WORK ครองแชมป์ “แข็งแกร่งสุด” ในกลุ่มดิจิตอล

WORK ครองแชมป์ “แข็งแกร่งสุด” ในกลุ่มดิจิตอล

ผ่านมาเกือบ 8 เดือน หุ้น เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ หรือ WORK ของสองหุ้นใหญ่ “ปัญญา นิรันดร์กุล” และ “ประภาส ชลศรานนท์” ที่ถือครองหุ้นฝั่งละ 25.80%  (อ้างอิงตัวเลขวันปิดสมุดทะเบียน 10 มี.ค.2560 จากตลท.) ปรับตัวขึ้นมาแล้วเฉลี่ย 41.48% จาก “จุดต่ำสุด” 44 บาท (ตัวเลข ณ วันที่ 9 ม.ค.2560) ขึ้นสู่ “ยอดสูงสุด” 69.50 บาท (ตัวเลข ณ วันที่ 13 มิ.ย.2560)

แน่นอนว่า หนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้น WORK ค่อยๆ ไต่ระดับความสูง คงหนีไม่พ้น “ความฮอตฮิต” ของ  รายการโทรทัศน์ที่ออกอากาศใน  “ช่อง WORKPOINT” ซึ่งหลายรายการมีเรตติ้งพุ่งกระฉูด!!

โดยเฉพาะรายการที่บริษัทซื้อลิขสิทธิ์ Format จากเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างประเทศ เช่น The Mask Singer,
I Can See Your Voice , Let me in Thailand และ Hear Me Love Me See Me เป็นต้น

ขณะที่รายการที่บริษัทพัฒนาเองอย่าง แฟนพันธุ์แท้ Super Fan ,ไมค์ทองคำ หมอลำฝังเพชร , ไมค์ทองคำเด็ก , ไมค์หมดหนี้ ,  ปริศนาฟ้าแลบ และ คนอวดผี  เป็นต้น  ก็มีเรตติ้งสูงไม่แพ้กัน

รูปแบบรายการที่แตกต่างจากช่องอื่น จนกลายเป็นแม่เหล็กดึงสายตาคนดู ยังส่งผลให้รายได้จาก “สื่อออนไลน์” ของบริษัทขยับตัวขึ้นสูงอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้ชัดในช่วงไตรมาส 2 ปี 2560 ที่มีรายได้ออนไลน์เพิ่มขึ้น 426%

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา WORK ตอกย้ำความร้อนแรง!! ด้วยการประกาศงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2560 โดยมีผลกำไรสุทธิ 372.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรสุทธิได้เพียง 133.88 ล้านบาท

ขณะที่ผลกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 อยู่ระดับ 546.16 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 162.61 ล้านบาท โดยทุกธุรกิจของ WORK มีรายได้เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้น 9% ก็ตาม

จากผลกำไรที่สูงขึ้นอย่างมาก บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลต่อหุ้นที่ระดับ 0.488 บาท สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 1% (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 23 ส.ค.และ จ่ายเงินปันผลวันที่ 7 ก.ย.)

แล้วช่วงที่เหลือของปี 2560 WORK ยังครองความร้อนแรงต่อหรือไม่? แน่นอนว่า แฟนพันธุ์แท้ หุ้น WORK คงอยากรู้คำตอบ

จากบทวิเคราะห์ของหลักทรัพย์บัวหลวง วันที่ 11/08/17  ระบุไว้ว่า การฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาในกลุ่มดิจิตอลอาจสร้างโมเมนตัมต่อเนื่องในปีนี้ ฉะนั้นเชื่อว่า

 WORK จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม

สะท้อนผ่านเรตติ้งของช่องที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น WORK ยังมีความชัดเจนและมีความสม่ำเสมอในการทำกำไรมากที่สุดในกลุ่ม ดังนั้นแนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 77.50 บาท (ขยับขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่เคยประเมินไว้ในระดับ 66 บาท)

workk

นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนแห่งหลักทรัพย์บัวหลวง ยังคาดการณ์ด้วยว่า ในปี 2560 WORK อาจมีกำไรสุทธิประมาณ 858 ล้านบาท  คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.01 บาท เทียบกับปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิ 199 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.48 บาท โดยกำไรหลักของ WORK ในช่วง 6 เดือนแรกคิดเป็น 85% ของสมมุติฐานของตลาดทั้งปี 2560

โดยกำไรหลักในช่วงไตรมาส 3 ปี 2560 จะเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจทีวีดิจิตอลและอัตราค่าโฆษณาโดยเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้น (แต่อาจอ่อนตัวลง QoQ ตามฤดูกาล)

ขณะเดียวกันยังได้แรงหนุนจากธุรกิจทีวีดิจิตอล หลังคาดว่า อัตราค่าโฆษณาโดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (อยู่ที่ 63,000 บาทต่อนาที) แต่อัตรายอดจองเวลาโฆษณาจะลดลงมาอยู่ที่ 65-70% ในไตรมาส 3 ปี 2560
(จาก 75% ในไตรมาส 2 ปี 2560)

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

2 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

แสดงความคิดเห็น