ภาพรวมการซื้อขาย DW ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำไตรมาส 1/2559

dw_knowledge

ในไตรมาส 1/2559  ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าดัน DW วอลุ่มพุ่งสูงสุดในประวัติการณ์ ดัชนี SET50 Index, PTT, PTTEP, ADVANC, KBANK ได้รับความนิยมสูงสุด โบรกเกอร์แห่ออก DW ไม่หยุดยั้ง จำนวนสินค้าอ้างอิงให้เลือกพุ่งแตะ 108 หลักทรัพย์ ในขณะที่หลักทรัพย์บัวหลวงยังสามารถครองแชมป์ได้ต่อเนื่อง พร้อมแนะนักลงทุนติดตามสถานการณ์ลงทุนอย่างใกล้ชิดรับมือ DW ถูกแขวน SP ห้ามซื้อขาย

1. ภาวะการซื้อขาย DW โดยรวม

  • ในไตรมาส 1/2559 ที่ผ่านมา ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,407.70 จุด เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา 119.68 จุดหรือคิดเป็นร้อยละ 9.29 โดยในช่วงแรกของไตรมาส ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก Fund Flow ไหลเข้าโดยได้รับปัจจัยบวกจาก

    1. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังซาอุดิอาราเบียและอิหร่านบรรลุข้อตกลงร่วมกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอย่างรัสเซียที่จะคงกำลังการผลิต
    2. รัฐบาลไทยเร่งอัดฉีดงบประมาณและเซ็นสัญญาโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ ทางหลวง รถไฟทางคู่ สนามบินสุวรรณภูมิ และท่าเรือแหลมฉบัง มูลค่ารวม 9 แสนล้านบาท
    3. ผลประกอบการไตรมาส 4/2558 และอัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนแต่ละแห่งดีกว่าตลาดคาดการณ์ไว้
    4. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.05% และเพิ่มวงเงิน QE อีก 20,000 หมื่นล้านยูโร/เดือน
    5. ธนาคารกลางสหรัฐประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.25-0.50% สอดคล้องกับความคาดหวังของนักลงทุนในตลาด

    ในช่วงเวลาดังกล่าว นักลงทุนจึงให้ความสนใจเข้าเก็งกำไรใน Call DW ในหุ้นกลุ่มพลังงาน อย่างเช่น PTT, PTTEP, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อย่างเช่น ITD, STEC, UNIQ และหุ้น Turnaround ที่มีผลประกอบการโดดเด่น อย่างเช่น BCH, STPI, THAI

  • หลังจากนั้น ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบๆ แบบพักฐานระหว่าง 1,370-1,400 จุด หลังปรับตัวขึ้นมากกว่า 15% ตั้งแต่ต้นปีท่ามกลางข่าวดีและข่าวร้ายที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์วงการตลาดหุ้นไทย เช่น
    1. บริษัทจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ไม่สามารถชำระค่าคลื่น 900 MHz ให้กับ กสทช. ได้ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ส่งผลให้ผู้บริการรายอื่น เช่น ADVANC, DTAC ได้รับผลประโยชน์ดังกล่าวเนื่องจากผู้เล่นในอุตสาหกรรมลดลง
    2. รัฐมนตรีคลังเตรียมเสนอโครงการ “กิน-เที่ยว ช่วยชาติ” รอบ 2 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงสงกรานต์
    3. เหตุระเบิดสนามบินและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

    ในช่วงเวลาดังกล่าว นักลงทุนจึงให้ความสนใจเข้าเก็งกำไรใน Call DW ในหุ้นกลุ่มสื่อสาร อย่างเช่น ADVANC, DTAC, INTUCH  และหุ้นในกลุ่มโรงแรม อย่างเช่น CENTEL, MINT ในขณะที่บางส่วนให้ความสนใจเก็งกำไร Put DW ที่อ้างอิงกับหุ้นกลุ่มสายการบินอย่าง AOT, AAV

  • ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2559 นี้ ปริมาณการซื้อขาย DW คิดเป็นสัดส่วนต่อปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งระบบที่ 5.2% สูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2552 ที่สำนักงาน กลต. อนุญาตให้มีการเสนอขาย DW ได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยหุ้นอ้างอิงในกลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนให้ความสนใจซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรกอยู่ในกลุ่มดัชนีหลักทรัพย์ (36.0%), กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค (18.2%), กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (17.3%)

