23 วาทะเด็ด “คุณปู่ วอร์เรน” ในงานประชุมผู้ถือหุ้น Berkshire 2020

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลาไทยประมาณ 03.46 น. บริษัท Berkshire Hathaway หรือ BRK ได้มีการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2020 หลังประกาศผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2020 มากถึง 49,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังพอร์ตการลงทุนของบริษัทได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นับเป็นการขาดทุนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

และแน่นอนว่า การประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ นักลงทุนหลายหมื่นคนคงตั้งหน้าตั้งตารอฟัง Speech ของ “คู่หูนักลงทุน” อย่าง “คุณปู่ วอร์เรน บัฟเฟตต์” วัย 89 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท และในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Berkshire Hathaway และ “คุณปู่ ชาร์ลี มังเกอร์” วัย 94 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เหมือนเช่นทุกปี

Greg Abel

แต่ในปีนี้ “คุณปู่ ชาร์ลี” ไม่ได้มานั่งตอบคำถามเหมือนทุกปี และได้ยกหน้าที่ให้ “เกรก อาเบล” รองประธาน ฝ่าย non-insurance วัย 57 ปี มาช่วยตอบคำถามแทน ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้ในปีนี้ไม่ได้มีการถามสดเหมือนเช่นเคย เพราะไม่มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม แต่ยังคงเปิดให้ส่งคำถามล่วงหน้าแหมือนเดิม โดยผู้ทำหน้าที่คัดเลือกคำถาม คือ “แครอล ลูมิส” เพื่อนสนิทของ คุณปู่ วอร์เรน ผู้เรียบเรียงหนังสือ Tap Dancing to Work และ “เบ็คกี้ ควิก” นักข่าวจาก CNBC

ในการประชุมถือหุ้น Berkshire Hathaway (ประชุมผู้ถือหุ้นจบเวลาไทยประมาณ 05.33 น. “คุณปู่วอร์เรน” มีวาทะเด็ดอะไรมาฝากนักลงทุนอีกบ้าง ไปติดตามอ่านกัน

Warren Buffett

1. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า สิ้นสุดไตรมาสแรกของปี 2020 Berkshire Hathaway มีเงินสดมากถึง 124,710 ล้านเหรียญ  โดยในจำนวนนี้เป็นพันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) ประมาณ 114,182 ล้านเหรียญ (หลายคนจับตาดูว่า เงินสดที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ บริษัทจะจัดการทำเงินสดจำนวนมากนี้อย่างไร)

2. คุณปู่วอร์เรน  บอกว่า ถ้าเรามีไร่อยู่ไร่หนึ่ง วันหนึ่งเพื่อนบ้านมาขอซื้อที่ 200 เหรียญ อีกวันมาขอซื้อ 100 เหรียญ อีกวันมาขอซื้อ 800 เหรียญ แล้วเราจะขายเพียง เพราะเพื่อนบ้านมาเสนอซื้อแพงขึ้นหรือ เราควรจะเอาเวลาไปสนใจผลผลิตดอกผลของไร่มากกว่าว่า ปีไหนดี ปีไหนไม่ดี นี่คือ วิธีมองการลงทุนที่ถูกต้อง

3. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า ไม่เชื่อว่าจะมีใครรู้ว่า ตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไร ในวันพรุ่งนี้ เดือนหน้า หรือปีหน้า

4. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า วันนี้สหรัฐอเมริกาอายุ 231 ปี แต่คุณปู่บัฟเฟตต์ และคุณปู่มังเกอร์ อายุรวมกัน 185 ปี นั่นแปลว่า สหรัฐฯยังเด็กมาก แก่กว่าคุณปู่สองคนนิดเดียว ยังไปได้อีกไกล

5. คุณปู่วอร์เรน พูดถึงเปรียบเทียบ ไข้หวัดใหญ่สเปน (Spanish flu) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ที่ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลก ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างปี 1918-1919 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปราว 50 ล้านคน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พ่อแกเคยเจอกับไวโรสิโควิด-19 และพูดย้อนไปถึงวิกฤตต่างๆ เช่น สงครามโลกครั้งที่สอง และวิกฤตการเงินโลกปี 2008-2009 ว่า ทุกวิกฤตสหรัฐฯก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง ดังนั้นวิกฤตครั้งนี้เป็นเพียงชั่วคราว และสหรัฐฯจะกลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง

6.คุณปู่วอร์เรน บอกว่า สหรัฐฯ ในปี 2020 เป็นประเทศที่ดีกว่าและรวยขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อจากปี 1789 โดยมี  wealth 100 ล้านล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 แสนเท่า จากเงินทุก 1 เหรียญ ตอนตั้งประเทศ เทียบเป็นค่าเงินเท่ากัน คือ กำไร 5,000 เท่า ฉะนั้นเส้นทางของสหรัฐฯยังอีกยาวไกล ในการสร้างสังคมที่มั่งคั่งกว่านี้และเท่าเทียมกันมากกว่านี้

7. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า สหรัฐฯโชคดีที่มี นายแพทย์แอนโทนี ฟอซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐคอยอธิบายเรื่องไวรัสโควิด-19 และยังบอกอีกว่า ตัวเองเก่งเลข แต่ห่วยมากเรื่องชีววิทยา โชคดีที่มี นายแพทย์แอนโทนี ฟอซี คอยอธิบายให้ฟัง

8. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า ไม่มีใครรู้ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร ในวันที่ 10 กันยายน 2001 หลังเหตุการณ์ 9/11 ตอนนั้นหุ้นตกอยู่ 4 วัน แล้วก็กลับมา เช่นเดียวกับการที่ไม่มีใครรู้ว่า ตลาดจะเป็นอย่างไรหลังจากนี้ แต่ที่แน่นอน คือ สหรัฐฯจะไปข้างหน้าต่อ

9. คุณปู่วอร์เรน เล่าว่า ในยุค great depression ช่วงทศวรรษที่ 1930 ตลาดหุ้นตก 48% เป็นจุดต่ำสุด ซึ่งพ่อของแกไม่อยากให้วิกฤตผ่านพ้นไปอย่างสูญเปล่า และด้วยความที่ตกงานอยู่บ้านกับแม่ว่างๆ จึงผลิตตัวแกขึ้นมา และแกก็เกิด 9 เดือน หลังจากนั้น (ปู่เป็นผลผลิตของวิกฤต)

10. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า ในช่วง great depression เงินในตลาดหุ้น 1,000 เหรียญ ลดเหลือ 170 เหรียญ ในเวลาเพียง 2 ปี

11. คุณปู่วอร์เรน  เล่าว่า จากวันที่แกจบมหาลัยวิทยาลัย ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้นมา จาก 1 เหรียญ เป็น 100 เหรียญ จนวันนี้อยู่ที่ 24,000 จุด เท่ากับสหรัฐฯ เดินหน้าเต็มตัวเรื่อยมา

12. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า จะไม่ใช้มาร์จิ้นในวิกฤตครั้งนี้แน่นอน เพราะไม่มีใครรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะย่ำแย่พร้อมกันขึ้นมาอีกเมื่อไหร่

13. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า ช่วง great depression มันแย่มาก มีความรู้สึกยาวนานมาก และไม่มีใครคิดว่ามันจะจบ แต่แล้ววันหนึ่มันก็กลับมาในปี 1790 ประชากร 15% เป็นทาส และกว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ต้องใช้เวลานานมาก กว่าจะหมดทาส

14. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า สหรัฐฯทำให้เห็นเป็นประจักษ์ว่า “คนเราถูกสร้างมาเท่ากัน”

15. คุณปู่วอร์เรน  บอกว่า คุณไม่มีทางรู้ว่า อะไรจะเกิดขึ้น เหมือนเช่นวิกฤตครั้งนี้ แต่คุณรู้ว่า หุ้นจะเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด เหนือกว่าพันธบัตรและสินทรัพย์อื่นๆ

16. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า จากปี 1790 ต้องรอ 131 ปี กว่าผู้หญิงจะมีสิทธิ์เลือกตั้ง และต้องรอ 61 ปีกว่าผู้หญิงจะได้เป็นผู้พิพากษาในศาลฎีกา

17. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า ที่ต้องเตรียมเงินสดไว้ขนาดนี้และยังไม่ใช้ เพื่อเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

18. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า ที่ขายหุ้นไป 6,509 ล้านเหรียญ ไม่ใช่เพราะคิดว่าหุ้นจะตก แต่เพราะตัดสินใจผิดที่ซื้อหุ้นสายการบิน ยอมรับว่า สายการบินเป็นธุรกิจที่บริหารยากมากๆ และมาเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถ้าซื้อหุ้นสหรัฐฯ ในวันเกิดปู่ ต้องรอ 20 ปีกว่าจะกลับมาจุดเดิม

19. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า ไม่รู้ว่าอีกสองสามปี คนจะกลับมาบินเหมือนเดิมหรือไม่ โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่รู้ว่า ผู้โดยสารจะกลับมา 70-80% ของที่เคยเป็นเมื่อไร นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น

20. คุณปู่วอร์เรน พูดถึง สว.คนหนึ่งที่ชื่อว่า Sam Nunn และ Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Microsoft ซึ่งป็นเพื่อนสนิทต่างวัยของแกว่า เขาสองคนได้เตือนไว้หลายครั้งเกี่ยวกับการเกิดการแพร่ระบาดของโรคที่ลุกลามเกินกว่าที่คาดไว้ว่าอาจจำกัดวงอยู่ในภูมิภาคเดียว หรือ Pandemic

21. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า ไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้เรารู้ว่า “เราไม่รู้อะไร”

22. คุณปู่วอร์เรน  บอกว่า เราจะซื้อธุรกิจทั้งธุรกิจ ถ้าเป็นไปได้ เราจะซื้อในสิ่งที่เรารู้ เราไม่ซื้อดัชนี S&P500

23. คุณปู่วอร์เรน บอกว่า “Never bet against America” อย่าเดิมพันตรงข้ามกับสหรัฐอเมริกา

อ้างอิงข้อมูล :  FB Club VI แปล speech โดย คุณชัชวนันท์ สันธิเดช นักลงทุนวีไอ
อ้างอิงรูป : www.reuters.com

ติดตามความรู้ทางด้านการลงทุนดีๆ กับพวกเราได้ที่…

Facebook_Logo_(2019) youtube-icon-logo-05A29977FC-seeklogo.com tt

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น