เปรียบเทียบ 2 บริษัทประกันยักษ์ใหญ่ ในสหรัฐฯ และฮ่องกง

[FINAL] AW_UNH_1299_220721

 

อุตสาหกรรมประกันภัย เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมแบบเก่า (Old Economy) ที่ยังคงเป็นที่ต้องการของมนุษย์จนถึงปัจจุบัน หลาย ๆ คนมองว่า การมีประกันเป็นของตนเอง หรือการมีประกันให้กับคนที่เรารัก เช่น พ่อ แม่ ภรรยา ฯลฯ การซื้อประกัน หลายคนมองว่า เป็นสิ่งที่เปรียบเสมือนการลงทุน และการบริหารความเสี่ยงในชีวิตอย่างหนึ่ง

อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมประกันชีวิต

 

0101

 

จากรูปข้างต้น หากย้อนดูอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับมา (Life insurance premiums written) ตั้งแต่ปี 2552-2561 ในแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน จะเห็นว่าในประเทศพัฒนาแล้ว (Advances Markets) อัตราการเติบโตเฉลี่ยจะอยู่ที่ราว 1% ต่อปีเท่านั้น จากที่ตลาดเริ่มอิ่มตัว การโตสูงต่อเนื่องจึงอาจทำได้ยาก แต่สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศเกิดใหม่ (Emerging Markets) อัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ราว 7% ต่อปี แสดงให้เห็นว่าจำนวนของคนทำประกันชีวิตและจำนวนกรมธรรม์ในประเทศเหล่านี้ ยังมีโนวโน้มเติบโตได้มากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว

อย่างไรก็ดี สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว แผนประกัน ไม่ว่าจะเป็นแผนประกันขีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันวินาศภัย ยังคงสามารถพัฒนาให้ครอบคลุม พัฒนาเทคโนโลยีและบริการทางการแพทย์ให้ครบวงจรมากขึ้นได้ จากที่จะเห็นว่าคนในประเทศเหล่านี้ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำประกันชีวิต และต้องการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเองและคนใกล้ชิด

 

0202

 

สำหรับการเติบโตของกลุ่มธุรกิจประกัน นอกเหนือจากประกันชีวิต (Non-life insurance) จะเห็นว่ามีลักษณะการเติบโตไปในทางเดียวกัน ซึ่งหากคำนวณจากเบี้ยประกันภัย นอกเหนือจากประกันชีวิตรับมาและนำมาเปรียบเทียบกัน อัตราการเติบโตเฉลี่ยและอัตราการเติบโตคาดการณ์ของธุรกิจ Non-life insurance จะสูงกว่า Life insurance ดังรูปด้านล่าง

 

วันนี้ อย่างที่เราไปได้บอกไปก่อนหน้า เราจะชวนมารู้จัก 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ของฝั่งสหรัฐฯ และฮ่องกงกันค่ะ ซึ่งก็คือ…

 

UnitedHealth Group (UNH)

และ

AIA Group (1299)

 

ทำไมวันนี้เราถึงนำ 2 บริษัทนี้มาพูดถึง ?

UnitedHealth และ AIA เป็น สองบริษัทที่ดำเนินธุรกิจประกันที่น่าสนใจ และมีความแตกต่างกันไปในแต่ละด้าน บริษัทหนึ่ง เป็นบริษัทที่เน้นดำเนินธุรกิจในด้านประกันสุขภาพ อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ นั่นก็คือ ธุรกิจให้บริการด้านสุขภาพแบบครบวงจร (ครบวงจรอย่างไร? ตามอ่านกันค่ะ)

ส่วนอีกบริษัท เป็นอีกหนึ่งบริษัทประกันขนาดใหญ่ รายได้ส่วนใหญ่มาจากการดำเนินธุรกิจในประเทศแถบเอเชีย มีรายได้หลักมาจากธุรกิจประกันชีวิต และเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย คำนวณจากมูลค่าตลาด (Market capitalization)

แอบบอกว่า 2 บริษัทนี้ เป็นบริษัทที่เราชื่อชอบด้วยเช่นเดียวกันค่ะ 😊

 

1. UnitedHealth Group (UNH.US)

บริษัทประกันสุขภาพและให้บริการจัดการระบบสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ (คำนวณจากมูลค่าตลาด Market Capitalization) โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 392.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