1

2

3

4

5

2. หลักทรัพย์อ้างอิงที่เป็นที่นิยม

  • อันดับที่ 1 สำหรับ DW ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไตรมาส 1/2559 เป็น DW ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 ซึ่งมีการซื้อขายสูงถึง 36.0% ของการซื้อขาย DW ทั้งหมด โดยนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนใน DW ประเภท Call เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ดัชนี SET50 เคลื่อนไหวทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 830 จุด

     

  • อันดับที่ 2 เป็น DW ที่อ้างอิงกับหุ้น PTT ซึ่งมีสัดส่วนการซื้อขาย 7.3% โดยนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนใน DW ประเภท Call เป็นจำนวนมากจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มยืนเหนือ 30 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลภายหลังซาอุดิอาราเบียและอิหร่านบรรลุข้อตกลงร่วมกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอย่างรัสเซียที่จะคงกำลังการผลิต

     

  • อันดับที่ 3 เป็น DW ที่อ้างอิงกับหุ้น PTTEP ซึ่งมีสัดส่วนการซื้อขาย 7.0% โดยนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนใน DW ประเภท Call เป็นจำนวนมาก ภายหลังหุ้น PTTEP มีสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา (Inverted Head and Shoulder Pattern)

     

  • อันดับที่ 4 เป็น DW ที่อ้างอิงกับหุ้น ADVANC ซึ่งมีสัดส่วนการซื้อขาย 6.6% โดยนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนใน DW ประเภท Call เป็นจำนวนมาก ภายหลัง JAS ไม่สามารถชำระค่าคลื่น 900 MHz ให้กับ กสทช. ได้ในระยะเวลาที่กำหนดไว้

     

  • อันดับที่ 5 เป็น DW ที่อ้างอิงกับหุ้น KBANK ซึ่งมีสัดส่วนการซื้อขาย 4.0% โดยนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนใน DW ประเภท Call เป็นจำนวนมาก ขณะที่ราคาหุ้น KBANK ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ซึ่งอาจจะทำให้ลูกค้า SME หลายรายไม่สามารถชำระหนี้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้

6

7

3. จำนวน DW และจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงที่มีการเสนอขาย

  • สำหรับ จำนวน DW ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นไตรมาส 1/59 มีทั้งสิ้น 948 รุ่น แบ่งเป็น Call DW 721 รุ่นและ Put DW 227 รุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ณ.สิ้นไตรมาส 4/58 ที่มีจำนวน DW ที่มีการเสนอขายทั้งสิ้น มี 885 รุ่น แบ่งเป็น Call DW 654 รุ่นและ Put DW 231 รุ่น
  • ในขณะที่ จำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงที่มีการเสนอขาย ณ สิ้นไตรมาส 1/59 มีทั้งสิ้น 108 ตัว ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ณ.สิ้นไตรมาส 4/58 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 103 ตัว โดยหลักทรัพย์อ้างอิงที่เพิ่มเข้ามาในไตรมาสนี้ ได้แก่ บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (BEAUTY), บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (BLA), บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (CHG), บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (EPG), บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (PLANB), บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (PTG), บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (SAMTEL), บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (SCN), บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (TASCO), บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (VNG) ส่วนหลักทรัพย์อ้างอิงที่หายไปในเดือนนี้ ได้แก่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (EGCO), บริษัท อสมท จำกัด (MCOT), บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (NOK), บริษัท ศรีราชาคอนสตรัคชั่น จำกัด (SRICHA), บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (TICON)

Picture1

Picture2

 

4. ผู้ออก DW

หลักทรัพย์บัวหลวงมีจำนวน DW สูงสุดในระบบคิดเป็น 19.09% ของจำนวน DW ที่มีการซื้อขายทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ และจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงให้เลือกคิดเป็น 59.26% ของจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงที่มีการซื้อขายทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์

11

5. ส่วนแบ่งตลาด

หลักทรัพย์บัวหลวงมีส่วนแบ่งการตลาดเมื่อคิดจากมูลค่าการซื้อขายสะสมในไตรมาส 1/2559 เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 41.4% และหากพิจารณาจากยอดการถือครอง DW เฉลี่ยโดยนักลงทุนในไตรมาส 1/2559  หลักทรัพย์บัวหลวงก็ยังเป็นผู้ออกที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 เช่นกัน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดยอดถือครองอยู่ที่ 45.9%

