“กราฟแท่งเทียน” ตัวช่วยอ่านอารมณ์หุ้น

sss

การอ่านแท่งเทียน คือการบอกเล่า ‘เรื่องราว’ ผ่านการเคลื่อนไหวของ ‘ราคา’

สำหรับท่านที่ใช้กราฟในการวิเคราะห์หุ้น คงไม่มีใครไม่รู้จัก “กราฟแท่งเทียน” เพราะนี่คือสิ่งแรกที่มือใหม่ทุกคนต้องเรียนรู้เมื่อก้าวเข้ามาสู่โลกแห่ง “Technical Analysis”

มองแว๊บแรกอาจดูซับซ้อน มีอะไรให้ต้องจดจำมากมาย… แต่จริงๆแล้วการอ่านแท่งเทียนไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการอ่าน ‘เรื่องราว’… เรื่องราวที่บ่งบอก ‘การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น’ ในแต่ละช่วงเวลานั่นเอง…

การใช้แท่งเทียนคือการนำข้อมูลของราคามาวาดเป็นรูปภาพ ให้เราสามารถมองทิศทางของราคาได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น… จุดมุ่งหมายหลักในการวิเคราะห์คือการอ่าน ‘อารมณ์’ ของนักลงทุนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการซื้อขายหุ้นตัวนั้นๆ… เมื่ออ่านได้ เราก็จะพอคาดการณ์การได้ว่าในอนาคตอันใกล้ๆ หุ้นจะมีการเคลื่อนไหวต่อไปในทิศทางใด

แท่งเทียนหนึ่งแท่งนั้นประกอบไปด้วยข้อมูลทั้งหมด 4 อย่าง นั่นคือ…
1.ราคาเปิด
2.ราคาปิด
3.ราคาสูงสุด
4.ราคาต่ำสุด ของหุ้นในวันนั้น…

cc

หลักการง่ายๆ ที่ต้องรู้คือ ‘หาง’ ของแท่งเทียนนั้นใช้วาดราคาสูงสุดและต่ำสุด… ส่วน ‘ตัว’ ของแท่งเทียนนั้นใช้วาดราคาเปิดและปิด… ถ้าราคาปิดอยู่สูงกว่าราคาเปิด เราจะใช้แท่งสีเขียว แต่ถ้าราคาปิดอยู่ต่ำกว่าราคาเปิด เราจะใช้แท่งสีแดง

หน้าตา รูปแบบ หรือที่เรียกว่า Pattern ของแท่งเทียน จะออกมาเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นราคามีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวอย่างไร วิ่งขึ้นลงแบบไหน.. ซึ่งแท่งเทียนที่หน้าตาไม่เหมือนกัน ย่อมเล่าเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป

รูปแบบของแท่งเทียนที่เราเห็นเป็นภาพ คือเงาสะท้อน “พฤติกรรม” โดยรวมของนักลงทุน…

ถึงจุดนี้ลองศึกษาภาพประกอบด้านบนและดูการเคลื่อนไหวของราคาเปิด ปิด สูง และต่ำ เทียบกับหน้าตาของแท่งเทียนที่เกิดขึ้นดู.. พอจะเห็นความสัมพันธ์ของมันรึเปล่า ? ตอนเช้าตลาดเปิดมา ราคาอยู่ 2 บาท จากนั้นมีคนขายราคาย่อลงไปที่ 1 บาท อีกไม่นานมีคนเข้ามาซื้อราคาวิ่งพรวดไปถึง 5 บาท แต่ตอนท้ายราคาตกลงมาเล็กน้อยที่ 4 บาทตอนตลาดปิด…

ถึงตอนนี้หลายท่านน่าจะเริ่มสังเกตแล้วว่า สิ่งที่ทำให้หน้าตาแท่งเทียนนั้นเปลี่ยน จริงๆแล้วก็คือการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงในระหว่างวัน… ตรงนี้เอง ที่เราเรียกว่าการวิเคราะห์ ‘อารมณ์การซื้อขาย’ เพราะรูปแบบของแท่งเทียนที่เราเห็นเป็นภาพ ก็คือเงาสะท้อนพฤติกรรมโดยรวมของนักลงทุน… เมื่อใดที่นักลงทุนซื้อเยอะ หน้าตาก็จะออกมาเป็นแบบนึง ถ้าขายเยอะก็ออกมาอีกแบบ… นี่ก็คือ ‘ที่มาที่ไป’ ของแท่งเทียน ที่ทำให้เรารู้ว่ามันสามารถนำมาใช้ได้จริง ไม่ได้ถูกมั่วหรือมโนขึ้นมาเอง!!

Candlesticks-Patterns

ตัวอย่างของแท่งเทียนรูปแบบต่างๆ

เราอยากให้ท่านเปิดกราฟของหุ้นตัวโปรดขึ้นมา และลองทำการบ้านโดยการอ่านแท่งเทียน หลักการคือเราต้องสามารถมองให้ออกทันทีว่าราคาที่อยู่เบื้องหลังนั้นวิ่งขึ้นลงยังไง และต้องตอบให้ได้ว่า ‘ฝั่งซื้อหรือฝั่งขาย’ ที่เป็นฝ่ายชนะ… ถ้าทำได้ เราจะเข้าใจกลไกราคาที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีความจำเป็นต้องท่องจำชื่อหรือรูปแบบในตำราอีกต่อไป!!

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น