UnitedHealth ก่อตั้งโดย Richard Taylor Burke จากที่แต่เดิม Richard เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Charter Med Incorporated ที่ต่อมา UnitedHealth Group ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมา เพื่อจัดรูปแบบองค์กรใหม่ และเข้ามาเป็นบริษัทแม่ของ Charter Med Incorporated เมื่อปี 2520 โดย UNH ก่อตั้งมาแล้วมากกว่า 40 ปี

 

หากดูตามสัดส่วนรายได้ในไตรมาส 2 ปี 64 ที่ทางบริษัทเพิ่งได้ประกาศมาเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา จะเห็นว่ารายได้ที่สัดส่วนกว่า 59% ของรายได้รวม มาจากธุจกิจจัดทำแผนประกันสุขภาพให้กันคนชาวสหรัฐฯ หรือที่เรียกว่า ธุรกิจ “UnitedHealthcare (UHC)” ที่มีการจัดทำและพัฒนาแผนด้านสุขภาพที่ครอบคลุมตามความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

0303

Source: Uhc.com

0404

Source: Uhc.com

นอกเหนือจากธุรกิจ UnitedHealthcare แล้ว ยังมีธุรกิจ Optum ที่ให้บริการด้านสุขภาพที่ครบวงจร ดำเนินธุรกิจทั้งแบบ B2C, B2B และ B2G ในไตรมาส 2 ปี 64 นี้ บริษัทสามารถสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วน 41% ของรายได้รวม ปัจจุบันบริษัทฯ มุ่งพัฒนาเทคฯ หนุน OptumHealth แพลตฟอร์มให้บริการด้านสุขภาพ อาทิ การพบแพทย์แบบทางไกล (Teledoc) การรักษาสุขภาพของคนไข้ทั้งแบบทั่วไป เร่งด่วน การรักษาเฉพาะทาง การรักษาที่เกี่ยวกับการผ่าตัด ฯลฯ อีกทั้ง Optum ยังมีระบบการจัดการด้านสุขภาพ หรือที่เรียกว่า PBM (Pharmacy Benefit Management) ด้วยการเป็นผู้จัดการผลประโยชน์หรือตัวกลางจัดการตามโปรแกรมจ่ายยาตามใบสั่งของแพทย์ในแผนสุขภาพจากกลุ่มบริษัทเอกชน รัฐบาล เช่น Medicaid และ Medicare เป็นต้น ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดต้นทุนยาแก่ประชาชนชาวสหรัฐฯ ให้มีราคาต่ำลง และที่สำคัญคือ เพื่อให้ประชาชนในสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงยาในประเทศให้ได้มากที่สุด

 

อัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 10.4% ต่อปี ขณะที่อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 22.3% ต่อปี ซึ่งนับว่าโตดีสองหลัก ถึงแม้กระระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบด้านลบทำให้จำนวนผู้เข้ารับการรักษาลดลง และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อเบี้ยประกัน (MLR) เพิ่มขึ้น จากการที่ชาวสหรัฐฯ เคลมประกันเพิ่มมากขึ้น

 

อีกหนึ่งประเด็นน่าจับตา ได้แก่ ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 64 บริษัท UnitedHealth ตกลงเข้าซื้อกิจการ Change Healthcare บริษัทผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี และตั้งเป้าดีลสำเร็จภายในปี 64 อีกด้วย จะเห็นว่าที่ผ่านมา UnitedHealth เข้าลงทุนในหลายบริษัท และโดยรวมแล้ว สามารถช่วยหนุนรายได้และกำไรของบริษัทได้เป็นอย่างดี รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

0505

Source: Blomberg, ข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ค. 64

อีกหนึ่งบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ของฮ่องกง ได้แก่

 

2. AIA Group Ltd. (1299.HK)

 0808

Source: AIA.com

จากข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ค. 2564 AIA ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทยที่ 23.87%  โดดเด่นในแง่ของประกันชีวิต โดยในปี 2563 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม ที่ 145,845 ล้านบาท เติบโต 3.47% จากปีก่อน ยังมีการเติบโตกำไรอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มบริษัท AIA และบริษัทในเครือ (รวมเรียกว่า “AIA” หรือ “กลุ่มบริษัท AIA”) เป็นกลุ่มบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ก่อตั้งโดย Cornelius Vander Starr นักธุรกิจชาวอเมริกัน และเริ่มต้นธุรกิจครั้งแรกในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อประมาณ 90 ปีที่ผ่านมา ในปัจจุบันมีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขาใน 17 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิค ทั้งฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ ฟิสิปปินส์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน เวียดนาม นิวซีแลนด์ มาเก๊า บรูไน โดยมีบริษัทในเครือในประเทศศรีลังกาถือหุ้น 97% และบริษัทในประเทศอินเดียถือหุ้นร่วมทุนที่สัดส่วน 26%