Picture4

Picture3

6. Highlights of the Quarter: JAS

ในวันที่ 22 มี.ค ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ขึ้นเครื่องหมาย “SP” (Suspension) เป็นเวลา 1 วัน เพื่อห้ามการซื้อขายหุ้นของบริษัทจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) และใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ที่มี JAS เป็นหลักทรัพย์อ้างอิงทั้งหมด ซึ่งกรณีดังกล่าว ทำให้นักลงทุนหลายท่านเกิดความสงสัยว่าหากตลาดหลักทรัพย์ห้ามการซื้อขายหุ้นอ้างอิงและ DW เป็นระยะเวลานานจะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนที่ถือครองอยู่อย่างไรบ้าง บล. บัวหลวงในฐานะผู้ออก DW จึงขอให้ข้อมูลแก่นักลงทุน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวในอนาคต โดยแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้

กรณีที่ 1 หากตลาดหลักทรัพย์ฯขึ้น SP กับหุ้นอ้างอิงและ DW ไม่เกินกว่าวันซื้อขายวันสุดท้ายของ DW

  • นักลงทุนจะสามารถกลับมาซื้อขาย DW ได้ตามปกติอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากผู้ออกฯ ยังมีกลไกการดูแลราคา DW ตามปกติ โดยนักลงทุนสามารถตรวจสอบราคาที่เหมาะสมได้จากเว็บไซต์ของผู้ออกฯ รายนั้นๆ
  • อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่ถือ DW ข้ามเครื่องหมาย SP จะมีความเสี่ยงในกรณีที่ราคาหุ้นอ้างอิงจะเปิดกระโดดไปในทิศทางที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อนักลงทุนค่อนข้างมากเนื่องจาก DW เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราทด (Effective Gearing)
  • นอกจากนี้ ในกรณี DW ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP เป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ DW มีมูลค่าลดลงจากการเสื่อมค่าเวลา (Time decay) ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับบริษัทหุ้นอ้างอิงอย่างใกล้ชิด และพร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนของ DW ในกรณีที่ราคาไม่เป็นตามที่คาดการณ์ไว้

กรณีที่ 2 ตลาดหลักทรัพย์ฯขึ้น SP หุ้นอ้างอิงและ DW เกินกว่าวันซื้อขายวันสุดท้ายของ DW

  • กรณีนี้ถือว่า DW ครบกำหนดอายุแล้ว นักลงทุนที่ถือ DW จะได้รับเงินสดส่วนต่างจากการใช้สิทธิแบบอัตโนมัติผ่านเข้าบัญชีธนาคารภายใน 9 วันทำการนับจากวันที่ผู้ออก DW ประกาศราคาอ้างอิง โดยราคาอ้างอิงที่นำมาใช้ในการคำนวณเงินสดส่วนต่างจากการใช้สิทธิแบ่งเป็น 2 ราคา คือ
  • ราคาปิดของหุ้นอ้างอิงในวันแรกที่พ้นจากเครื่องหมาย SP ในกรณีที่หุ้นอ้างอิงถูกปลด SP ภายใน 30 วันหลังวันซื้อขายวันสุดท้ายของ DW
  • ราคายุติธรรมที่จัดทำโดยที่ปรึกษาการเงินอิสระที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เห็นชอบโดยราคายุติธรรมจะต้องถูกจัดทำไม่เกินกว่า 50 วันก่อนวันที่ผู้ออกฯ ประกาศแจ้งราคายุติธรรม ในกรณีที่หุ้นอ้างอิงถูกปลด SP เกินกว่า 30 วันหลังวันซื้อขายวันสุดท้ายของ DW

 

            หลักทรัพย์บัวหลวงยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรผลิตภัณฑ์ เพื่อให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลาย โดยในวันจันทร์ที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา บริษัทได้ทำการออกและเสนอขาย Call DW บนหุ้นของ บมจ. กรุ๊ปลีซ (GL) และหุ้นของ บมจ. โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GPSC) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยซึ่งมีการเสนอขาย DW ในหุ้นดังกล่าว โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.blswarrant.com

 

 

BLS Knowledge Sharing V1

Article Attachments

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น