a Service (SaaS) ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์เพื่อช่วยบริหารร้านค้าของลูกค้าด้วยการใช้คลาวด์ โดย Weimob จะทำการเก็บค่าธรรมเนียมเป็นรายเดือนหรือแบบที่เรียกว่า Subscription model โดยหากมองรายได้ 6 เดือนแรกปี 63 ของธุรกิจนั้น รายได้จากการทำการตลาด (Targeted marketing) อยู่ที่ 745 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 77.8% ของรายได้ทั้งหมด และการจำหน่ายสินค้าประเภท SaaS อยู่ที่ 212 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 22.2% ของรายได้ทั้งหมด

5) Yixin Group Ltd. (2858)

ชื่อบริษัทอาจยังไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับนักลงทุนบางท่าน โดย Yixin ถูกจัดว่าเป็นบริษัท Holding โดยเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มออนไลน์การแลกเปลี่ยนรถยนต์ อีกทั้งยังให้บริการด้านการเงินควบคู่ด้วย Yixin ดำเนินธุรกิจในจีน และแบ่งการดำเนินธุรกิจออกเป็น แพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนรถยนต์ และธุรกิจสินเชื่อที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมเองได้! รายได้จากการให้บริการทำสัญญาเช่าทางการเงิน (Financing lease services) 6 เดือนแรก ปี 63 อยู่ที่ 1,100 ล้านหยวน คิดเป็น 69.5% ของรายได้รวมและรายได้จากการให้กู้และรายได้จากการโฆษณาอยู่ที่ 495 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 30.5% ของรายได้ทั้งหมด

ตลาดหุ้นเวียดนาม

Slide3 080164

1) SSI Securities Corp. (SSI)

บริษัทหลักทรัพย์ของเวียดนาม ผู้ให้บริการด้านการเงินให้กับคนในประเทศเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ Brokerage สำหรับลูกค้ารายย่อยและรายสถาบัน การให้บริการวาณิชธนกิจ การจัดการสินทรัพย์ การลงทุนต่าง ๆ เป็นต้น โดยสินทรัพย์รวมและรายได้ถือว่าสูง เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง HSC, VCI, VND ฯลฯ อีกทั้งส่วนแบ่งการตลาดของธุรกิจ Brokerage ถือว่าเป็นอันดับ 1 ของเวียดนาม ติดต่อกันมาเป็นเวลา 6 ปี และรายได้ไตรมาส 3 ปี 63 อยู่ที่ 990,000 ล้านเวียดนามดอง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนคิดเป็น 13% หากมองที่สัดส่วนรายได้ของทั้งปี 62 จะเห็นว่าสัดส่วนรายได้หลักอยู่ที่การให้บริการด้านหลักทรัพย์ Brokerage Fee จากกลุ่มรายย่อยและสถาบันที่ 39.8% ของรายได้รวม และรายได้จากธุรกิจการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้กับธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการเงินที่ 31.2% ของรายได้รวม

02

Source: Ssi.com.vn

2) PetroVietnam Power Corp. (POW)

ผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ของเวียดนาม โดยรายได้รวมไตรมาส 3 ปี 63 มาจากการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้นที่ 6.1 ล้านล้านเวียดนามดอง ซึ่งนับว่าลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 22.9% อย่างไรก็ตามโบรกเวียดนามคาดว่า ยอดการบริโภคไฟฟ้ารวมปี 63 จะเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากที่ตัวเลขการใช้ไฟฟ้ากลับมาจุดเดิมก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 อีกทั้งยังคาดว่าปี 64 ยอดการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอีก 10% เทียบกับปี 63

3) Ho Chi Minh City Securities (HCM)

ผู้ให้บริการทางด้านการเงิน คล้ายกับ SSI โดยให้บริการด้านการเงินและการลงทุน วาณิชธนกิจ ให้คำปรึกษาด้านการเงินอื่น ๆ รวมไปถึงการวิจัยและวิเคราะห์เกี่ยวกับตลาดการเงิน ด้านรายได้รวม 6 เดือนแรกปี 63 อยู่ที่ 880,000 ล้านเวียดนามดอง แบ่งออกเป็นรายได้จากผลกำไรและขาดทุนจากการถือครองสินทรัพย์ทางการเงินที่ 4 แสนล้านเวียดนามดอง ที่สัดส่วน 44.8% ของรายได้รวม และรายได้จากค่าธรรมเนียมที่ธุรกิจ Brokerage เรียกเก็บที่ 260,000 ล้านเวียดนามดอง ที่สัดส่วน 29.1% ของรายได้รวม และรายได้จากดอกเบี้ยจากการปล่อยเงินกู้และลูกหนี้การค้าที่ 25% ของรายได้รวม

