“ปัญญา-ประภาส” ขายหุ้น WORK ทำไม?

ทีวีดิจิตอลช่องไหนโดนใจสุดๆ ?  

ถ้าวัดความฮอตฮิต จากตัวเลขเรทติ้งเฉพาะช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา คงต้องมอบตำแหน่งนี้ให้ช่อง GMM25 หลังเรทติ้งขยับขึ้น 10% จากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ระดับ 0.124 โดยได้ละครเรื่อง “รักลองใจ” ที่ออกอากาศในช่วงไพรม์ไทม์ช่วยดึงดูดจำนวนสายตาผู้ชม (Eye ball)

แต่สำหรับช่องดิจิตอลที่มีตัวเลขเรทติ้งโดดเด่นสุดๆ ในช่วงที่ผ่านมา จนสองสาวแห่งหลักทรัพย์บัวหลวง “ฝน-แพรว” ต้องตามไปส่องความยิ่งใหญ่ของสำนักงานและสตูดิโอที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 25 ไร่ ย่านปทุมธานี คงหนีไม่พ้น “ช่อง Workpoint TV (ช่อง23)” ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของ บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ หรือ WORK  ที่มี  “เสี่ยตา ปัญญา นิรันดร์กุล” และ
“จิก ประภาส ชลศรานนท์”
เป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กร

Capture

 

หนึ่งเรื่องท็อปฟอร์มของช่อง 23 คงหนีไม่พ้นคอนเทนต์ที่มีความแตกต่างจากรายการวาไรตี้ช่องอื่น โดยเฉพาะ “รายการ Formatซึ่งเป็นรายการที่ WORK ซื้อลิขสิทธิ์รายการมาจากเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทในต่างประเทศ เพื่อนำมาผลิตตามรูปแบบที่กำหนด (สามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาได้ตามรสนิยมของผู้ชมรายการ) ไม่ว่าจะเป็น รายการ Let me in Thailand , I Can See Your Voice , The Mask Singer และ Hear Me Love Me See Me เป็นต้น

work5

 

ในช่วงที่เรทติ้งกำลังไต่ระดับความร้อนแรงจนทะลุราคาเป้าหมายพื้นฐานที่หลักทรัพย์บัวหลวงประเมินเมื่อช่วงต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ในระดับ 77.50 บาท “ปัญญา” และ “ประภาส” อาศัยจังหวะที่ดีขาย “หุ้นบิ๊กล็อต” ให้กับผู้ลงทุนในวงจำกัดแบบข้ามคืน (Overnight Bookbuilding Transaction) จำนวน 16 ล้านหุ้น แบ่งเป็นฝั่งละ 8 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.9% ของทุนจดทะเบียน ราคาหุ้นละ 81 บาท เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา

แม้การขายหุ้นบิ๊กล็อตรอบนี้จะไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเดือนเม.ย.2558 สองผู้ถือหุ้นใหญ่ เคยตัดขายหุ้นออกมาแล้วคนละ 15 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.03% ราคาหุ้นละ 41 บาท คิดเป็นมูลค่า 1,230 ล้านบาท แต่ “เหล่าแฟนพันธุ์แท้” ก็แอบสงสัยเล็กน้อย…

บางคนวิเคราะห์การขายบิ๊กล็อตครั้งนี้ว่า อาจไม่มีนัยยะอะไร คงขายรับส่วนต่างกำไรปกติ.. ขณะที่บางคนมองว่า เจ้าของวลี “ถูกต้องแล้วครับ”  อาจต้องการเพิ่มสภาพคล่อง

แต่แฟนคลับบางรายเชื่อว่า ขายหุ้นแม่ เพราะจะนำเงินไปแปลงสิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ  (WORK-W1) ราคาใช้สิทธิ 38.10 บาทต่อหุ้น อัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิต่อ 1 หุ้นสามัญ หากเป็นอย่างประเด็นหลัง เท่ากับว่า เขาทั้งสองอาจมีต้นทุนหุ้นแม่ในราคาต่ำ ล่าสุด WORK-W1 ซื้อขาย 44.25 บาท (ราคาปิด ณ วันที่ 29/09/2560 )

ปัจจุบันทั้ง “ปัญญา” และ “ประภาส” ครอบครองใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ  5,714,682 หน่วย และ 5,739,437 หน่วย ตามลำดับ (อ้างอิงข้อมูลจากการชี้แจงเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่บริษัทแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์)

กำไร 6 เดือนหลังเติบโต “แข็งแกร่ง”

ไม่ว่าเหตุผลแท้จริงในการปาดขายหุ้น WORK รับทรัพย์เหนาะๆเกือบ 1,300 ล้านบาท จะเป็นเพราะเหตุผลใด แต่หากพิจารณาพื้นฐานของ WORK นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ยืนยันหนักแน่นว่า  โดดเด่นสุดๆ สะท้อนผ่านเรทติ้งช่วงไพร์มไทม์ในเขตกรุงเทพ        (ผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป) ของช่อง Workpoint TV ที่วิ่งแซงหน้าเรทติ้งช่อง 3HD และช่อง 7 ไปเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ในแง่ของฐานะการเงินยังคง “สวยไม่สร่าง” สะท้อนผ่าน บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง (ฉบับวันที่ 1 ก.ย.2560) ที่ระบุชัดเจนว่า ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 อาจขยายตัวแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิ 546.17 ล้านบาท (6 เดือนแรกของปี 2559 มีกำไรสุทธิ 162.61 ล้านบาท) โดยช่วงไตรมาส 3 ปี 2560 กำไรอาจเติบโต เฉลี่ย 20-30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จะทรงตัวเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า

