เจาะสตอรี่หนุนราคา “หุ้น VGI”

ร้อนแรงในรอบ 1 ปี..สำหรับหุ้น วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย ( VGI ) หลังวิ่งติดต่อกันมาตลอดสัปดาห์ (วันที่ 24 ,27-30 พ.ย.ที่ผ่านมา)
จาก 6 บาท ขึ้นสู่ยอด 6.35 บาท  แต่นักลงทุนยังไม่ทันจะหุบยิ้ม ราคาหุ้นทำท่าจะชะงักซะแล้ว หลังราคาหลุด 6 บาท ลงมาปิดตลาดที่ระดับ 5.80 บาท เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา

VGI(ที่มา : รายงานประจำปี – VGI  2559 )

ราคาหุ้น VGI เริ่มหักหัวลง หลังวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทฯ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดราคาขายหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 340 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.10 บาท ให้กับนักลงทุนในวงจำกัด (PP) ที่ราคา 6 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่า 2.04 พันล้านบาท กำหนดวันเสนอขายและวันชำระเงินจองวันที่ 7-13 ธ.ค.2560

จากโครงสร้างราคาที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้นักลงทุนบางคน อาจตั้งคำถามว่า ราคาหลุด 6 บาท  ใช่โอกาสในการเข้าซื้อหรือไม่ ?
ก่อนจะฟันธงชัดๆ มาลองย้อนดูความเคลื่อนไหวของหุ้น VGI ในช่วงเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมากันก่อน

นับตั้งแต่ต้นปี 2560 จนถึงวันที่ 6 ธ.ค.2560 ราคาหุ้น VGI ปรับตัวขึ้นแล้วเฉลี่ย 13.39% โดยขยับจาก “จุดต่ำสุด” ของปีที่ระดับ 4.82 บาท (ราคาวันที่ 8 พ.ค.) ขึ้นมายืนบนจุดสูงสุด 6.35 บาท ผลักดันให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ปรับตัวขึ้นมายืนเฉลี่ย 41,186 ล้านบาท จากในช่วง 6 เดือนแรกของปีที่อยู่ประมาณ  39,126 ล้านบาท

โดยราคาหุ้น VGI เริ่มติดปีกออกวิ่งจาก 6 บาท ในช่วงเดือนพ.ย. หลังบริษัทเดินหน้าขยายการลงทุนนอกประเทศ ด้วยการส่ง VGI Global Media (Malaysia) Sdn. Bhd. หรือ VGM ในฐานะบริษัทย่อย เข้าซื้อหุ้นสามัญใน Puncak Berlin Sdn. Bhd. หรือ PBSB จำนวน 4,281,277 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 ริงกิตมาเลเซีย คิดเป็นสัดส่วน 25% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของ PBSB จาก Redberry Sdn. Bhd. หรือ RSB ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิม ในราคาลงทุนเริ่มต้นที่ 13,154,175 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 105,233,400 บาท

ปัจจุบัน PBSB ถือเป็นผู้ให้บริการสื่อโฆษณานอกบ้านในประเทศมาเลเซียที่มีเครือข่ายสื่อโฆษณานอกบ้าน ภายใต้การบริหารจัดการที่หลากหลายและอยู่ในความชำนาญ เช่น สื่อโฆษณาในสนามบิน ทั้งสนามบินหลักและสนามบินสำหรับสายการเงินราคาประหยัด สื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน สื่อโฆษณาในอาคารสำนักงาน เป็นต้น

VGI-1

(ที่มา : รายงานประจำปี – VGI  2559 )

ทว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา VGI ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการจัดโครงสร้างการจัดการควบคู่ไปกับการขยายการลงทุนทั้งในและนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง ไล่มาตั้งแต่เข้าซื้อกิจการ บมจ. มาสเตอร์ แอด (MACO) ในฐานะผู้นำบริษัทสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย (Out of Home Media)

ตามต่อด้วยการใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท แอโร มีเดีย กรุ๊ป จำกัด ผู้ให้บริการสื่อโฆษณาในสนามบินในประเทศ 13 แห่ง จำนวน  10,700 หุ้น เมื่อรวมกับหุ้นเดิมที่มีอยู่ 20% ทำให้ VGI ถือหุ้น แอโร มีเดีย กรุ๊ป ทั้งสิ้น 30% จากนั้น VGI ก็เข้าซื้อหุ้น 40% ในบริษัท เดโม เพาว์เวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เดโม เพาว์เวอร์

