มือใหม่..เข้าใจหุ้นเวียดนามง่ายๆ ราย sector

จากบทความที่แล้วที่เล่าถึงภาพเศรษฐกิจเวียดนามที่ยังคงเติบโตดี ประกอบกับมีปัจจัยบวกสนับสนุนหลายปัจจัย บทความนี้จะมาทำความรู้จักเบื้องต้นกับอุตสาหกรรมหลักๆ ในเวียดนาม ว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไรในปี 2562 นี้… 

อ่านบทความ “ตลาดหุ้นเวียดนาม…น่าลงทุนแล้วหรือยัง ?”
คลิกที่นี่ >>

001

1. กลุ่มท่องเที่ยวและการบิน – การเติบโตของผู้โดยสารในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาสูงถึง 20% ต่อปี ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก และยังมีแนวโน้มที่เติบโตดีต่อเนื่องไปอีกหลายปี นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามเองก็สนับสนุนการท่องเที่ยวมากในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงคนไทยเองก็ไปเที่ยวเวียดนามมากขึ้น สังเกตได้จาก feed Facebook ช่วงนี้มีแต่เพื่อนๆ ไปเที่ยวเวียดนาม

001

 

ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น สนามบิน สายการบิน การส่งสินค้าทางอากาศ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น ACV (สนามบินเวียดนาม), AST (ธุรกิจร้านอาหาร ของที่ระลึกบนสนามบิน duty free), SCS (ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ), VRE (shopping mall), VJC (สายการบิน VietJet แต่ต้องระวังหากรัฐเปิดเสรีธุรกิจการบิน)

002

2. กลุ่มธนาคารและประกัน – แนวโน้ม NPL ratio ยังเพิ่มขึ้นบ้างในบางธนาคาร ซึ่งอาจทำให้ต้องมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ในขณะที่ NIM มีแนวโน้มทรงตัวจากการที่ธนาคารแห่งชาติเวียดนาม (SBV) เข้ามาควบคุมการเติบโตของสินเชื่อไม่ให้ร้อนแรงเกินไป โดยมีหลายธนาคารที่กำลังเดินเข้าสู่มาตรฐาน Basel ll ซึ่งเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมธนาคารในเวียดนาม

ในขณะที่ธุรกิจประกันยังเติบโตได้ดีตามภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประกันที่ไม่ใช่ประกันชีวิตได้เติบโตถึง 14% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา…
หุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น VCB (ธนาคารแรกที่เตรียมผ่าน Basel ll), BID (ธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่สุด), MBB (โตจาก consumer finance ด้วย), PGI (ขายประกันสุขภาพ อุบัติเหตุ รถ ฯลฯ)

k3

3. กลุ่มบริโภคและค้าปลีก – กลุ่มนี้มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่องและเป็นที่หมายตาของนักลงทุนต่างชาติมาช้านาน เช่น กลุ่ม AEON, Lotte หรือ BJC ได้มีการขยายตลาดไปในเวียดนาม ด้วยความที่ประชากรเวียดนามเป็นวัยหนุ่มสาวและมีจำนวนมาก ทำให้มีฐานลูกค้าค่อนข้างใหญ่

อย่างไรก็ดีหุ้นดีๆ ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มนี้บางตัว Foreign room เต็ม ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่สามารถซื้อได้ เช่น MWG (ค้าปลีกรายใหญ่สุด), PNJ (ขาย Jewelry) แต่ก็มีบางตัวที่ยังไม่เต็ม เช่น FRT (ค้าปลีกอันดับสอง), QNS (ผู้ผลิตนมถั่วเหลือง น้ำตาล เบียร์ เครื่องดื่ม), VNM (ผู้ผลิตนมชั้นนำ), MSN (ผลิตอาหารสำเร็จรูป และเนื้อสัตว์)

k4

4. กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ – ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในกลุ่ม low-to-mid ยังเติบโตได้ดีในเวียดนาม ในขณะที่ supply ยังมีไม่มาก ซึ่งการที่รัฐบาลพยายามปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงสร้างรถไฟฟ้า กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในเมืองโดยเฉพาะที่เน้นทำคอนโดยังมีโอกาสโตอีกมาก (แม้ว่าคนเวียดนามอาจชอบอยู่บ้านมากกว่าคอนโด)

หุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น VHM (ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เจ้าใหญ่ที่สุด เป็นบริษัทลูกของ VIC), NLG (เน้นบ้านและทาวน์โฮมระดับกลาง), DXG (เน้นอสังหาริมทรัพย์ระดับกลาง)

k5

5. กลุ่มบริษัทยา – ด้วยความที่เวียดนามยังมีประชากรวัยหนุ่มสาวเยอะ ยังห่างไกลจากสังคมสูงอายุหรือ aging society ทำให้การใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอาจยังไม่มาก อย่างไรก็ดี กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เติบโตอย่างช้าๆ ความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น หรืออาจมองได้ว่าเป็นกลุ่ม defensive

หุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น DHG (บริษัทยาขนาดใหญ่สุด), PME (ถือหุ้นโดยบริษัทเยอรมนี มีโรงงานมาตรฐาน EU-GMP), MKP (มีญี่ปุ่นเป็น partner ทำ stem cell)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสนใจเปิดบัญชีลงทุนหุ้นเวียดนาม

โทร 02-618-1111 หรือ 02-618-1999

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น