หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย…คืออะไร ?

ช่วงนี้นักลงทุนหลายๆท่าน คงจะได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ส่งจากหลักทรัพย์บัวหลวงกันเรียบร้อยแล้ว และบางคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่ามันคือเอกสารอะไรนะ แล้วส่งมาให้เราทำไม ?

ก่อนอื่นต้องแจ้งให้ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวงทราบก่อนว่า เมื่อฝากเงินเข้าพอร์ตแล้ว กรณีที่ท่านยังไม่ได้ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ เงินสดที่อยู่ในพอร์ตของท่านจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝาก 1.10% ต่อปี (เป็นไปตามประกาศจากทางบริษัทฯ) ซึ่งจะนำฝากเข้าพอร์ตให้ท่านทุกวันทำการที่ 2 ของเดือน โดยสามารถตรวจสอบได้จาก “Monthly Cash Statement หรือ ใบแจ้งยอดบัญชีเงิน”

Tips…หากท่านใดเผลอลบไปแล้ว หรือหาไม่เจอ สามารถเรียกดูย้อนหลังได้ง่ายๆผ่านหน้าเว็บไซต์หลักทรัพย์บัวหลวง โดยเลือกที่เมนู “E-Services” จากนั้นเลือกเมนูย่อย “E-Documents” และเลือกหมวดหมู่รายงานเป็น “ใบแจ้งยอดบัญชีเงิน”

monthly-cash-statement

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย คืออะไร ? 

เป็นเอกสารที่แสดงรายการดอกเบี้ยเงินฝากรวมทั้งปีที่ท่านได้รับ ซึ่งเงินได้จากดอกเบี้ยจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ทั้งนี้หลังจากได้รับเอกสารแล้วควรตรวจสอบเอกสาร ว่ามีความถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ ก่อนที่จะนำไปใช้ยื่นภาษีนะคะ

ควรตรวจสอบข้อมูลอะไรบ้าง…

  1. ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ของท่าน
  2. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หรือ เลขบัตรประจำตัวประชาชนของท่าน
  3. จำนวนเงินดอกเบี้ยที่ได้รับ และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย

interest-5

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ใช้ทำอะไร ?

เมื่อถึงกำหนดเวลายื่นภาษี ผู้มีเงินได้จากดอกเบี้ยมีสิทธิเลือกเสียภาษี ดังนี้

  1. เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15%  หรือ
  2. เสียภาษีโดยนำเงินได้ดังกล่าวไปยื่นแบบแสดงรายการ เพื่อเสียภาษีเงินได้ตามเกณฑ์ปกติ

ในกรณีที่นำเงินได้จากดอกเบี้ย มารวมคำนวณกับเงินได้สุทธิ และหักค่าลดหย่อนทั้งหมดแล้วพบว่า “อัตราภาษีที่ท่านจะต้องเสีย น้อยกว่า อัตราภาษีดอกเบี้ยที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย” ท่านสามารถใช้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายประกอบการยื่นขอคืนภาษี ซึ่งท่านก็จะได้คืนภาษีจากส่วนที่เกินมานั้น

ตัวอย่าง…นายรัก ลงทุน มีเงินได้สุทธิรวมกับรายได้จากดอกเบี้ย หลังหักค่าลดหย่อนของปี 2560 เท่ากับ 500,000 บาท จะต้องเสียภาษี ในอัตรา 5% และ 10% ซึ่งน้อยกว่า ภาษีดอกเบี้ยที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย 15% ในกรณีนี้ นายรัก ลงทุน จึงสามารถยื่นแบบแสดงรายการ เพื่อขอคืนเงินภาษีได้

ในกรณีที่นำเงินได้จากดอกเบี้ย มารวมคำนวณกับเงินได้สุทธิ และหักค่าลดหย่อนทั้งหมดแล้วพบว่า “อัตราภาษีที่ท่านจะต้องเสีย มากกว่า ภาษีดอกเบี้ยที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย” ก็ควรจะเลือกเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพราะจะได้ไม่ต้องเสียภาษีมากขึ้นนั่นเองค่ะ

ตัวอย่าง…นายขยัน หมั่นออม มีเงินได้สุทธิรวมกับรายได้จากดอกเบี้ย หลังหักค่าลดหย่อนของปี 2560 เท่ากับ 2,000,000 บาท จะต้องเสียภาษี ในอัตรา 20% ซึ่งมากกว่า ภาษีดอกเบี้ยที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย 15% ในกรณีนี้ นายขยัน หมั่นออม ก็ไม่ต้องนำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ไปยื่นแบบแสดงรายการ เพราะจะทำให้ต้องเสียภาษีมากกว่า หัก ณ ที่จ่าย 15%

สรุปสั้นๆได้ว่า…

  • “อัตราภาษีที่ต้องเสีย < อัตราภาษีดอกเบี้ยหัก ณ ที่จ่าย” สามารถนำหนังสือหักภาษี ณ ที่จ่าย ไปยื่นแบบแสดงรายการเพื่อขอคืนภาษี
  • “อัตราภาษีที่ต้องเสีย > อัตราภาษีดอกเบี้ยหัก ณ ที่จ่าย” ไม่ต้องนำหนังสือหักภาษี ณ ที่จ่าย ไปยื่นแบบแสดงรายการ

คำนวณอัตราภาษีอย่างไร สามารถหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง อยากรู้ คลิกเลย !!

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น