“กำไรสุทธิปี 2560 อาจพุ่งแตะ 858 ล้านบาท เทียบกับปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิ 199 ล้านบาท” นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ยืนยันเช่นนั้น แม้ในช่วงเดือนต.ค.นี้ จะเข้าสู่ช่วงพระราชพิธีก็ตาม

ตรงข้ามกับเชื่อมั่นว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะ ไม่กระทบต่อผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 เนื่องจากลูกค้าได้วางแผนการใช้จ่ายเม็ดเงินโฆษณาในเดือนก.ย.เดือนพ.ย.และเดือนธ.ค.แทนเดือนต.ค.ขณะเดียวกันรายการใหม่จะช่วยหนุนผลประกอบการไตรมาส 4 ให้แข็งแกร่งขึ้น

ในแง่ของเรทติ้งช่อง Workpoint TV ยังมีโอกาสขยับตัวสูงขึ้นอีก หลังรายการใหม่ๆได้เริ่มออกอากาศในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นรายการ The X Factor Thailand ,The Mask Singer3 และ Let Me In 3 ขณะเดียวกันการปรับผัง WORK จะมีรายการฟอร์มยักษ์ฉายทุกวันตลอดสัปดาห์ในช่วงซุปเปอร์ไพร์มไทม์

ราคาแพงไปหรือเปล่า ?

ผ่านมา 9 เดือน (เดือนม.ค.-ก.ย2560.) ราคาหุ้น WORK พุ่งขึ้นแล้วประมาณ 89.20% จากจุดต่ำสุด 44 บาท (ตัวเลขวันที่ 9 ม.ค.2560) ขึ้นมาสัมผัสจุดสูงสุด 87.75 บาท (ตัวเลขวันที่ 7 ก..ย.2560) ส่งผลให้ “มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด” (มาร์เก็ตแคป) ขึ้นแท่น “อันดับสองของกลุ่มมีเดียแซงหุ้น BEC” โดยขยับขึ้นจากต้นปี 2560 ที่อยู่ระดับกว่า 26,000 ล้านบาท  มายืนประมาณ 35,592 ล้านบาท

work7

 

ในปัจจุบันโดยราคาหุ้น WORK เริ่มส่งสัญญาณร้อนแรงมาตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา หลังรายการวาไรตี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ขณะที่เรทติ้งรายการใหม่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก ก่อนราคาจะสะดุดเล็กน้อย ในช่วงวันที่ 20-22 ก.ย.2560 โดยขยับตัวลดลง 2.39% (ราคาลดลงหลังประกาศขายหุ้นบิ๊กล็อต)

work

 

จากความร้อนแรงของดัชนี SET100 ในรอบนี้ ทำให้นักลงทุนบางรายสนใจเข้า สมัครใช้งานบริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) แบบออนไลน์ โดยไม่ต้องส่งเอกสาร เพื่อรับค่าธรรมเนียมให้ยืม (Lending Fee) 3.5% ต่อปี หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ในกรณีหลักทรัพย์ถูกจับคู่ ผ่านระบบจับคู่แบบ Random สนใจสมัครบริการ คลิกที่นี่

ท้ายที่สุดแล้ว แม้การขายหุ้นรอบนี้จะไม่มีนัยยะอะไร  แต่ดูเหมือนเหล่าแฟนคลับจะมีความกังวลเล็กๆว่า ราคาอาจไม่ไปต่อ หลังมีบทเรียนจากหุ้นความงามบางตัวที่เมื่อมีการขายหุ้นบิ๊กล็อตออกมาแล้วราคาสะดุดชั่วคราว แต่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ไม่มองเช่นนั้น…

ตรงข้ามกับมีมุมมองต่างว่า การเป็นผู้นำด้านเรทติ้งดิจิทัลทีวีจะทำให้ในปี 2561 บริษัทคว้าผลกำไรสุทธิ 1,145 ล้านบาท มาครอบครองได้ไม่ยาก ฉะนั้นราคาเป้าหมายพื้นฐานสิ้นปี 2561 จะอยู่ระดับ 99 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขาย 84 บาท

แม้แฟนคลับจะไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดของการขายหุ้นบิ๊กล็อตรอบนี้ แต่การขายในสัดส่วนเดียวกัน ราคาเดียวกัน ถือเป็นการบ่งบอกว่า เขาทั้งสองคนยังคงเป็นเพื่อนรักกันเช่นเดิม…

แล้วคุณละคิดว่า เจ้าพ่อเกมโชว์ ขายหุ้นทำไม?

ติดตามอ่านบทวิเคราะห์หุ้น WORK และหุ้นกลุ่มสื่อฉบับเต็มได้ใน Bualuang Research  วิธีการเข้าอ่านบทวิเคราะห์ คลิกที่นี่ 

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น