ปัจจุบัน “เดโม เพาว์เวอร์ (ประเทศไทย)” ถือเป็นผู้นำในการทำกิจกรรมการตลาดสู่ผู้บริโภคโดยตรง และสาธิตสินค้า ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ชั้นนำมากกว่า 1,000 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นห้างเทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, วิลล่า มาร์เก็ต, เซเว่น อีเลฟเว่น, แฟมิลี่มาร์ท และร้านค้าชั้นนำอื่นๆ  ล่าสุด เดโม เพาว์เวอร์ มีส่วนแบ่งตลาดรายใหญ่ที่สุดของไทยมากกว่า 70%

การขยายตัวทางธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาอาจเป็น “สตอรี่สำคัญ”ที่เข้ามาผลักดันความเชื่อที่ว่า ผลประกอบการในอนาคตอาจเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับ “บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง” ที่ระบุชัดว่า…

การที่ VGI และ MACO (ปัจจุบัน VGI  ถือหุ้น MACO 33.68%) เข้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง จะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2560/2561 (เดือนต.ค.2560-มี.ค.2561) โดยคาดว่า กำไรหลักของ VGI ในช่วงครึ่งหลังของปี 2560/2561 จะขยายตัว 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตที่ 5% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560/2561 (เดือนเม.ย.-ก.ย.)  (ที่มา : บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวงวันที่  7 ธ.ค 2560 )

ปรับคำแนะนำ จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง กล่าวถึงภาพรวมของ VGI ว่า การฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาโดยรวมตามทิศทางของการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่งน่าจะเป็น “ปัจจัยหนุนราคาหุ้นต่อไปได้” แม้ว่าเม็ดเงินโฆษณาในเดือนต.ค.ที่ผ่านมาจะชะลอตัวในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงบรมศพ โดยเม็ดเงินโฆษณาโดยรวมหดตัวลง 12% ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาสื่อนอกบ้านปรับตัวลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แต่ในช่วงเดือนพ.ย.เม็ดเงินโฆษณาโดยรวมเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาสื่อนอกบ้านยังคงเติบโตโดดเด่นกว่ากลุ่ม เบื้องต้นคาดว่า เม็ดเงินโฆษณาโดยรวมในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 5-8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ระดับ 22.3-23 หมื่นล้านบาท จากปัจจัยดังกล่าวเชื่อมั่นว่า จะส่งผลต่อการเติบโตของกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ฉะนั้นปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ จาก “ถือ”

companyupdate-vgi

อย่างไรก็ดีในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา เม็ดเงินโฆษณาสื่อนอกบ้าน สื่อกลางแจ้ง สื่อในระบบขนส่งมวลชน สื่อในห้างสรรพสินค้า) ขยายตัว 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 9.9 พันล้านบาท เทียบกับเม็ดเงินโฆษณารวมที่ปรับตัวลดลง 10% นำโดยสื่อสิ่งพิมพ์ลดลง 25%  และสื่อธุรกิจทีวีอนาล็อค เคเบิ้ลดาวเทียมลดลง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่สื่อขนส่งมวลชนปรับตัวลดลง 6% มาอยู่ที่ 4.1 พันล้านบาท

หากพิจารณาจากหลากหลายสตอรี่ที่จะเข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการในอนาคต ก็น่าจะพอประเมินได้แล้วว่า ราคาหุ้นVGI ระดับนี้น่าเข้าลงทุนหรือไม่…แต่ที่แน่ๆ หลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินราคาเป้าหมายที่ระดับ 7 บาท อ้างอิงจากวิธีคิดลดกระแสเงินสด DCF (WACC อยู่ที่ 8.6% และ Terminal growth อยู่ที่ 3%) มูลค่าหุ้นของ VGI ยังค่อนข้างถูก โดยซื้อขายที่ PER ณ สิ้นเดือนมี.ค.2562 ที่ 57.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 62.3 เท่า

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น