Top 5 กองทุนไทย ที่ลงทุนในหุ้น Amazon มากที่สุด

BLS Knowledge Sharing V1

ย้อนไปเมื่อหลายวันก่อน ข่าวใหญ่ในแวดวงธุรกิจและเทคโนโลยีก็คงจะหนีไม่พ้นการก้าวขึ้นมาเป็นมุนษย์ที่ร่ำรวยที่สุดบนโลกใบนี้ ของชายที่ชื่อว่า เจฟ เบซอส (Jeff Bezos) ผู้บริหาร, ผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้ก่อนตั้งเว็บไซต์ Amazon เว็บไซต์ขายหนังสือผ่านระบบออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกว่า 3,000,000,000,000 บาท (ดูปากณัชชานะคะ“สามล้านล้านบาท”)

capture-20171101-163303

(ที่มา : Bloomberg.com)

ซึ่งว่ากันว่าความรวยของเจฟ เบซอสนั้น คิดเป็น 0.5% ของ GDP สหรัฐฯ และ 23% ของ GDP ไทย หรือรวยถึงขั้นที่ว่า “ถ้าเอาเงินมาแลกแบงค์ 1,000 บาท แล้วนำมาเรียงต่อกัน จะได้ความยาวมากกว่าระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์เสียอีก” (อะไรจะขนาดน้านนนน – -*)

111

แต่จริง ๆ แล้วครั้งนี้ถือเป็นการขึ้นอันดับ 1 เป็นรอบที่สอง หลังจากที่เคยทำได้แล้วช่วงหนึ่งในปีก่อน แต่รอบนี้คงจะอยู่ยาวเสียแล้วครับ เพราะเริ่มทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง บิล เกตส์ (Bill Gates) เจ้าพ่อ Microsoft ไปแล้วเกือบ 6 พันล้านเหรียญ สาเหตุหลัก ๆ ก็มาจากบริษัท Amazon ที่เพิ่งรายงานผลกำไรไตรมาส 3 ว่า มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 34%” สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ทุกสำนักคาดการณ์

บริษัท Amazon ทำอะไร ?

Amazon.com Inc ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับร้านกาแฟ Amazon นะครับ แต่เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจขายสินค้าในระบบออนไลน์ โดยเริ่มก่อตั้งในปี 1994 จากการขายหนังสือผ่านเวปไซต์ จากนั้นจึงเริ่มขยายธุรกิจจนมาขายสินค้าแทบจะทุกชนิดตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันโมเดลเรือรบแล้วครับ โดยในปัจจุบันนี้มีมูลค่าบริษัท หรือ Market Cap. อยู่ที่ 18,000,000,000,000 บาท (ดูปากณัชชาอีกครั้งนะคะ … “สิบแปดล้านล้านบาท”) โดยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาหุ้น Amazon ปรับตัวขึ้นไปแล้วกว่า 40%

capture-20171102-155338

อยากลงทุนในหุ้น Amazon ต้องทำอย่างไร ?

สำหรับนักลงทุนรายย่อยอย่างเรา ๆ การจะไปลงทุนในหุ้น Amazon โดยตรงอาจจะเป็นเรื่องยาก ฉะนั้นผมจึงไปงัด ไปแงะ ไปส่องบรรดากองทุนในบ้านเรา ว่ามีกองทุนไหนที่มีการลงทุนในหุ้น Amazon บ้าง และนี่เป็น “Top 5 กองทุนไทยที่ลงทุนในหุ้น Amazon” ครับ

1. กองทุนเปิดเคหุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100 (K-USXNDQ) : สัดส่วน 7.1%

กองทุนจากบลจ.กสิกรกองนี้ เป็นกองทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้น Amazon สูงสุด ที่ 7.1% โดยเป็นการลงทุนผ่านกองทุน PowerShares QQQ Trust Series 1 ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนเลียนแบบดัชนี Nasdaq 100 (Passive Fund) โดยนอกเหนือจากหุ้น Amazon แล้ว ยังมีการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกมากมายครับ และที่สำคัญ “สามารถลงทุนผ่านหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS)” ได้ครับ

2. กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกลบอลออพพอร์ทูนิตี้ (CIMB-GOPP) : สัดส่วน 6.9%

กองทุนนี้บริหารงานโดยบลจ.ซีไอเอ็มบี เปิดตัวด้วย theme การลงทุนแบบ Disruptive Technology หรือการลงทุนในธุรกิจที่มีเทคโนโลยีทันสมัย ที่จะเข้ามาแทนธุรกิจแบบเดิม ๆ โดยเป็นการลงทุนผ่านกองทุน Morgan Stanley Global Opportunity Fund เป็นกองทุนแบบ Active ที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหลายตัวไม่ว่าจะเป็น Facebook / Tencent / Google และเช่นกัน สามารถลงทุนผ่านหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS)” ได้ครับ

3. กรุงศรีโกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้ (KF-GTECH) : สัดส่วน 5-7%

KF-GTECH บริหารงานโดยบลจ.กรุงศรี โดยลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ T. Rowe Price Global Technology Equity Fund เป็นกองทุน Active ที่เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Alibaba / Google / EA Game / Master Card เป็นต้น และแน่นอน สามารถลงทุนผ่านหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS)” ได้ครับ

4. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลบอลดิจิตอล (SCBDIGI) : สัดส่วน 3.3%

กองทุนนี้ส่งประกวดโดย บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่น่าจะเป็นกองทุนกองแรก ๆ ที่เลือกเดินสายไฮเทค แต่จะมุ่งเน้นไปเฉพาะการลงทุนให้หุ้นที่เกี่ยวกับ Internet of Things หรือบริษัทที่ทำธุรกิจบนพื้นฐานการอินเตอร์เน็ตนั่นเองครับ โดยจะเป็นการลงทุนผ่านกองทุน Pictet Digital Fund เป็นกองทุน Active Fund ที่นอกจากจะลงทุนใน Amazon แล้ว ยังลงทุนใน Google / Baidu / Facebook / Apple / Paypal เป็นต้นครับ … และอย่างที่บอกไป สามารถลงทุนผ่านหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS)” ได้ครับ (ย้ำ ๆ เน้น ๆ)

5. กองทุนเปิด แอสเซทพลัส โรโบติกส์ (ASP-ROBOT) : สัดส่วน 2.8%

กองทุนสุดท้ายนำเสนอโดยบลจ.แอทเซทพลัส โดยเป็นกองทุนที่ลงทุนผ่าน AXA World Funds Framlington Robotech ซึ่งมีนโยบายแบบ Active Fund ที่ลงทุนในบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Siemens / Apple ไปจนถึงบริษัทขนาดเล็กอย่าง Durr บริษัทจากเมืองเบียร์ ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตหุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ครับ และขอย้ำส่งท้ายอีกครั้งครับ “ทุกกองทุนสามารถลงทุนผ่านหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS)” ได้ครับ

ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ AFPT™ , นักวางแผนการลงทุน

capture-20160226-093943

หนังสือชี้ชวนดูได้จากเอกสารแนบด้านล่าง

Article Attachments

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

4 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

  1. ชนินทร์ ปัญจมาสกุล

    กองไหนน่าลงมากที่สุดครับคุณมาร์ก

    1. ส่วนธุรกิจกองทุนรวม

      ผมคิดว่าทั้ง 5 กองทุนแม้จะลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเหมือนกัน แต่นโยบายค่อนข้างต่างกันนะครับ อย่างของกสิกรเน้นลงทุนเลียนแบบดัชนี Nasdaq100 ไม่ได้เลือกหุ้นเอง แต่เกาะไปกับดัชนีเอาครับ ลดความเสี่ยงที่จะแพ้ดัชนีไป แต่กองอื่นๆ อีก 4 กองทุนแม้จะเป็นกองทุนแบบ Active เหมือนกัน แต่รายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับนโยบายก็แตกต่างกันนิดหน่อยนะครับ รูปแบบหุ้นที่ลงทุนก็จะต่างกัน

      ส่วนนี้อาจจะเลือกกองทุนที่มีนโยบายตรงใจเราครับ แต่สุดท้ายแล้ว หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมักมีความผันผวนสูง เหมาะแก่การลงทุนระยะยาวตั้งแต่ 3-5 ปีขึ้นไปครับ

  2. Arthit

    สามารถลงทุนผ่านหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS)” นี้ต้องทำธุรกรรมออนไลท์หรือปล่าว ถ้าเกิดว่าออนไลท์มีขั้นตอนในการทำธุรกรรมอย่างไรบาง หรือใช้ streaming ได้ ขอคำแนะนำหน่อยครับ

    1. ส่วนธุรกิจกองทุนรวม

      ปัจจุบันการลงทุนกองทุนกับทาง BLS ยังเป็นระบบแยกบัญชีอยู่ครับ นักลงทุนที่สนใจหากมีบัญชีหลักทรัพย์อยู่แล้ว สามารถติดต่อผู้ดูแลบัญชี หรือมาร์เกตติ้งเพื่อขอข้อมูลได้เลยครับ

แสดงความคิดเห็น