4) Airports Corp. of Vietnam JSC (ACV)

เจ้าของสนามบินเวียดนาม โดยเป็นผู้สร้างและบริหารสนามบินในเวียดนามกว่า 22 สนามบิน (สนามบิน 7 แห่งใน 22 แห่งเป็นสนามบินระหว่างประเทศ) รายได้ไตรมาส 2 ปี 63 อยู่ที่ 1 ล้านล้านเวียดนามดอง ซึ่งลดลงจากไตรมาส 1 ปี 63 ที่ -71.2% เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดหนักในช่วงไตรมาส 2 อีกทั้งหากมองที่รายได้รวมของปี 62 ที่ 18.3 ล้านล้านเวียดนามดอง จะเห็นว่ารายได้หลักของธุรกิจเกิดจากการให้บริการภายในสนามบิน (รวมทั้งรายได้จากการให้บริการด้านการบินและที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินโดยตรง) อยู่ที่ 16.8 ล้านล้านเวียดนามดอง ซึ่งคิดเป็น 91.8% ของรายได้รวมและรายได้จากการจำหน่ายสินค้า Duty free ภายในสนามบินที่ 1.5 ล้านล้านเวียดนามดองหรือคิดป็น 8.2% ของรายได้รวม

5) Vinhomes JSC (VHM)

บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเวียดนาม โดยประกอบธุรกิจที่หลากหลายเกี่ยวกับอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาทิ บ้าน คอนโด และพื้นที่สาธารณะ สวนน้ำ โรงเรียน เป็นต้น โดยในไตรมาส 3 ปี 63 ที่ผ่านมาจำนวนยูนิตของคอนโดที่ขายออกไปมีทั้งหมด 4,210 ยูนิต ในขณะที่ตัวเลขจำนวนยูนิตของคอนโดที่ได้เปิดตัวอยู่ที่ 3,503 ยูนิต และบ้านในเมืองฮานอยถูกขายออกไปกว่า 570 หลัง ในระยะเวลา 9 เดือนแรกของปี 63 อีกทั้งรายได้รวม 9 เดือนแรกของปี 63 อยู่ที่ 49.4 ล้านล้านเวียดนามดอง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 31% (การเพิ่มขึ้นของรายได้เกิดจากการการขายอพาร์ทเมนต์ในโครงการใหญ่จำนวน 3 โครงการในไตรมาส 3) โดยแบ่งออกเป็นรายได้จากการขายอสังหาฯที่ 35 ล้านล้านเวียดนามดอง คิดเป็น 92.9% ของรายได้ทั้งหมด และสัดส่วนที่เหลือเกิดจากรายได้อื่น ๆ ที่ 7.1% ของรายได้ทั้งหมด

จบไปแล้วนะคะ สำหรับบทความ Knowledge sharing ในสัปดาห์นี้ ที่เรานำความรู้เกี่ยวกับลักษณะธุรกิจ แหล่งที่มาของรายได้ และสัดส่วนรายได้ ของหุ้นยอดฮิต 5 หุ้นใน 3 ประเทศที่ทางทีม BLS Global Investing เปิดบริการให้นักลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนต่างประเทศได้ง่าย ๆ ทั้งประเทศสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม

สำหรับสัปดาห์หน้า… หุ้นยอดฮิตประจำเดือนแรกของปี 64 จะเป็นหุ้นอะไรและเราจะนำเสนอข้อมูลบริษัทด้านไหนบ้าง ติดตามกันนะคะ

#5หุ้นยอดฮิต #December2020 #BLSGlobalinvesting #หลักทรัพย์บัวหลวง

Source: BLS Global Investing, Apple.com, Press releases and reports of Tesla.com, Deloitte forecast, Investor.nvidia.com, Ir.amd.com, Chinamobileltd.com, Alibabagroup.com, Company.mi.com, Group.weimob.com, Yixincars.com, Ir.nio.com, Ssi.com.vn, Pvpower.vn, Bloomberg, Hsc.com.vn, Vietstock.vn, Ir.vinhomes.vn, CAPA, ข้อมูล ณ วันที่ 7 ม.ค. 64

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น