“กฎลงทุน 5 ข้อ” ยามตลาดหุ้นวิกฤต

ผ่านปี 63 มาแค่สองเดือนกว่า แต่ทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับสารพัดปัจจัยเสี่ยงเหนือคาดหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสงครามน้ำมัน ,เฟดประกาศลดดอกเบี้ยฉุกเฉิน 2 ครั้งติด ภายใน 2 สัปดาห์ และการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลก ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้าลงทุน เพราะไม่รู้ว่าตลาดลงมาลึกหรือยัง หรือกำลังหมดรอบรอเปลี่ยนทิศเป็นขาขึ้น บทความนี้จะพาไปเรียนรู้ “กฎลงทุน 5 ข้อ” ยามวิกฤตกันค่ะ

1. ส่วนต่างของผลตอบแทนต้องคุ้มค่ากับความเสี่ยง

ผู้ลงทุนสามารถใช้อัตราผลตอบแทนอาจเป็นในรูปแบบของดอกเบี้ย หรือเงินปันผลในการเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญ หรือใช้สำหรับการเปรียบเทียบกับการลงทุนประเภทต่างๆ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนว่า “อะไรคุ้มค่าที่จะเสี่ยงมากกว่ากัน”

2. เลือกสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง และไม่หมดอายุ

สินทรัพย์ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนเป็นเงินสดอย่างรวดเร็ว และไม่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลา ได้แก่ เงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์, กองทุนรวม, หลักทรัพย์ที่มีผลการดำเนินงานดี มีกำไรต่อเนื่อง, ETFs ที่มีสภาพคล่อง และหากมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินสามารถขาย เพื่อถือเป็นเงินสดได้ทันที

3. เลือกกระจายสินทรัพย์การลงทุนอย่างเหมาะสม

การลงทุนควรกระจายให้ครอบคลุมหลากหลายประเภทสินทรัพย์ และกระจายความเสี่ยงในแต่ละสินทรัพย์ในหลายๆ รูปแบบ  โดยเลือกการลงทุนที่แตกต่างกัน เช่น เงินฝาก  ตราสารหนี้ กองทุน หลักทรัพย์ ประกันชีวิต ฯลฯ เพื่อลดความเสียหายที่เกิดจากความเสี่ยง และให้ได้รับผลตอบแทนและดอกผลที่เกิดขึ้นไปใช้ในการอุปโภคบริโภคตามเป้าหมาย

 4. เลือกสินทรัพย์ที่มีปันผล และมองเป็นการลงทุนระยะยาว

หากนักลงทุนที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ และต้องการลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินหรือการลงทุนในตราสารหนี้ อาจตัดสินใจเลือกลงทุนในหุ้นปันผล ซึ่งต้องทำการศึกษาหาข้อมูล โดยพิจารณาได้จากแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากผลการดำเนินในปัจจุบันและแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในอนาคต

5. บริหารความเสี่ยงด้วยการเฉลี่ยราคาตามช่วงระยะเวลา (DCA)

ในสภาวะที่เป็นวิกฤตที่เราไม่รู้ว่าสินทรัพย์จะปรับตัวลงได้อีกแค่ไหน และยาวนานเท่าไหร่ การใช้กลยุทธ์แบบ Dollar Cost Averaging (DCA) จะเป็นตัวช่วยในการบริหารความเสี่ยงด้านราคา และหากลงทุนได้นานพอ จะมีโอกาสทำไรได้สูง

SET Index

ทุกวิกฤตมักจะมีโอกาสในการลงทุนเสมอ ซี่งผู้ลงทุนสามารถใช้เครื่องมือการลงทุน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินจากหลักทรัพย์บัวหลวง ในการสร้างความมั่งคั่งได้ไม่ยาก ซึ่งหากผู้ลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามการลงทุน สามารถใช้ “ระบบออมหุ้นอัตโนมัติ” มาช่วยตอบโจทย์สถานการณ์แบบนี้ได้  ซึ่งหลายครั้งที่ได้เคยเจอวิกฤตจะเห็นว่า ทุกอย่างมีลงก็มีขึ้นเสมอ เพียงแต่การเลือกหุ้นเป็นรายตัวอาจจะยากกว่าการเลือกเป็น ETF ที่อ้างอิงตามดัชนีและใช้การถัวเฉลี่ยให้นานพอบนสินทรัพย์ที่ถูกต้อง สุดท้ายเมื่อดัชนีปรับตัวขึ้นตามสภาวะตลาดก็จะเป็น “ผู้ชนะเอง”

“อย่าไปคาดเดาว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอีกหรือไม่ ขอแค่ดำเนินชีวิตอย่างมีสติไม่ประมาท คอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”

มารู้จักกับ…การออมหุ้นอัตโนมัติ Stock Accumulation Plan

err

เครื่องมือวางแผนการออมด้วยระบบอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์แบบ เน้นการลงทุนอย่างสม่ำเสมอด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันทุกๆ เดือน เพื่อสร้างโอกาส และลดความเสี่ยงในการลงทุนด้วยการกระจายและจัดการสัดส่วนเฉลี่ยการซื้อด้วยระบบคอมพิวเตอร์…

ปัจจุบันมีกลยุทธ์การลงทุนทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ SAP002, DCA, VA โดยทั้ง 3 กลยุทธ์มีการบริหารการลงทุนที่แตกต่างกัน เช่น วิธีการเลือกจำนวนหลักทรัพย์ที่ใช้ลงทุน การกระจายเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยง และสัญญาณซื้อขาย ผ่านระบบการบริหารพอร์ตแบบอัตโนมัติ Bualuang iProgramTrade ซึ่งผู้ลงทุนสามารถติดตามผลการลงทุนได้ด้วยตนเอง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม…คลิกที่นี่

ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวงสมัครออมหุ้นออนไลน์ง่ายๆ ด้วยเมนู “ระบบออมหุ้นอัตโนมัติ”
อ่านเพิ่มเติม…คลิกที่นี่ 

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น