 

ปัจจุบัน AIA ถือเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น) ในด้านเบี้ยประกันภัยรับมาจากธุรกิจประกันชีวิต และเป็นผู้นำตลาดโดยส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยบริษัท AIA นำเสนอผลิตภัณฑ์ในการออมเงินและความคุ้มครองชีวิตแก่ลูกค้าบุคคลผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ทั้งการวางแผนทางการเงินในวัยเกษียณ การประกันชีวิต และการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ โดยปัจจุบัน AIA มีสมาชิกกรมธรรม์ประกันมากกว่า 5.5 ล้านคน และมีจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตรายบุคคลที่มีผลบังคับที่ลูกค้าถือครองมากกว่า 8 ล้านกรมธรรม์

 

0707

Source: Aia.com, as of 22/7/64

ประเด็นน่าจับตาที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2564 กลุ่มบริษัท AIA ได้ตกลงเข้าซื้อหุ้น China Post Life Insurance Co. 24.99% เป็นมูลค่า 12 พันล้านหยวนจีน (หรือราว 1.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หนุนการขยายตลาดไปยังประเทศจีน เพิ่มการเข้าถึงตลาดได้กว้างขวางขึ้น เนื่องจากบริษัท China Post Life Insurance ดำเนินธุรกิจในตลาด Mass ขณะที่ AIA มุ่งเน้นไปที่ลูกค้ากลุ่ม Wealth ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสต่อ AIA ในการขยายฐานลูกค้าได้ อีกทั้งตลาดประกันชีวิตของจีนเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

 

กลุ่มบริษัท AIA จดทะเบียนในกระดานหุ้นหลักของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (1299.HK) สำหรับผลประกอบการปี 2563 AIA มีรายได้เติบโตถึง 6.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 50,359 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิเติบโต 11.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 5,572 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ด้านสัดส่วนรายได้ในปี 2563 มาจากประเทศฮ่องกง 40.4%, จีน 15.5%, ไทย 12.8%, สิงคโปร์ 10.8%, มาเลเซีย 5.6%, สิงคโปร์ 10.8% และตลาดอื่นๆ 13.6%

 

หากพูดถึงกำไรของ AIA แล้วนั้น จะไม่พูดถึงค่านี้ก็คงจะไม่ได้…. VoNB (Value of New Business) หมายถึง มูลค่าของบริษัทที่เพิ่มขึ้นจากการขายกรมธรรม์เข้ามาใหม่ (New Business) ซึ่งหากกรมธรรม์ที่บริษัทจำหน่ายอยู่นั้นคาดว่าจะมีผลกำไร การที่สามารถจำหน่ายกรมธรรม์เข้ามาใหม่จำนวนมาก ก็จะทำให้มูลค่าของบริษัทนั้นมีค่าสูงขึ้น โดยค่า VoNB ในไตรมาส 1 ปี 2564 ของ AIA มีค่าเท่ากับ 1,052 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 19%

 

0707

Source: Bloomberg ข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ค. 64


กด Like Page Facebook : Bualuangsec รอไว้ได้เลยนะคะ 😊

สัปดาห์หน้าจะเป็นบทความเกี่ยวกับอะไร… หรือต้องการอ่านบทวิเคราะห์ของหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้เพิ่มเติม รวมทั้งประเด็นลงทุน ที่จัดทำโดยทีม BLS Global Investing สามารถเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ สะดวก ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

 

📌 เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ BLS Global Investing ได้ที่ https://bls.tips/openglobalinvesting

📌 ขยายวันโอนเงินไปต่างประเทศกับหลักทรัพย์บัวหลวง ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ทุกวันอังคาร และ วันพุธตลอดวัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://bls.tips/globalinvesttransfer

 

#UnitedHealth #AIA #BLSGlobalInvesting #หลักทรัพย์บัวหลวง

Source: Bloomberg, Deloitte (2021 Insurance Outlook), Wikipedia, Optum.com, Uhc.com, Asia.nikkei.com, Yahoo Finance, Aia.com

(อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.87 บาท, อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ฮ่องกง เท่ากับ 4.23 บาท)

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่